เพื่อตอบ Trick Tag จากพี่ชาย อ่านได้ที่  Trick Tag ชุดที่ 1 .. ชุบชีวิตถ่านไฟฉายให้ใช้ได้อีกครึ่งปี เลยต้องคุ้ยหาทริกใหม่กันต่อไปครับที่เกิดขึ้นในชีวิตและเผื่อมีประโยชน์อะไรต่อท่านผู้อ่านบ้างครับ ท่านเคยประสพกับปัญหาเรื่องลูกไม่ชอบคณิตศาสตร์บ้างไหมครับ ไม่ว่าจะครูดุ ครูสอนไม่ดี ครูสนใจกับเด็กแค่บางกลุ่ม ครูอารมณ์เสียมาจากไหน หรือว่าด้วยตัวลูกของท่านเองไม่สนใจวิชาเลขเอง จากที่ผมเคยลองถามหลายๆ คนที่เรียนทางด้านภาษา ชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ และวิชาทางสังคมศาสตร์ หลายๆ คน ว่าทำไมไม่ชอบคณิตศาสตร์ คำตอบส่วนหนึ่งเสมือนว่าเค้าชอบวิชาคณิตศาสตร์ในช่วงต้นของประถมศึกษาแต่พอหลังๆ มา ก็มาเปลี่ยนใจเป็นไม่ชอบคณิตศาสตร์ ก็เพราะครูผู้สอนเลยส่วนใหญ่ น่าคิดมากครับ ไม่แน่ใจว่ามีงานวิจัยชิ้นไหนทำเรื่องนี้บ้างครับ

   อย่างไรก็ตามการชอบหรือไม่ชอบคณิตศาสตร์ คงไม่ได้เป็นปัจจัยจากครูเพียงแต่ฝ่ายเดียว การสร้างภูมิรัก เพื่อคุ้มครองวิชาคณิตศาสตร์ในใจลูกของท่านก็มีส่วนสำคัญมากๆ เลยทีเดียวครับ สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ไม่ใช่เพราะผมมีลูกแล้วนะครับ อิๆๆ แต่ผมขอเอาตัวอย่างในสิ่งที่พ่อได้กระทำกับผมจนผมชอบคิดชอบคำนวณและเหมือนว่าพ่อได้ใส่ยาเสน่ห์ในวิชาคณิตศาสตร์ลงไปตอนที่สอนผม

สำหรับทริคที่จะนำเสนอคือ สอนลูกอย่างไรให้รักคณิตศาสตร์ (ในฐานะลูกและผู้เรียนรู้จากพ่อ)

ตั้งแต่เข้าไปเรียน ป หนึ่งมา ปกติเด็กๆ ก็จะนับเลขอย่างน้อย 1,2,3,...,10 ได้ก่อนเข้าโรงเรียนแน่นอน (ปัจจุบันคงท่องภาษาอังกฤษได้ด้วยแล้ว อาจจะนับได้ถึงล้านก็ได้สำหรับปัจจุบันหรือเด็กรู้จักคำว่า Infinity แล้วครับ)

หลังจากที่ได้พกหนังสือไปโรงเรียนแต่ละวันกระเป๋าท้องเลยครับแบบว่ามีกี่เล่มก็ขนไปหมด เพราะเรียนกันทุกวิชาเลยครับ

ทริกคนไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนอย่างเดียวครับ สิ่งที่ผมจะนำเสนอเป็นทริคที่บ้านนะครับ

หลังจากกลับมาถึงบ้านแต่ละวัน หลังจากที่ทานข้าวอาบน้ำเสร็จ ก็ได้เวลาประมาณซักทุ่มสองทุ่ม ทุกคืนพ่อจะขอดูการบ้านหรือสิ่งที่ได้เรียนของลูกในแต่ละวันว่าวันนี้เป็นไงบ้าง มีดาวมาอวดพ่อไหม ก็จะมีกำลังใจจากพ่อเสมอ โดยเริ่มกันที่วิชาคณิตศาสตร์ก่อนเสมอในแต่ละคืน พ่อก็จะถามว่าตรงไหนไม่เข้าใจบ้าง พ่อก็จะมีวิธีการทดสอบโดยตั้งโจทย์เพิ่มในกระดาษเลียนแบบโจทย์เดิมเพื่อดูว่าลูกเข้าใจจริงหรือเปล่า ผมก็รู้สึกสนุกมาก เพราะว่าหากผิดก็จะได้ข้อแนะนำหากทำถูกก็จะได้โจทย์ข้อใหม่ หากทำจนคล่องแล้วพ่อก็จะสอนในสิ่งที่อาจารย์จะสอนพรุ่งนี้ แล้วให้ลองฝึกทำเกินไปจากที่อาจารย์สอนในห้อง สอนให้เกินไปตลอดๆ ทุกๆวัน เหมือนว่าเราได้เรียนรู้ล่วงหน้าได้ฝึกเทคนิคการทำโจทย์ ทำการเข้าใจ การบวกลบคูณหาร โดยการเพิ่ม การเอาออก การแบ่งกลุ่ม เทคนิคต่างๆไปล่วงหน้า

พอไปโรงเรียนคุณครูก็จะสอนต่อจากวันก่อน ส่งการบ้าน คุณครูก็สอนต่อจากเมื่อวาน ซึ่งคุณพ่อก็สอนไปเรียบร้อยแล้วแต่บางครั้งการสอนต่างกันก็ได้เทคนิคเพิ่มเติม แล้วคุณครูก็ให้ทำโจทย์ต่อในห้องซึ่งพ่อก็สอนไปหมดแล้ว ผมก็จะทำเสร็จก่อนคนอื่นเพราะรู้เทคนิควิธีการจากพ่อ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่ง

ผมทำเสร็จแล้วก็เอาไปส่งให้คุณครู คุณครูบอกว่า สมพรทำยังไงหล่ะเนี่ย ผิดหมดเลย (คิดในใจแย่แล้วผม หน้าเสียเลยครับตอนนั้น แบบว่าเหมือนโม้เลยครับ ตอนนั้น ป.สอง จำได้ทุกเหตุการณ์เลย) และแล้วคุณครูก็เอามือมาลูบแก้ม แล้วบอกว่า โอ๊ะโอ๋ ครูล้อเล่น เก่งมาเลยถูกหมดเลย ได้มาสามดาวครับ ประทับใจมากๆ เลยครับ เหมือนคุณครูเมตตายังไงไม่รู้ พอดีคุณครูประจำชั้นท่านนี้ ท่านสอนต่อเนื่องตั้งแต่ ป.2 ถึง ป.3 ผมรู้สึกว่าผมชอบคณิตศาสตร์มากๆ เลยครับ (คุณครูประจำชั้นผมชื่อ คุณครู อุมาพร ทรงนาคา) และที่รู้คือผมรักอาจารย์ท่านนี้มากเหมือนที่ผมรักวิชาคณิตศาสตร์เลยครับ

กลับบ้านแต่ละคืนพ่อก็จะทำแบบเดิม มีอะไรมาให้เล่นอยู่ตลอด และที่สุดท้ายของการสอนแต่ละคืนนะครับ คือมีการลงมนต์ตราจำให้ด้วยครับ ประมาณว่า "จำจิตจำใจ จำจำจำ" อะไรทำนองนี้ แล้วก็ตบหลังเบาๆ สามครั้งให้จำจิตจำใจ คงเป็นทำนองสร้างแรงจูงใจมั้งครับ เหมือนลงยันต์นักรบก่อนออกศึกเลย อิๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณลุงมาธุระกับพ่อเพื่อจะให้คุณพ่อไปข้างนอก แต่พ่อกำลังสอนคณิตศาสตร์ผมอยู่ครับ คุณลุงก็ต้องเดินทางไปก่อน พ่อก็ค่อยตามไปจนกว่าจะสอนผมเสร็จก่อน จนโดนคุณลุงแซวว่า ยังสอนกันอยู่ได้มีธุระด่วน เหมือนว่าพรุ่งนี้จะได้เป็นนายอำเภอนั่นหล่ะ

    ช่วงการเรียนตอน ป.2, ป.3 รู้สึกว่าจะมีความสุขที่สุดในตอนนั้น

จนมาถึง ป.4 คุณครูประจำชั้นอีกคนครับ ท่านสอนให้รู้จักการใช้ปากกาเพื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับชีวิตในตอน ป.5 ก็ยิ่งสนุกกันไปใหญ่ครับ เหมือนว่าวิชาคณิตศาสตร์ที่พ่อปลูกฝังมาสามปี ตั้งแต่ ป.1 จะฝังลึกอยู่ในใจผมแล้ว ตามที่ท่องจำจิตจำใจ นั่นหล่ะครับ บางครั้งคุณครูอุมาพร ก็มาเยี่ยมเยียนกันทักทายกันในห้อง ป.4 ด้วยครับ เหมือนเป็นกันเองแต่ตอนนั้นรู้สึกเขินคุณครูแล้วครับ

ตอน ผมอยู่ ป.4 เรื่องเศร้าของพวกเราก็เกิดคือ คุณครูอุมาพร ท่านประสบอุบัติเหตุขับรถไปชนหัวสะพานเสียชีวิตครับ (วิญญาณท่านไปสู่สุคติครับ)

และก็ชอบคณิตศาสตร์มาตลอด เพราะรู้สึกว่าคุณครูแต่ละคนสอนให้สนุกมากๆ เลยครับ ตั้งแต่ ป.4 จน จบ ป.6 คุณพ่อไม่ได้สอนคณิตศาสตร์มากแล้วเพราะว่าเหมือนว่า ภูมิรักวิชา จะฝังไปแล้ว ผนวกกับสิ่งที่ผมคิดได้ตอนนั้นคือว่า ไม่ว่าใครสอนวิชาคณิตศาสตร์ผมสนุกหมดเลย

จนมาถึง ม.2 ที่สรุปเป็นแนวคิดของตัวเองว่า หากจะเรียนวิชาใดให้เก่งหรือให้ได้ดี ก็ให้รักวิชานั้น แต่รักวิชานั้นอย่างเดียวก็ไม่พ่อให้รักอาจารย์ด้วย เทคนิคอยู่ที่ว่า หากไม่รักวิชา ให้รักอาจารย์ พอรักอาจารย์แล้วจะรักวิชาตามมาทำให้วิชานั้นน่าเรียนรู้

หากรักวิชาอยู่แล้ว ก็ไม่ยากที่จะรักอาจารย์ที่สอนวิชานั้น จากนั้นเป็นต้นมา วิชาคณิตศาสตร์จะอยู่ในใจของผมมาตลอด พอวิชาคณิตศาสตร์ไปได้ วิชาอื่นก็จะสนุกไปเองเพราะต้องเอาไปใช้เหมือนกัน อีกเทคนิคหนึ่งคือ การเรียนในห้องเรียนต้องตั้งใจฟังให้มากที่สุด แล้วใช้เวลาตรงนั้นทำความเข้าใจ แล้วสร้างบรรยากาศให้เกิดกับการน่าเรียนรู้ในห้องเรียน พอครูถามเราจะตอบทันทีหากเรารู้ อันนี้ก็คงต้องหาเทคนิคอื่นเพิ่มเติมนะครับในการสอนลูกครับ

ผมคิดว่าตัวการหลักคือจะทำอย่างไรให้เอาได้ใจลูกให้วิชานั้น ไปอยู่ในใจของลูกตั้งแต่เล็กๆครับ ปัจจัยอื่นเช่นคุณครูก็คงมีผลครับ หรือเป็นเพราะผมโชคดีก็ได้ครับ

เคยมีชาวบ้านข้างๆ ที่นับถือกันเคยมาถามผมตอนที่ผมอยู่ ม.ปลาย แล้วครับ ว่าทำไมน้องเม้งถึงเรียนดีแล้วชอบการเรียน มีเทคนิคอย่างไรบ้าง ผมก็เล่าตามที่พ่อทำกับผมให้น้าเค้าลองไปทำกับลูกดูบ้าง ซึ่งลูกก็ยังห้าหกขวบพอดี เมื่อไม่กี่ปีก่อนผมกลับไปเยี่ยมบ้านถามถึงลูกๆของน้าเค้าว่าเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าเรียนดีมากๆ ได้ที่หนึ่งของห้องตลอดเลย ไม่ได้ทำให้คุณพ่อเค้าผิดหวัง ซึ่งคนอื่นจะมองว่าคุณพ่อเป็นภารโรง ทำไงให้ลูกเรียนเก่ง  คงเป็นเพราะน้าเค้าหาเทคนิคได้ดีและสอดคล้องกับนิสัยของลูกนะครับ

ที่จริงๆแล้วผมเป็นคนเรียนธรรมดามากๆ ครับ ไม่ได้เด่นอะไรเลย และผมไม่ได้สนใจเรื่องเกรดด้วยครับ เพียงแต่ให้เข้าใจในสิ่งที่เรียนแล้วสนุกกับการเรียนรู้

เอาเป็นว่าทริคนี้ ไม่รู้เป็นทริคหรือเปล่าครับ อิๆ เขียนมายาวสามกิโลเมตรครับ สรุปสั้นๆของทริคก็คือว่า อยากให้ลูกรักวิชาใด ก็ต้องสอนให้ลูกรักคุณครูผู้สอนวิชานั้นๆ ด้วย และสอนให้วิชาต่างๆ ที่บ้านให้เค้ารู้สึกสนุกและต้องหาทางตรวจสอบเสมอว่าลูกยังรักวิชานั้นอยู่หรือเปล่า หากไม่   ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน หากลูกรักตลอดแล้ว ก็คงต้องหาเทคนิคเพิ่มเติมให้ลูก รักอาจารย์ที่สอนแต่ละวิชาด้วย อันนี้คงต้องเป็นเทคนิคของคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ

จบครับผม

แล้วผมจะ Trick Tag ใครต่อดีหนอ งั้นผมขอ Trick Tag พี่อัมพร

P
รุ่นพี่ผมก็แล้วกันครับ

       วิธีเล่น ก็คือ .....

  1. ให้ท่านบอกเคล็ดลับส่วนตัวของท่าน เรื่องอะไรก็ได้    โดยทริคดังกล่าว ต้องเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ท่านค้นพบมาเอง หรืออาจจะไปอ่านเจอที่ไหน แล้วนำมาใช้พบว่าบังเกิดผล กล่าวคือ เป็นเคล็ดลับส่วนตัวที่ผ่านการพิสูจน์โดยตัวท่านเองมาแล้ว  โดยให้บอกมา  2- 5  trick

   2.  ให้ tag ส่งต่อไปยังเพื่อน หรือคนรู้จัก  2 - 5  คน  โดยให้ copy ข้อความวิธีการเล่น (ซึ่งพิมพ์ด้วยข้อความสีแดงนี้) ทั้งหมด ส่งไปให้กับคนที่ท่าน Tag ไปด้วย  
    
มาเล่นกันเถอะครับ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

       ขอบคุณครับ ^__^
..

หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างนะครับ

สมพร