GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การสอบสวนที่ทรงประสิทธิภาพ

การสอบสวน

การสอบสวนที่ทรงประสิทธิภาพ ๑.การวางแผนการสอบสวน โดยหาข้อมูลเบ้องต้นเก่ยวกับเรื่องที่กล่าวหา คิดวิเคราะห์แยกแยะ เรื่องที่กล่าวหา ๒.การสังเกตแหล่งที่มาของข้อมูล ๓.การตั้งสมมุติฐาน ได้แก่ การตั้งสมมุติฐานว่าประเด็นแต่ละประเด็นจริงหรือไม่ ๔.เทิคนิคการดำเนินการสอบสวน มาจากการใช้ความรู้ท่วไป หาข้อมูลเบ้องต้น ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้จิตวิทยา ผูกมิตรกับพยาน ใช้บุคลิกให้เข้ากับสถานการณ์ เชื่องโยงพยาน เปรียบเทียบ แสดงบทบามสมมุติ ให้ไวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

หมายเหตุ  ความนี้ได้จาก การทำ KM กลุ่มงานวินัยและนิติการ

เรื่อง (เล่า)   จงอางติดบ่วงเชือกกล้วย          ครั้งหนึ่งผู้เล่าเป็นนิติกรใหม่ๆ  ทำงานอยู่สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทย  ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้สืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเรื่องหนึ่ง  โดยมีเพียงแผ่นกระดาษแผ่นเดียวเขียนมาเล่าความในใจอย่างน่าสงสาร           จดหมายนั้นพร่ำพรรณนา มีใจความว่า สามีของผู้ร้องทำงานเป็นครูที่โรงเรียนหนึ่งในตัวอำเภอ    ไปได้เสียกับครูหม้ายกระดังงารนไฟโรงเรียนเดียวกัน  เช้าก็นั่งรถไฟไปด้วยกัน  เย็นก็กลับด้วยกันทางรถไฟ    บางวันก็ไม่กลับพ่อโดยทูนหัวสามีอ้างว่าอยู่เวร    เป็นเพลาเกือบปีมาแล้วพ่อเจ้าประคุณไม่เคยแยแส    แม้แต่จะชายตามอง  ปล่อยให้ผู้ร้องอ้างว้างเดียวดาย   แต่ก็จำต้องทนกล่ำกลืนค้าขายของชำเล็กๆ น้อยๆ  ตลาดปากซอย     ส่งลูกสองคนเรียน      จะเลิกกับสามีก็กลัวลูกมีปมด้วย  ขอให้ทางผู้บังคับบัญชาช่วยตามสามีให้กลับบ้านด้วย            จากหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าว ผู้ร้องไม่ได้บอกว่าผู้ถูกร้องเป็นครูโรงเรียนใดด้วยซ้ำ   กระบวนการคิดก็เริ่มจากการตั้งสมมุติฐานว่า  โรงเรียนในสังกัดโรงเรียนใดใกล้สถานนีรถไฟพอที่จะใช้รถไฟในการเดินทางไปกลับได้  ก็มีอยู่หลายโรงเรียน   แต่ก็ได้สังเกตเห็นรอยประทับตราไปรษณียากรที่ซองจดหมายพอจะรู้ ว่าส่งมาจากอำเภอหนึ่งในจังหวัดใกล้เคียงกับโรงเรียน และได้สำรวจดูตารางเวลารถไฟแล้วน่าจะเป็นไปได้   ก็ได้เดินทางไปที่โรงเรียนนั้นตอนพักกลางวันพอดี  ได้ถามเด็กนักเรียน ที่นั่น  ว่าคุณครูคนไหนบ้างจ๊ะ   เดินทางไปกลับโดยรถไฟบ้าง  ก็ได้รับคำตอบว่ามีหลายคนด้วยกัน  เด็กก็บรรยายความตามประสาของเด็ก   ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนตัวของครูแต่ละคน  ก็ได้ความว่าครูโด่งอายุประมาณ ๕๐  มักจะเดินคู่กับครูแดง ไป-มา สถานี บ่อยๆ จากนั้นได้สอบถามประวัติ  จากฝ่ายธุรการ ก็ได้ทราบว่าครูแดงเป็นหม้ายเนื้อหอม  สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  ไม่มีบุตร  อยู่กับแม่คนเดียว  ครูโด่งบ้านอยู่อำเภอ ท. มีภรรยาเป็นแม่ค้าขายของชำ  แค่นี้ก็ได้เค้าแล้วว่าตัวละครที่ปรากฏในหนังสือร้องเรียนเป็นใคร  ก็สามรถกำหนดเป้าหมายได้ ข้อเท็จจริงที่จะหา จากโรงเรียนคงไม่ค่อยจะได้ผล เพราะจะปกป้องพวกพ้อง หรือไม่ก็ไม่อยากให้กระเทือนใจกัน  
          
 บ่ายคล้อยวันนั้นก็เลยเข้าไปร้านค้าขายก๋วยเตี๋ยวข้างโรงเรียน  สั่งก๋วยเตี๋ยวมาชามหนึ่งแก้เก้อพร้อมกับน้ำแข็งเปล่าดูดให้ฉ่ำใจ    ดูท่าอาแปะหน้าบอกบุญไม่รับเหมือนวันๆจะไม่เคยปริปากพูดคุยกับใคร      พลันสายก็สะดุดเข้ากับขวดแม่โขงแบน  ข้างในมีปลากัดขวดละตัว  ตั้งเรียงรายอยู่ชายคาหลังร้าน  ก็ปิ๊งไอเดียร์ขึ้นทันใด  ประกอบกับผมเคยเล่นปลากัดตอนเด็กๆ  เอ่ยปากชมว่า ปลากัดเหล่านี้สวยๆทั้งนั้น    อาแปะขายก๋วยเตี๋ยวแกก็สาธยาย  บรรยายความตามไท  ตามความถนัดของแก ต่างแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสนุกสนาน  เสร็จสับผมทำท่าจะขยับกลับก็ถือโอกาสถามถึงเรื่องครูโด่งกับครูแดง   แกก็สาธยายอย่างเป็นกันเอง   โอ้ คู่นี้เขามากินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันที่นี่บ่อย  ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันแล้วนะ ครูโด่งแกหย่ากับเมียแล้ว  บางวันเย็นๆ  เคยเห็นนั่งคุยกันที่หน้าสถานี  ลูกชายผมทำงานที่โรงแรมมาเล่าให้ฟังว่า เห็นครูสองคนนี้เข้าไปนอนในโรงแรมด้วยกัน   เท่านี้ก็ได้ข้อมูลในระดับหนึ่ง  ก็พอดีลูกชายของอาแปะ  มาพอดี  ก็มีโอกาสได้สนทนากัน  ก็ได้ความว่า   เขาจำไม่ได้ว่าวันไหน  วันนั้นฝนตก  หนัก เห็นครูสองคนนี้นั่งจักรยานยนต์เข้าไปในโรงแรมด้วยกัน  ตัวนี้เปียกหมดเลย  ผมก็ถือโอกาสสอบถามสีเสื้อผ้าเอาไว้ด้วย 
             หลักฐานแค่นี้ยังอ่อนที่จะเอาผิดได้ถนัด   วันต่อมาก็คิดว่าจะต้องไปคุยกับเมียครูโด่งให้ได้  และแล้วก็ได้โอกาสได้ปรับทุกข์กับเมียครูโด่งกันอยู่ตามสมควร    ก็เข้าเรื่อง แกก็เล่าความในใจพร้อมทั้งส่งจดหมายหลายฉบับที่เขียนด้วยลายมือหญิงพรรณนาถึงความรัก    ลอดจนการได้เสีย  รสชาติทางกามรมย์  รวมถึงการนัดหมายครั้งต่อไป  ได้หลักฐานตามสมควรก็เดินทางกลับ  พร้อมทั้งขอหนังสือจากผู้บังคับบัญชา เรียกทั้งสองคนไปพบที่สำนักงาน   ก็ยิงข้อกล่าวหาไปตามระเบียบ   พร้อมถามว่าจะรับหรือปฏิเสธ หรือจะให้การอย่างใด  ทั้งสองก็ตอบปฏิเสธทันใด  พูดอย่างเต็มปากว่าผม/หนูบริสุทธิ์    พร้อมกับท้าว่าให้หาหลักฐานมา  ผมก็รุกต่อว่าผมทราบว่าอาจารย์เป็นลูกผู้ชาย ถ้าทำแล้วต้องรับความจริงใช่ไหม    จริงครับ    ถ้าเช่นนั้นให้ทั้งสองเขียน ข้อความด้วยลายมือ จากนั้นผมก็งัดจดหมายออกมาให้ทั้งสองดูและเปรียบเทียบลายมือ  อาการที่ปรากฏ  หน้าซีด  ปากสั่นทำอะไรไม่ถูก   เนื่องจากเป็นจดหมายของฝ่ายหญิง  ฝ่ายเดียว ไม่อาจจะมัดตัวฝ่ายชายได้  ก็ถามดักคอว่าถ้าครูโด่งไม่ยอมรับว่ามีอะไรกับฝ่ายหญิง ผมจะไปสืบข้อเท็จจริงจากโรงแรมโดยตรง  ในที่สุดก็ยอมรับด้วยกันทั้งสองฝ่าย ว่าทั้งคู่แอบได้เสียกัน  ก็สรุปสำนวนรายงานต่อผู้บังคับบัญชา ลงโทษได้
 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): การสอบสวน
หมายเลขบันทึก: 82614
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

การสืบสวนที่ทรงประสิทธิภาพ
      อ่านหัวข้อแล้วรู้สึกหดหู่ใจ เพราะที่ระยองเขต 1 นิติกร ขาดความเที่ยงธรรม ลำเอียง มี อคติ เนื่องจากมีความสนิทสนมกับ นาง ก. ซึ่งเป็นคู่กรณีกับ นาง ข. ดังนั้น นิติกรจึงพยายามสืบสวน/สอบสวนโดยให้ นาง ก. ได้รับผลประโยชน์มากกว่า และที่หดหู่ใจมาก ๆ คือ การที่นิติกรเอาเรื่องที่ตนกำลังสืบสวน สอบสวนนี้ ไปเล่าให้ บุคคลอื่นๆได้รับรู้โดยไม่ใช้นามสมมุติ ทั้งยังนำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งเป็นความลับออกมาให้ดูและที่น่าสมเพชมาก ๆ คือ เล่าเรื่องส่วนตัวในอดีตของครู ข ให้ผู้อื่นฟังด้วย พี่ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ได้รับฟังนิติกรพูด และเป็นผู้รู้เรื่องราวทั้งคู่กรณีจึงเกิดความสงสัยว่า ผู้ที่เป็นนิติกรทำเช่นนี้ เหมาะสมหรือไม่ นิติกรต้องมีจรรยาบรรณไหม สงสารครู ข ที่ถูกเล่นงานจนเสียชื่อเสียงไปทั้งเขต 1  เรื่องไม่จริง ก็ถูกกลับกลายให้เหมือนเป็นเรื่องจริง  ช่วยตอบด้วยนะ

ถ้าเป็นจริงดั่งที่ว่ามานั้นจริงก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควร  แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่นำไปพูด  เกรงว่าผู้อื่นจะพูดต่อๆ กันมากกว่า อย่าเพิ่งปรักปรำท่านนิติกรเลยครับ