ความรู้ของกลุ่มชน

  ติดต่อ

  เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรที่มีความเป็นเลิศ  


คนในองค์กรที่มีอายุประมาณ 38 ปี และมีอายุตัวเฉลี่ยประมาณ 50 ปี คนภายนอกองค์กรเห็นว่าเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศ คนภายในกลับไม่แน่ใจ เห็นได้จากเมื่อมีการจัดการความรู้ขึ้นในองค์กร และได้มีการแต่งตั้งองค์คณะมาจัดทำความรู้หลักขององค์กร โดยการคัดเลือกจากผู้บังคับบัญชา ทั้งองค์คณะมีความเห็นว่าตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ(Expert)ในสาขาที่ได้รับการแต่งตั้ง ความรู้ที่เขาเห็นว่าจำเป็นในสาขาที่ได้รับมอบหมายนั้นเขาเห็นว่ามีเขียนเป็นตำราอยู่มากมาย และเมื่อต้องผลิตเอกสารความรู้ให้ได้ปีละ 2 เรื่อง เขาไม่รู้ว่าจะคัดเลือกเรื่องใดจากที่องค์คณะทั้งหมดเสนอมา 13 เรื่อง เกิดอะไรขึ้นกับองค์กรที่มีความเป็นเลิศนี้


ผมอยู่ในองค์กรนี้ด้วย เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดการความรู้ และองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างตั้งใจ ตั้งใจที่จะทำให้องค์กรที่เป็นเลิศเป็นเลิศด้วยความรู้ในบริบทของสังคมที่มีความรู้เป็นฐาน เราเริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 จากสายงานที่มีคนในสายงานมากกว่า 17,000 คน มีปัญหาที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงด้วยปัญญาของผู้ที่มารับหน้าที่ในการขับเคลื่ององค์กรแห่งนี้ให้ไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

หลังจากคลำทางด้วยการมีที่ปรึกษามาอบรม จัดทำแผนหลักไม่น้อยก่วา 13 แผน มีองค์คณะรับผิดชอบด้านต่างๆ ตามกลยุทธ์ 3 คณะ เราเริ่มเดินทางในปี 2548 ให้ความรู้แก่ผู้บริหารทุกระดับ จัดตั้งคณะทำงานแจกแจงและรวบรวมองค์ความรู้หลัก ให้มีผู้ปฏิบัติในแต่ละด้านของความรู้หลักในสายงานในระยะเริ่มแรก 11 ด้าน เพื่อรวบรวมความรู้จำเป็น จัดตั้งผู้ประสานงาน KM/LO ไว้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ขณะที่แผนใหญ่เดินไป แจกลูกลงไปสู่สายงานต่างๆ เป็นที่คาดได้ว่าองค์กรที่มีที่ตั้งทั่วประเทศไทย และบางส่วนอยู่ในต่างประเทศ มีสายธุรกิจหลัก 8 สายงาน มีกำลังคนสองหมื่นกว่าคน ในทุกสาขาอาชีพ การนำแผนหลักไปทำแผนปฏิบัติการในแต่ละสายงานยังคงแตกต่างกัน วัฒนธรรมองค์กรเป็นตัวชี้นำการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน ภายใต้วัฒนธรรมของประเทศไทยอาจบ่งชี้ได้ว่า เมื่อมีผู้ริเริ่มก่อนและได้รับผลสำเร็จไปแล้ว ความเชื่อมั่นของผู้ริเริ่มมากขึ้น ผู้ตามเห็นชอบและวิ่งตามเพื่อให้ทันไม่ตกยุคสมัย แต่การทำทุกอย่างต้องคำนึงถึงบริบทของแต่ละสถานที่ แต่ละวัฒนธรรมซึ่งไม่เหมือนกัน


ในองค์กรของเรานี้ในระยะแรกต่างคนต่างทำบนเส้นทางของตน บางคนเริ่มต้นไปผิดทางเหมือนกับการบรรยายของ ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ที่ว่าเน้น 2T มากกว่า 2P เมื่อมาเริ่มใหม่อีกครั้งและได้รับรู้การทำงานของภายนอกจึงถึงแสงสว่างที่กลับมาเริ่มที่ 2P ดังนั้นผู้ที่ผิดมาก่อนจึงเริ่มได้เร็วกว่า และถูกทางกว่า เป็นผู้นำในการจัดการความรู้ขององค์กร
มีการปรับโครงสร้างสายงานเราอีกครั้ง ปัจจุบันเราถูกแยกไปอีกมีกำลังคนและหน่วยงานลดลงเป็นกำลังคนประมาณ 13,000 คน และยังคงอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย  ชีวิตต้องดำเนินไปการพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้โดยขับเคลื่อนด้วยการจัดการความรู้ดำเนินไป ปีนี้ 2550 เราจะต้องมีสัมมนาใหญ่เรื่องการจัดการความรู้ขององค์กร

จากการได้ร่วมเป็นผู้ให้ความรู้กับผู้บริหารและองค์คณะจัดทำความรู้หลักในองค์กร จากการสังเกตุของผมพบว่า 2P ของเรายังมีข้อจำกัด
เห็นได้จากความสัมพันธ์ของคนยังมีข้อจำกัด เรามีรูปแบบความคิดที่ไม่เปิด ไม่มีเมตตา ยึดในตัวตน ยึดในความเห็นของตน การให้อภัยยังอยู่ไกลจากหัวใจของเรา เราทำงานด้วยกัน แต่เรายังไม่เปิดใจยอมรับกัน เราบอกว่าการฟังอย่างตั้งใจ(Deep Listening)เป็นสิ่งที่ต้องการในสังคม เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความรู้ แต่เรายังไม่ฟังกัน

 

 เรายังสู้ชาวนาที่สุพรรณบุรียังไม่ได้ในการฟัง ทั้งที่เราทนงตนว่าเรามีความรู้มาก

เราไม่เริ่มที่ตัวเรา เราเริ่มที่ตัวเขา เราต้องการให้เขาฟังเราขณะที่เราไม่ฟังเขา เราต้องการให้เขายอมรับเราในขณะที่เราไม่ยอมรับเขา เราทำงานด้วยกันในขณะที่แบ่งเขาแบ่งเรา เราทับถมเมื่อเขาผิดและยังไม่เสนอทางออก เราต้องการให้เขาผิดและเรียนรู้จากความผิดเองทั้งที่เขาเรียนลัดจากความผิดของเราได้ และเราพร้อมจะจากไปเมื่อเขาไม่ยอมรับโดยไม่พยายามเข้าใจเขาเพื่อที่จะทำให้เขาเข้าใจเรา แบ่งเขาแบ่งเราเพราไม่ได้ต้องการที่จะชนะร่วมกัน ในขณะที่เราต้องการความสัมพันธ์ระหว่างคนที่เท่าเทียมกันเรากลับต้องการให้เขาเดินตามเราอย่างเป็นเบี้ยล่าง

 

ความพากภูมิใจจะมีประโยชน์อันใดกับชัยชนะบนซากปรักหักพัง


วัฒนธรรมองค์กรของเราไม่ได้ให้เกียรติคนเก่งที่ทำงานหรือ วัฒนธรรมองค์กรของเราให้เกียรติเฉพาะคนที่มีความรู้หรือ สิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่วัฒนธรรม เพราความจริงที่ทำให้เจริญนั้นคือวัฒนธรรม ผ่านการเวลาผ่านการบ่มเพาะ ผ่านการกลั่นกรอง แล้วจึงมีวัฒนธรรมมารับใช้เรา ไม่ใช่เราไปรับใช้วัฒนธรรม คนในองค์กรให้คุณค่าสร้างกระแสได้ด้วยพลังแห่งความสามัคคี การรวมกันของความแตกต่าง

 

ไม่มีคำตอบสำเร็จสำหรับผู้ทำงานที่เป็นเลิศแต่ไม่ยอมรับว่าตัวเป็นเลิศ เพราะความรู้ตนขององค์คณะเหล่านั้นเมื่ออยู่ในองค์กรที่มีการแข่งขันแข่งดี เป็นเลิศจะต้องถูกลองดีลองของ ดังนั้นอย่าเป็นเลิศเลยแม้ว่าไม่มีใครเทียบได้ในองค์กร เพราะจะเป็นจุดให้ถูกโจมตี สกัดกั้น ไม่ได้เกิด ความคิดนี้ฝังและสืบต่อได้ เมื่อความคิดนี้รับใช้คนส่วนหนึ่งให้ก้าวเดินไปได้ คนส่วนมากจึงรับมาทำตามและสืบต่อเป็นวัฒนธรรม การรื้อความคิดที่ปลูกฝังกันมาเชิงประจักษ์รุ่นต่อรุ่นยากมากที่จะเปลี่ยนแปลง

ความเห็นขององค์คณะผู้จัดทำความรู้หลักเกี่ยวกับเอกสารความรู้ที่ต้องมีสองเรื่องและองค์คณะเห็นว่าตำราที่เขียนไว้มีมากมายแล้วนั้น เป็นความล้มเหลวของผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้โดยตรงที่ไม่สามารถให้ความแตกต่างระหว่างความรู้หลักที่จำเป็นกับตำราแตกต่างกันอย่างไร ต่อเนื่องไปจึงทำให้ไม่สามารถตกลงใจได้ว่าจะเลือกเรื่องใดใน 13 เรื่องที่องค์คณะเป็นผู้เสนอร่วมกัน เพราะทั้ง 13 เรื่องสำคัญต่อผู้เสนอทั้งสิ้น


ความรู้จากการปฏิบัติไม่มีเขียนไว้ หากเขียนไว้เป็นความรู้จากการที่ได้ปฏิบัติแล้ว เมื่อมีผู้นำไปปฏิบัติในอีกบริบทจะยกระดับได้เพียงใดขึ้นอยู่กับการปฏิบัตินั้นๆ

 

ทางบรรลุนิพพานเขียนไว้หลายตำรา ผู้นำไปปฏิบัติได้ผลถึงนิพพานเมื่อใดจึงยกระดับความรู้ตนได้จากสามัญบุคคลสู่อริยบุคคล หลายคนปฏิบัติแต่ไม่สามารถยกระดับตนได้คือยังไม่บรรลุ

 

การจัดการความรู้ที่องค์คณะควรเน้นคือความรู้ที่อยู่ในตัวคน อธิบายเคล็ดกระบวนท่าให้สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ และองค์คณะควรเข้าใจว่า เอกสารความรู้ไม่สามารถเขียนทั้งหมดที่คนรู้ได้ และความรู้หลักคือสิ่งที่องค์กรจะต้องมีนอกจากตำราที่เอ่ยแล้วและเป็นความรู้ในบริบทขององค์กรเอง ซึ่งไม่มีใครที่ไหนในโลกระบุได้ดีเท่ากับองค์คณะอีกแล้ว


ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของวิทยากรที่นำความรู้มาสู่องค์คณะไม่มีความสามารถในการถ่ายทอด วิทยากรต้องปรับปรุงและพยายามให้มากขึ้น ศึกษาผู้เข้ารับฟัง หาวิธีการเชิงประจักษ์ ออกแบบการอบรมใหม่ ปรับและปรับเพื่อการเปลี่ยนแปลง


ไม่มีอะไรสมบูรณ์พร้อม แต่ความเกื้อกูลให้อภัย แลกเปลียนเรียนรู้ไปด้วยกัน บนการรับฟัง สังเกตุ จดบันทึก คิด ถาม เขียน เพียรเรียนรู้ตลอดชีวิต บนความเอื้ออาทร ห่วงใย ให้และรับ ความงดงามของความสัมพันธ์ของคนจะก่อตัวขึ้น สร้างความดีงามด้วยกันบนฐานแห่งความรัก สามัคคี มีหัวใจงดงาม เพื่องอกงามในความจริงไปด้วยกัน

เข้าใจ ทำไปไม่ละเว้น เห็นความจริงความงามความดีมีในทุกผู้คน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 82910, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #จุดเริ่มต้น#ความรู้ในองค์กร

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)