เยาวชนคือกลุ่มคนที่จะถูกมอมเมาได้ง่าย เพราะ เป็นช่วงพัฒนาการสร้างนิสัยการบริโภค ที่จะใช้ไปตลอดชีวิต

ปัจจุบันกระแสการโฆษณาและการบริโภคอาหารที่ใช้ระบบสังเคราะห์ในการผลิต และอาหารจานด่วน กำลังแพร่หลายมาก และสิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำหรับผู้ใหญ่ที่มีนิสัยการบริโภคของตนเองแล้ว ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะ อย่างมากก็แค่ลองชิม </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ถ้าบังเอิญใครเสพติดไปแล้วก็แก้ไขยาก เพราะ ผมได้ยินมาว่า นิสัยการบริโภคจะพัฒนาในช่วงอายุไม่เกิน ๑๐ ขวบ (ไม่ยืนยันครับ) หลังจากนั้นจะไปทานอะไร ก็จะยังคิดถึงอาหารที่เคยบริโภคตอนเด็กๆ และ ถือเป็นอาหารประจำตัวทั้งชีวิต (Nostalgic foods) </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้นเยาวชนคือกลุ่มคนที่จะถูกมอมเมาได้ง่าย เพราะ เป็นช่วงพัฒนาการสร้างนิสัยการบริโภค ที่จะใช้ไปตลอดชีวิต จึงเห็นได้ว่า การโฆษณาจะเน้นเป้าหมายไปที่เด็ก เป็นส่วนใหญ่ เพราะเขาถือว่านี่คือลูกค้าถาวรของเขา </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมและครอบครัวได้พยายามต่อสู้กับกระแสนี้มาตลอดชีวิต โดยการสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของอาหาร มากกว่าค่านิยมของเพื่อนๆ และกระแสสังคม </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เริ่มตั้งแต่การพัฒนาความคิดของตน และการสอนลูกให้รู้ถึงข้อเสียของอาหารสังเคราะห์ที่ควรหลีกเลี่ยง ประเภท</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.    ขนมซอง อาหารแปรรูป และอาหารสังเคราะห์สีสวยๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.    น้ำอัดลม ที่ใส่สี ใส่รส ใส่กลิ่น และสารกันบูด (เปิดขวดทิ้งไว้ ๓ เดือนยังไม่บูดเน่า)</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.    ผงชูรส และเครื่องปรุงรสต่างๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.    น้ำชา กาแฟ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">5.    น้ำตาล และเครื่องปรุงต่างๆ ที่ไม่จำเป็นหรือๆไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">6.    เนื้อสัตว์ที่ผลิตในฟาร์มที่ให้หัวอาหาร สารปฏิชีวนะ สีผสมอาหาร และสารเร่งเนื้อแบบต่างๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">7.    อาหารอื่นๆที่ผลิตโดยวิธีผิดธรรมชาติ ทั้งเชิงพันธุกรรม และระบบการผลิตที่แอบใช้สารเคมีทุกรูปแบบ ที่มีอยู่อย่างมากมายในตลาด</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในทางกลับกัน ผมก็จะอธิบายข้อดีของการบริโภค</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">1.    ผักปลอดสารพิษ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">2.    ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืชธรรมชาติต่างๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">3.    น้ำคั้นหรือน้ำปั่นผักและผลไม้ที่ (น่าจะ) ผลิตแบบปลอดสารพิษ ทั้งยาและปุ๋ยเคมี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">4.    โปรตีนที่ย่อยง่าย มีโอกาสสารพิษปนอยู่น้อย เช่นปลาบางชนิด แทนที่จะเป็นไก่ หรือ หมู หรือปลาที่เลี้ยงในระบบฟาร์ม ที่มีโอกาสบริโภคสารพิษที่ตกค้างจากกระบวนการการผลิตในฟาร์ม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมจะพูดย้ำทุกครั้ง อย่างเป็นปกติ และธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนทำให้เกิดความรู้สึกอย่างเป็นปกติว่าอะไรควร ไม่ควรบริโภค แต่ถ้าอยากจะลองบริโภคบ้าง ก็ให้มีสติว่า กำลังบริโภคอาหารที่เสี่ยง และไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ ซึ่งก็ทำให้ไม่ค่อยอยากบริโภคไปอย่างเป็นปกติของวิธีคิดประจำวัน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลุกชาย และลูกสาวของผมเป็นคนไม่ชอบกินผักเลยตั้งแต่เกิดจนถึง ๑๐ ขวบ ไปสั่งอาหารที่ไหน แม่ค้าทุกคนจะจำได้ทุกแห่งว่า ไม่ใส่ผัก ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ต้องมีแค่เส้นกับเนื้อเท่านั้น ห้ามใส่ผักใดๆทั้งสิ้น แม้แต่กระเทียมเจียว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะแก้ไขนิสัยการบริโภคที่ไม่น่าจะถูกต้องอันนี้ และ วันหนึ่งผมรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จมาก ในวันที่ผมไปรับลูกสาวกลับจากโรงเรียนชั้นประถมปีที่ ๓</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลูกสาวผมบอกว่า หนูมีอะไรจะเล่าให้พ่อฟัง”(แบบยิ้มๆ และรู้สึกภูมิใจในตัวเอง)</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมก็ถามว่า อะไรล่ะลูก</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลูกสาวผมตอบว่า วันนี้หนูกินผักเป็นแล้ว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมถาม กินได้อย่างไรลูก ไม่ขมหรือ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลุกสาวผมตอบว่า ที่โรงเรียน เขาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว หนูบอกไม่เอาผัก แต่ก็มีถั่วงอกติดมาต้นหนึ่ง หนูไม่ทันระวังก็เลยเคี้ยวกลืนไปแล้ว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตั้งแต่นั้นมาลูกสาวผมก็ค่อยๆหัดทานผัก ต่อมาก็หัดทานข้าวกล้อง ที่ผมจะอธิบายประโยชน์ทุกครั้งที่มีโอกาส โดยตอนแรกหุงผสม กับข้าวสารไปก่อน เพิ่มสัดส่วน </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จนตอนนี้ถ้าวันไหนต้องทานข้าวขาวที่หุงจากข้าวสารธรรมดาถือว่า ผิดปกติ และเป็นเฉพาะวันที่ไม่มีทางเลือกเท่านั้น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมคิดว่าการต่อสู้กับกระแสอาหารสังเคราะห์ และอาหารที่อาจเป็นพิษนี้ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">เราต้องเริ่มที่บ้าน ในระบบครอบครัวครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะไปคอยโทษว่าเป็นกระแสสังคมแล้วเราต้องทำตาม อย่างไร้สตินั้นผมไม่เห็นด้วยครับ</p>  ท่านคิดว่า   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตัวท่านและครอบครัวจะวิ่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตามกระแสการบริโภคสารพิษ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และสารไร้ประโยชน์ต่อร่างกาย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือจะพยายาม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พัฒนานิสัยการบริโภคให้ห่างไกลจากสารพิษ</p>และเน้นการบริโภคสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายครับ ลองคิดดูนะครับ