ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว(ที่นี่ )

การรับรู้สถานะสุขภาพ ภายหลังการตรวจสุขภาพประจำปีและการดูแลตนเองของบุคลากรสถาบันบำราศนราดูรโดยเน้นเรื่องเบาหวานและความดัน ซึ่งใน ประเทศไทยเองยังไม่มีการศึกษาในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขโดยเฉพาะ  

วัตถุประสงค์หลัก ต้องการดู การรับรู้ของกลุ่มบุคลากรอายุ 35 ปีขึ้นไป การปรับตัวอย่างเหมาะสม การพบแพทย์ ความชุก และอุบัติการณ์ของโรคโดย เก็บข้อมูลจากแบบสอบถามร่วมกับฐานข้อมูลการตรวจระหว่างปี2545-2548          

มีบุคลากรอายุมากกว่า35 ปีจำนวน 489 คน ( 55%ของบุคลากรทั้งหมด) ตอบแบบสอบถาม479 คน( 98%)มีอายุ 50 ปีขึ้นไป 30 % เป็นผู้บริหาร 8 %(ซึ่งส่วนใหญ่จะเกษียนภายใน 5 ปี)  ความชุก HT 12.9 %(เกณฑ์ทั่วไปประมาณ  22%) และ DM  6.8 %(เกณฑ์ทั่วไปประมาณ  4-6%) ซึ่งผู้บริหารจะมีความชุกของโรคมากกว่ากลุ่มอื่น

ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง 

  10%รู้ว่าเป็นHTจากการตรวจสุขภาพประจำปี 

  35% รู้แล้วขอพบแพทย์เอง  

  5 % รู้แล้วแต่ยังไม่ทำอะไรจะรอตรวจใหม่ปีหน้า

           10% ที่พบว่าความดันสูงแต่ตรวจวัดความดันโลหิตไม่สม่ำเสมอคือ  6เดือน/ครั้ง และปีละครั้ง  (พบ 5% และ4%ตามลำดับ)

เบาหวาน  

    6 % รู้ว่าเป็นเบาหวานจากการตรวจสุขภาพประจำปี    

   22%รู้แล้วขอพบแพทย์เอง

   20 % ไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกิน         

            มี 3 คนไม่ได้ปรับพฤติกรรมเลย  

บทเรียนจากการศึกษาสำหรับบำราศ                  

        การตรวจสุขภาพเป็น Intervention อย่างหนึ่ง

       ควรมี ประเด็นเกณฑ์วินิจฉัย   และการดูแล ให้ชัดเจน  

       ควรมีการ Review  Chart เพิ่มเติม        

      ไปดูต่อว่าคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน และความดันสูงมากน้อยแค่ไหน

        คนที่รู้แล้ว แต่ไม่พบแพทย์/พบบ้างแต่ไม่สม่ำเสมอ  ก็ต้องไปดูแลต่อ

       เอาผลการตรวจมาดูแลต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

      ต้องไปวางแผนป้องกันในกลุ่มที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ Met. synd. แต่มี1 หรือ2ใน5 criteria

นึกออกแค่นี้ค่ะ  มีท่านใดจะเพิ่มเติมมั้ยคะ