ผมต้องบินไปสุราษฎร์ธานี (ด่วน) สาเหตุเพราะคุณแม่มีอาการจากโรคไต (วาย) ก่อนหน้านี้ก็ต้องฟอกเลือก 2 วันครั้ง บางครั้งก็ 3 วันครั้งแล้วแต่อาการ (ฟอกเลือดผ่านทางการเจาะบริเวณคอ) ซึ่งติดเชื้อค่อนข้างง่าย
10 มี.ค.50 คุณหมอนัดเจาะเส้นเลือดใหญ่เพื่อจะหาทางฟอกเลือดผ่านทางนั้น แต่ปัญหาคือคุณแม่แก่แล้ว อายุ 84 ปี ร่างกายอ่อนแอ และหาเส้นเลือดเพื่อเจาะยากมาก คุณหมอบอกว่าหากวิธีการนี้ไม่ได้ผล ก็คงต้องเจาะหน้าท้อง (ซึ่งคงเป็นเรื่องใหญ่มาก) สุดท้ายแล้วลูกๆ ก็ลงความเห็นให้คุณหมอทำการรักษาคุณแม่ด้วยวิธีเจ้าหน้าท้องเพื่อทำการรักษา
ตอนเช้าของวันที่ 18 กันยายน 2551 (ประมาณ 5.30 น.)ได้ข่าวจากพี่ชาย คือ อาจารย์ประยูร ศรีฟ้า ว่าคุณแม่อาการไม่สู้ดีนัก ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี คุณหมอต้องช่วยปั๊มหัวใจและใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ จากวันที่คุณแม่ป่วยเป็นโรคไต จวบจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 1 ปีกว่าๆ แล้ว ทั้งคุณหมอและลูกๆ ตลอดจนญาติมิตร และบรรดาเพื่อนๆ ในอินเทอร์เน็ตต่างก็ให้กำลังใจและเอาใจช่วยคุณแม่พุ่ม ศรีฟ้า อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่าเราทุกคนอยากให้คุณแม่อยู่กับเรานานๆๆๆ และนาน เท่าที่สามารถกระทำได้
จนกระทั่งประมาณ 14.30 น. ผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา ผมเป็นสายของอาจารย์ประยูร ซึ่งเป็นพี่ชายของผมเอง วินาทีนั้นผมไม่อยากได้ยินเสียงโทรศัพท์จากสายนี้หรือเบอร์นี้เลย เพราะผมคิดว่าข่าวที่ผมจะได้รับน่าจะเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดีเป็นแน่....ก็เป็นจริงดังที่คาดไว้ครับ พี่ชายบอกว่าคุณแม่ได้เสียชีวิตแล้วด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี สิริอายุของคุณแม่รวม 87 ปี โดยได้เคลื่อนศพไปทำการฌาปนกิจที่เกาะสมุย ในวันที่ 19 กันยายน 2551 ณ วัดสระเกศ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ....
แม่พุ่ม ศรีฟ้า (ขณะที่อายุ 82 ปี)
จะให้ทำใจมันก็ลำบากนะ หากไม่เจอกับใครก็คงไม่รู้ซึ้งเท่ากับเจอกับคนใกล้ชิดและคนในครอบครัว......

หนูขอเป็นกำลังใจให้คุณด้วยนะคะ เข้มแข็งไว้นะคะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นคะ หมอเมื่อไทยสมัยนี้มีความรู้ความสามารถเยอะนะคะ อย่าพึ่งหมดหวังคะ สู้สู้
เพิ่งกลับจากสุราษฎร์ธานีถึงกรุงเทพฯ วันที่ 12 มี.ค. เวลา 5.30 น.
ขอบคุณ คุณกัณฐ์ลดา มากครับ ที่ส่งกำลังใจมาให้ครับ โดยภาพรวมอาการของคุณแม่ก็ดีขึ้นตามลำดับ
ตอนนี้กำลังใจ...ของทั้งผู้ป่วยและญาติเท่านั้น ที่จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ การรักษาของคุณหมอก็เพียงแต่ยี้อชีวิตให้ท่านอยู่กับเรานานๆ แค่นั้นเอง จะอย่างไรก็ตามพวกเราทุกคนก็ต้องปฏิบัติให้ถึงที่สุด ให้ดีที่สุด
คุณแม่ได้รับการผ่าตัดเจาะเส้นเลือดเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มี.ค. และจะต้องฟอกไตอีกในวันที่ 12 มี.ค. และจะต้องทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เฉลี่ย 2 ครั้ง ต่ออาทิตย์
สุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพฯ ผมได้เห็นรอยยิ้มผ่านดวงตาแห่งความรักของแม่ ทำให้ผมซึ่งเป็นลูกมีความสุขมากครับ.....
อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์..
กำลังใจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะอาจารย์..ครูอ้อยขอส่งพลังใจไปถึงค่ะ
จากการ search ข้อมูลพบ สิ่งควรรู้สำหรับคนเป็นโรคไตมาฝากครับ จากเว็บไซต์ http://www1.rbac.ac.th/emag/healt/sub/eat.htm
โรคไต เป็นอีกโรคหนึ่งที่นอกจากจะสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังเป็นโรคที่ต้องบอกว่า ใช้ “ทุนทรัพย์” ในการรักษาที่เอาการทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ร่างกายเข้าสู่จุดที่ต้องทำการฟอกไต
ดังนั้น ถ้าสามารถหลีกเลี่ยงโรคนี้ได้ก็ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถป้องกันได้ด้วยการระมัดระวังในการบริโภค
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียมไปเรียบร้อยแล้ว ก็มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพของตนเองไปพร้อมๆ กันด้วย กล่าวคือต้องเลือกรับประทานอาหารที่ให้ประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่จะให้โทษ เพราะนอกจากจะไปทำอันตรายต่อไตมากขึ้นแล้ว ยังจะทำให้เกิดภาวะอาการเจ็บป่วยต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะหัวใจวาย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด
พ.ท.น.พ.อุปถัมภ์ ศุภสินธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า อาหารที่ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงคือ อาหารที่มีรสเค็ม เพราะจะส่งผลต่อความดันโลหิตสูง หัวใจโตและน้ำท่วมปอด นอกจากนี้ ก็รวมไปถึงอาหารที่ฟอสเฟสมากเพราะจะทำให้กระดูกบาง ผุและหักง่าย ต่อมไทรอยด์จะโต ส่วนอาหารที่มีโปแตสเซียมก็ต้องเลี่ยงเช่นกัน เนื่องจากทำให้หัวใจเต้นเร็วและอาจเกิดภาวะหัวใจวายตามมา
ด้าน รศ.วลัย อินพรัมพรรย์ ที่ปรึกษาโภชนบำบัด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียม ล้างไตผ่านทางช่องท้อง จะสูญเสียสารอาหารมากมาย อาทิ โปรตีน เกลือแร่ ดังนั้น จำต้องรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่คือโปรตีน(เนื้อสัตว์) คาร์โบไฮเดรต(แป้ง) ไขมัน เกลือแร่(ผักและผลไม้) และวิตามิน
อย่างไรก็ตาม ในการรับประทานเนื้อสัตว์จะต้องเลือกชนิดที่ไม่ติดมันและติดหนัง ไข่ควรรับประทานแต่ไข่ขาว เพราะไข่แดงจะมีโคเลสเตอรอล โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส ส่วนนมและเนยแข็ง รวมทั้งอาหารจำพวกถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วแดง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ รวมทั้งขนมเปี๊ยะ กระยาสารทก็ต้องละเว้น เนื่องจากมีฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมสูง ซึ่งผู้ป่วยที่ฟอกเลือดจะมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายฟอสฟอรัส
ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรรับประทานข้าวรวมถึงอาหารจำพวกก๋วยเตี๋ยว วุ้นเส้น เพราะนอกจากจะมีคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังมีโปรตีนที่เหมาะสมกับร่างกาย กระนั้นก็ดีข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้องก็ไม่เหมาะกับผู้ป่วยเนื่องจากมีฟอสฟอรัสมาก
“ขนมประเภททองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา ไอศกรีม พวกนี้ทำจากไข่แดง มีสารฟอสเฟสมาก ควรระมัดระวังในการรับประทาน ขนมหวานที่ผู้ป่วยรับประทานได้จะต้องไม่หวานมากนัก เช่น ขนมน้ำดอกไม้ ขนมมัน ขนมถ้วยฟู สาคูเปียก เพราะจะช่วยให้เกิดพลังงาน สำหรับผู้ป่วยที่ล้างไตผ่านทางช่องท้อง ควรเลี่ยงพวกขนมหวานจัด เพราะยาล้างไตทางช่องท้องจะมีกลูโคสสูง จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงและพบปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจ”
“ผักที่มีสีเขียวเข้ม สีเหลืองเข้ม เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บล็อคเคอรี่ ดอกกะหล่ำ ใบคะน้า คึ่นฉ่าย มะเขือเทศ แครอท จะมีโปแตสสูง ควรหลีกเลี่ยง กลุ่มที่รับประทานได้ เช่น แตงกวา น้ำเต้า บวบ ฟักเขียว มะเขือยาว ถั่วฝักยาว ผักกาด ส่วนผักที่ไม่ควรรับประทานก็เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก ลูกพรุน ลูกพลับ ขนุน ผลไม้แห้ง มะขามหวาน รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงชา กาแฟ ช็อกโกแลต โคล่า ซึ่งมีทั้งโปแตสเซียมและฟอสฟอรัส”
“อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม หมูยอ หมูหยอง หมูแผ่น นอกจากจะมีโคเลสเตอรอลแล้ว ยังมีโปแตสเซียมและโซเดียมสูง ควรยกเว้น อาหารสำเร็จรูปทุกประเภท บะหมี่ โจ๊ก มีโซเดียมสูง มีรสเค็มจัดไม่ควรรับประทานอย่างยิ่ง เพราะนอกจากร่างกายจะบวมแล้ว ยังส่งผลถึงความดันสูงอีกด้วย”รศ.วลัยแนะนำ
และปิดท้ายกันที่ ดร.ชนิดา ปโชติกาล แห่งภาควิชาคหกรรมศษสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่แนะนำว่า การที่ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียมหรือล้างไตผ่านทางช่องท้องจะต้องรับการตรวจเลือดก่อนว่า มีสารประเภทใดในเลือดที่สูงมาก เมื่อทราบแล้วก็ไปปรึกษานักกำหนดอาหาร ซึ่งจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้และคำปรึกษาเกี่ยวกับโภชนาการให้เป็นไปตามที่แพทย์กำหนด เมื่อผู้ป่วยได้บริโภคอาหารถูกต้องเหมาะสมกับภาวะที่ร่างกายอยู่ระหว่างการฟอกเลือด ก็จะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ที่สำคัญช่วยยึดอายุให้ยืนยาวมากขึ้น...
(ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้เขียนบทความนี้ไว้เป็นอย่างสูง จาก ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า)
เมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคม 2550 คุณแม่มีอาการดีขึ้นมาก นอนหลับดีไม่กระวนกระวาย ตื่นเช้าขึ้นมาก็แจ่มใสรับประทานอาหารได้เยอะขึ้นกว่าวันก่อนๆ
สำหรับอาการอื่นโดยภาพรวมตอนนี้ คุณหมอได้ scan สมอง ผลพบว่าบางจุดของสมองเริ่มจะฝ่อบ้างแล้วในบางจุด จึงเป็นผลพวงให้ตอนนี้ในบางครั้งความคิด ความจำอาจไม่สู้ดีนักนอกจากคนที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้นจึงจะรู้จักและรับรู้ รู้ว่าคุณแม่อยากจะพูดแต่การพูดของคุณแม่อาจฟังยากสักนิด เพราะว่าลิ้นจะควบคุมไม่ได้ (คับอยู่ที่ปาก) แต่ก็พอจะฟังจับใจความได้ว่าพูดอะไร ต้องการอะไร
มีบ่อยครั้งที่ท่านได้พูดและเอ่ยชื่อของญาติๆ เช่น พี่สาว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตไปแล้ว ท่านอยากไปวัด ไปทำบุญใส่บาตร
ตอนที่เขียนบันทึกอยู่นี้ ผม (ดร.ไพฑูรย์) ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ เนื่องด้วยภาระหน้าที่ทำจะต้องปฏิบัติ แต่ก็ได้โทรศัพท์พูดคุย และสอบถามถึงอาการของคุณแม่ทุกระยะ....
วันที่ 2 เมษายน 2550 หลังจากโรงเรียนเปิดภาคเรียนที่ 2/2549 ผมรีบบินไปสุราษฎร์ธานีด้วยสายการบิน One 2 Go ไปลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี ด้วยราคาค่าตั๋วถูกกว่าการบินไทยประมาณครึ่งต่อครึ่ง (1,750)
หากแต่ว่าจะเข้าไปที่เกาะสมุยก่อนเพื่อทำภาระกิจเกี่ยวกับการไหว้บรรพบุรุษที่เกาะสมุย จากนั้นก็จะกลับเข้าไปที่สุราษฎร์ธานี เพื่อดูแลคุณแม่อีกครั้งหนึ่งในวันรุ่งขึ้นที่ ร.พ.สุราษฎร์ธานี (ตึกอุบัติเหตุ 6 ชั้น ห้อง 613)
click here เพื่อชมภาพคุณแม่พุ่ม ศรีฟ้า เมื่อตอนสุขภาพแข็งแรง
วันที่ 5 พฤษภาคม 2550 ผมเดินทางจากสุราษฎร์ธานีเข้ากรุงเทพฯ ด้วยสายการบิน One 2 Go
เพื่อกลับไปทำงานต่อหลังจากปิดภาคเรียนมานาน สุดท้ายอาการของคุณแม่ดีขึ้นตามลำดับด้วยเหตุว่าคุณหมอได้ทำการเจาะช่องท้องเพื่อทำการฟอกไต (กำจัดของเสีย) ผ่านทางช่องหน้าท้อง ขณะนี้คุณแม่พูดได้ชัดขึ้น ความจำดีมาก ท่านอดไม่ได้ที่จะถามถึงผลไม้ในสวนที่เกาะสมุยว่าติดดอกออกผลมากน้อยแค่ไหน (แสดงว่าความจำและจิตใต้สำนึกยังดีมาก) ใครไปใครมาเยี่ยมก็ทักทายพูดคุยและจำได้ทั้งหมด ทำให้ลูกๆ สบายใจขึ้นมากทีเดียว ผลดีของการฟอกของเสียผ่านทางผนังหน้าท้อง คือ ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้เกือบทุกอย่างที่อยากรับประทาน ไม่ต้องควบคุมเข้มเหมือนกับฟอกผ่านทางเส้นเลือดซึ่งต้องควบคุมอาหารแบบเข้มมาก ประการสำคัญคือไม่กระทบกระเทือนต่อการทำงานของหัวใจ ผลเสียคือผู้เฝ้าไข้จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อที่จะต้องดูแลและจัดการเรื่องการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาและของเสียบ่อยครั้งขึ้น (วันละ 4 ครั้ง)
อาจารยืคะอย่าไปคิดมากคะ หนูก้ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ด้วยคนนึงคะ เพราะหนุก็ทราบดีว่าโนคนี้ถ้าเป็นแล้ว ทางที่จะกลับมาหายดีมันยากมาก ก็ได้แต่ทำใจคะ
ได้รู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของโรคไตว่ามีผลเสียต่อสุขขภาพอย่างไรได้ความรู้เพิ่มขึ้น
เดี๋ยวก้อดีขึ้นเองนะคะ สู้ๆๆ
อาจารย์ ขอคะแนนเยอะๆหน่อยน้า
ขอบคุนล่วงหน้าคะ
อาจานจาออกแล้วหรอคะ
ขอไห้แม่อาจานหายเรวๆนะคะ
ผู้ป่วย ก็มีอายุมากแล้ว ต้องการกำลังใจ ยังไงผมก็ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้ร่างกายแข็งแรง ทุกวัน ๆ ออกกำลังกายบ่อย ๆ นะครับ สู้ ๆ ^^"
โรคนี้ถ้าใครได้เป็นคงทรมานมากเลยสิ น่าส่งสารน่ะ
ไต~หา~หัว~จาม หลอคับ
สู้ๆต่อไปนะ ไม่ต้องคิดมาก คนเป็นโรคนี้แม้โอกาสจะหายมันยากมาก แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสหายนี่ค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ สู้
คับ ผมคิดว่าคนที่เป็นไตวายต้องมีจิตใจที่แข็งแรง ต้องให้คนที่เป็นโรคนี้ไม่เครียด อารมณ์ดีอยู่ สม่ำเสมอ ต้องชวนออกกำลังกาย และชวนเขาทำกิจกรรมที่สนุกสนาน สุดท้ายก็ขอให้คนที่เป็นโรคไตวาย หายจากโรคนี้เร็วๆ ละกัน *-*
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ถ้าผู้ปวดมีกำลังใจดีไม่นานต้องหายจากโรคแน่นอนคับ
โรคนี้ จัดได้ว่าทรมาน พอพอกับมะเร็งนะคะ น่ากลัวด้วย แต่ก้อเป็นกำลังใจให้นะคะ