ไม่มีรางวัล...เรา...ข้าราชการก็ต่างเต็มใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้วทุกคน แล้วแต่ว่า...เนื่องานของแต่ละคนเป็นอย่างไร
ไม่มีรางวัล...เรา...ข้าราชการก็ต่างเต็มใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอยู่แล้วทุกคน แล้วแต่ว่า...เนื้องานของแต่ละคนเป็นอย่างไร
ประกอบกับบุคคลเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถพิเศษอย่างไร ก็จะได้รับมอบหมายงานพิเศษนอกเหนือจากงานประจำให้ทำและปฏิบัติบ้าง ตามความเหมาะสมและตามเวลาที่กำหนด
อาทิ ครูอ้อยเป็นครู งานประจำของครูอ้อย คือ การสอน แต่ละคนก็จะได้รับมอบหมายในแต่ละปีการศึกษา ว่า จะได้สอนในระดับชั้นอะไร สอนวิชาอะไร ตามความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถที่ครูอ้อยเรียนจบมา
แต่หากไม่มี ชั้นและวิชา ที่พอจะให้ครูอ้อยสอนได้ ก็ต้องเลือกวิชาอื่นๆ ที่พอจะสอนได้ รอเวลา และโอกาสที่มีครูบางท่านย้าย หรือเกษียณอายุราชการไป จึงจะได้สอนตามวุฒิและวิชาเอกที่เรียนจบมา
และยังมีงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมายให้ทำ..ก็แล้วแต่ความสามารถเฉพาะตัว
การปฏิบัติงานได้ดี เป็นเหตุมาจากการได้สอนตามความถนัด ความรู้และความสามารถ แต่ละปี จึงมีรางวัล ที่เรียกว่า การพิจารณาความดีความชอบ เรียกสั้นๆแบบติดปากว่า "สองขั้น "
การพิจารณาความดีความชอบของสถานที่ราชการแต่ละแห่งละที่ ก็ไม่เหมือนกัน อาทิ ที่โรงเรียนเดียวกัน แต่ผู้บังคับบัญชาต่างไป การพิจารณาก็ต่างไปด้วย ตามตัวแปร...
เปลี่ยนไปทั้งหมดก็มี เช่น วิธีคัดสรรการให้บุคคลต่างๆได้รับความดีความชอบ บางแห่งก็มีการพิจาณาแบบรอบคอบ มีคณะกรรมการลดหลั่นกันลงไป ตั้ง ท่านรองฯ ท่านหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ท่านหัวหน้าสายชั้น ท่านหัวหน้าเวรประจำวัน ก็เข้าท่าดี
ที่พิจารณาความถี่ของการได้รับความดีความชอบนี้ด้วย ได้มานานแล้วหรือยัง ก็เข้าท่าดีนะ
ที่จะพิจารณาแบบทุกคนมีส่วนร่วม
แต่...บางแห่ง..การทำงานมีการประชุมกัน ให้ทุกคนทำงานแบบมีส่วนร่วม แต่พอถึงวาระ การได้รับความดีความชอบ กลายเป็นหนทางที่ออกมามาจากปลายปากกา และลมปากของท่านผู้บริหารแต่เพียงผู้เดียว
ตามความชอบและความเหมาะสมที่ท่านผู้บังคับบัญชาท่านนั้น ชอบและจะลั่นวาจาให้คนนี้ ก็น่ารักดีนะแบบนี้ ถูกชะตา หางานให้ทำ รับอาสาทำ ก็ลั่นวาจาให้ทันที เกรงจะถูกครหา ก็หางานให้ทำบังหน้า เออ...ตอบคำถามสังคมได้นะ ว่าจะให้คนนนี้ เพราะคนนี้ทำงานไง
ใครที่ยังไม่ถึงคิวของการได้ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ไม่ต้องเงยหน้ามาพูดขอบ้างเดะ ..ไม่มีทาง..เพราะท่านยังไม่ถึงคิว...ก็ดีเหมือนกันนะ ..คิดแบบนี้
มิน่าเล่า...ครูบางคนจึงหาหนทางออกให้ตนเอง ขวนขวาย เพิ่มพูนวิทยาฐานะด้วยตนเอง...ไม่ต้องมานั่งฝันลมๆแล้งๆ ที่จะได้เขียนชื่อของตนจากปลายปากกาของผู้ที่มีอำนาจ
มีเพื่อนๆของครูอ้อยถามว่า " เฮ้ย ! เอาไปเขียนในบันทึก ไม่กลัวเขาจะเล่นงานหรือ "
" โอ๊ย ! ถ้ากลัว..แม้แต่จะคิดก็ไม่ควรคิดเลย ไม่กลัวต่างหาก จึงได้ลงมือปฏิบัติ " ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
ยังมีอีกหลายคนเป็นห่วงครูอ้อยเสียจริงกับการเขียนบันทึกนี้ การันตีไปได้เลยว่า ท่านได้อ่านจากการพริ้นท์เอาท์จากฝีมือของเพื่อนครูแน่ๆ...ก็เชิญตามสะดวก
รางวัล...กับการปฏิบัติงาน แต่ละปี ก็จะได้กันทั่วถ้วนหน้าอยู่แล้ว ไม่เชื่อก็ดูที่ขั้นเงินเดือนสิ
แต่จะมีโควต้าพิเศษ สำหรับบุคคลพิเศษ ที่จะได้รับปูนรางวัลนี้ เพราะการทำงานที่ดี เป็นประโยชน์แก่ทางราชการ ทำให้หน่วยงานมีชื่อเสียง โดยให้สิทธิผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นเป็นผู้กลั่นกรองพิจารณา..ครั้งละเพียงไม่กี่คน
ครูอ้อย...เป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เคยได้เป็นกรรมการร่วมการพิจารณาอยู่หลายสมัยในอดีต ครูอ้อยมีครูอยู่ในกลุ่มเพียง 6 คน และจะพิจารณาโดยดูการทำงาน ผลงาน การปฏิบัติงาน ความสม่ำเสมอของงาน ขยันหมั่นเพียร อุทิศเวลาให้ส่วนรวม ฯ และหลายส่วนมาประกอบกัน
แต่ในปัจจุบัน...วัฒนธรรมนี้ได้ลบเลือนไปแล้ว คงไม่หวนกลับมา จนกระทั่งท่านผู้มีอำนาจได้ลงจากบันไดอำนาจนั่นล่ะ จึงจะมีวัฒนธรรมใหม่
ส่วนเราทุกคนก็ทำงานกันไป ตามวาระแห่งความดี ความชอบ ทุกคนมีอยู่แล้ว
แล้วแต่ท่านจะพบพานได้เร็ว...หรือ...ช้า..เท่านั้นเอง...พบเร็วก็หมดเร็ว...พบช้าก็หมดช้า....
พบเพราะพบเอง..พบเพราะใครให้มา...มันก็แตกต่างกันแล้วล่ะ
สุดแล้วแต่ท่านจะคิดและภาคภูมิใจ
เรื่องอย่างนี้...ไม่ว่ากัน
เชิญเดินต่อไปในสิ่งที่ชอบที่ชอบ
รางวัลที่ได้มาจากการปฏิบัติงานที่ดีเป็นตัวอย่างในสังคม...ใครๆก็ปรารถนาที่จะทำดีแล้วได้รางวัล
รางวัลที่ได้จากคนที่ชอบพอกัน..ทำความดีบ้างไม่มาก ขอแค่ชอบ...ถึงได้เรียกว่า...ความชอบ
ไม่มีใครให้...ก็ขอให้ตัวเองก็ได้นะคะ
ความดีก็อยู่กับตัวเราไงล่ะ ส่วนความชอบ..เราก็ชอบตัวเราไงล่ะคะ
เข้าข้างตัวเองอีกแล้ว