บันทึกนี้ ก็มีเรื่องเล่าที่เยอะมากเลยนะคะ ... ทำให้ดิฉันต้องนำมาบันทึกแยกย่อยออกมา ... ทพญ.น้ำเพชร เป็นตัวแทนเล่าประสบการณ์ของ CKO ที่กลุ่มพยายามตกผลึก นั่นก็คือ

  1. การบริหารผู้บริหาร โดยพยายามให้ CEO รับรู้สิ่งที่เราได้รับรู้มาในเรื่อง KM โดยการสื่อสารให้ CEO รับทราบให้แม่นที่สุด เพื่อที่จะคุยเป็นเรื่องเดียวกับเรา ... และ CEO จะเป็นผู้มอบนโยบาย ชี้นำ และให้ความสำคัญเพื่อที่ทีมงาน และผู้ปฏิบัติทุกคนจะได้เห็นความสำคัญ ของการใช้เทคนิค KM ในการพัฒนาองค์กร ว่ามีประโยชน์อย่างไร จะทำให้สิ่งที่เราพูด และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  2. ทีมงาน ก็คือ มีการแต่งตั้งคณะทำงานที่มีความชัดเจนขึ้น เพื่อจะได้มีความเป็นทีม เพราะฉะนั้นทีมที่ทำมา 2 ปี ในเรื่อง KM ต้องมีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และทุกคนที่เป็นทีมที่คุยแล้ว ปัจจัยแห่งความสำเร็จจะต้องมีส่วนร่วมจากทุกหน่วยงานย่อย ในองค์กร ไม่ใช่ขมวดอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และก็คิดเองทำเอง แต่ว่าจริงๆ แล้ว ความสำเร็จที่สุดของคณะทำงานตรงนี้ ต้องได้มาจากทุกหน่วยงาน
  3. เพื่อที่จะก้าวต่อไปชัดเจน ก็คือในเรื่องการจัดทำแผน ในปีก่อนๆ แผน KM อาจจะไม่ค่อยชัด จะเริ่มชัดขึ้นในปีนี้ สิ่งที่ทำได้สำเร็จ คือ ความมีส่วนร่วม เพราะว่า คณะทำงานมาจากทุกหน่วย คณะทำงานมีส่วนร่วมในการจัดทำแผน และอาจมีส่วนอื่นๆ เช่น เรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลจาก KPI และบูรณาการไปกับงาน routine ด้วย ซึ่งทำให้กระบวนจัดทำแผนเป็นรูปธรรม ชัดเจน และสำเร็จมากขึ้น
  4. ที่ผ่านมา ที่ลืมไม่ได้ คือ เรื่อง Facilitator และ Note taker เราพูดมาตลอดว่า ต้องมีการสร้าง และพัฒนาทีม Facilitator และ Note taker ... เนื่องจากเทคนิคของ KM ... Fa และ Note taker เป็นตัวจักรที่สำคัญ ไม่ย่อหย่อนไปจาก CKO เลย CKO ทำไม่ได้ ถ้าไม่มี Fa และ Note taker เป็นตัวช่วย จึงน่าจะมีการสร้าง และพัฒนาให้เห็นชัดเจน และมีทีมงานขยายขึ้นเรื่อยๆ ... เพราะฉะนั้น การสร้าง Fa และ Note taker จึงต้องสร้างขึ้นเรื่อยๆ และทุกสถานการณ์ สามารถเปลี่ยน Fa และ Note ได้ตลอด สิ่งนี้ก็จะทำให้ KM เป็นงานประจำได้
  5. การสร้าง CoP และทำยังไงถึงจะทำให้ CoP มีชีวิตชีวา ก็คือ ถ้ามี CoP แล้ว ก็ต้องมาแลกเปลี่ยนกันใน CoP มีการสนับสนุนต่อเนื่อง และมีการแลกเปลี่ยนปลายปี ให้ CoP ได้มานำเสนอเพื่อการ ลปรร.
  6. สุดท้ายเรามีความมุ่งหวังจะเกิดขุมความรู้ใหม่ๆ ในแต่ละศูนย์ฯ เป็นขุมความรู้ที่น่าจะเกิดขึ้น ในการทำ KM ภายในศูนย์ อาจจะได้ใหม่บ้าง เก่าบ้าง หรืออาจเป็นเอกสารจากการประชุม ก็มุ่งหวังว่าจะได้เอกสารความรู้ใหม่ๆ ภายในศูนย์ฯ และในส่วนของผ่านขุมความรู้ ก็มีการใช้ IT มาช่วยในการสะสมไฟล์เอกสารต่างๆ หรือบทเรียน หรือเวที ลปรร. ที่จะมามีส่วนร่วมกันได้

และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเวทีของ CKO นี้ กลุ่มได้ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ก็คือ 

  • ในเวทีของ CKO วันนี้ได้ฟัง อ.สมศักดิ์ มากเป็นพิเศษ ที่จะ empower ให้กับ CKO ได้ว่า CKO มีความสำคัญ ... ทำให้เราดีใจมากขึ้น ไม่ย่อท้อแล้วค่ะ ที่ผ่านมา 2 ปี อาจจะย่อท้อบ้าง ทำอะไรก็ไม่รู้ ตอนนี้ก็รู้สึกว่า มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ
  • เพราะว่า หน้าที่ของ CKO คือ ต้องสนับสนุนให้ KM เกิดในหน่วยงานได้อย่างไร  CKO ก็ต้องร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับทีมงาน
  • ในเรื่องความเชื่อมโยง จากข้างบนลงสู่ผู้ปฏิบัติด้านล่าง และในแนวราบเอง ในเรื่องของเนื้องาน ต้องบูรณาการให้ไปกับทุกเนื้องานให้ได้ ไม่ใช่จะพูดแต่ KM แล้วเราไม่พูดเรื่อง KPI ก็ไม่ได้ ต้องรู้เขา รู้เรา ก็จะชนะทุกครั้งที่รบ
  • ความยืดหยุ่น เพราะว่าแผนไม่ได้เขียนมาแล้วจะเดินไปคนเดียว ต้องยืดหยุ่นให้เข้ากับสถานการณ์ งานไหนเร่งก็ให้เขาทำไปก่อน KM ก็ค่อยๆ แทรกไป และมาสรุปบทเรียนร่วมกัน ก็จะเป็นประโยชน์มากค่ะ

คุณฉัตรลดาเสริมเรื่อง ที่เป็นเรื่องประเด็นเรียนรู้ของกลุ่ม เล็กน้อยค่ะ ... เธอบอกว่า เป็นคุณแอบด้วย (เออ เหมือนดิฉันเลย แสดงว่า บทบาท KM Team กลาง คงต้องเป็นคุณแอบ ด้วยละเน๊าะ) ... ไปแอบเห็นค่ะ ตอนที่เขาพูดกันเรื่อง การพัฒนา Fa และ Note ... เขาสอนกันค่ะ เมื่อกี้เขาบอกว่า เนี่ยะ จดน่ะเราจะจดกันยังไงล่ะ มีคนบอกว่า ก็ต้องจดสิ จดทุกประเด็นนะ อย่าเอาความรู้สึกของเราเข้าไปใส่ และก็บอกว่าต้องจดทุกคนมั๊ย ถ้าคนที่ 2 พูดเหมือนคนแรกนี่ ละไว้ในฐานที่เข้าใจได้มั๊ย ไม่ต้องจด บอกว่าเหมือนคนที่ 1 ... เขาก็ตอบว่า ไม่ได้ เพราะว่ามันต้องเอาการจดของเขาเป็นเหมือน confirm น่ะ ว่า ตัวประเด็นตรงนี้ เห็นมั๊ยว่า มันมาจากข้อมูลจริงๆ ไม่ได้มาจากยกเมฆ ก็เห็นเขาแอบสอนกัน ... และแอบสอนเรื่องการเป็น Fa ด้วย ... เขาเกิดการเรียนรู้กันขึ้นในกลุ่มทันทีทันใดเลยนะคะ

แหม ก็นี่กลุ่ม CKO นะคะ ... สุดยอดกันอยู่แล้ว