คุ้ยทริคที่สอง สอนลูกอย่างไรให้รักคณิตศาสตร์

  ติดต่อ

  การสร้างภูมิรัก เพื่อคุ้มครองวิชาคณิตศาสตร์ในใจลูกของท่าน อยากให้ลูกรักวิชาใด ก็ต้องสอนให้ลูกรักคุณครูผู้สอนวิชานั้นๆ ด้วย  

เพื่อตอบ Trick Tag จากพี่ชาย อ่านได้ที่  Trick Tag ชุดที่ 1 .. ชุบชีวิตถ่านไฟฉายให้ใช้ได้อีกครึ่งปี เลยต้องคุ้ยหาทริกใหม่กันต่อไปครับที่เกิดขึ้นในชีวิตและเผื่อมีประโยชน์อะไรต่อท่านผู้อ่านบ้างครับ ท่านเคยประสพกับปัญหาเรื่องลูกไม่ชอบคณิตศาสตร์บ้างไหมครับ ไม่ว่าจะครูดุ ครูสอนไม่ดี ครูสนใจกับเด็กแค่บางกลุ่ม ครูอารมณ์เสียมาจากไหน หรือว่าด้วยตัวลูกของท่านเองไม่สนใจวิชาเลขเอง จากที่ผมเคยลองถามหลายๆ คนที่เรียนทางด้านภาษา ชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ และวิชาทางสังคมศาสตร์ หลายๆ คน ว่าทำไมไม่ชอบคณิตศาสตร์ คำตอบส่วนหนึ่งเสมือนว่าเค้าชอบวิชาคณิตศาสตร์ในช่วงต้นของประถมศึกษาแต่พอหลังๆ มา ก็มาเปลี่ยนใจเป็นไม่ชอบคณิตศาสตร์ ก็เพราะครูผู้สอนเลยส่วนใหญ่ น่าคิดมากครับ ไม่แน่ใจว่ามีงานวิจัยชิ้นไหนทำเรื่องนี้บ้างครับ

   อย่างไรก็ตามการชอบหรือไม่ชอบคณิตศาสตร์ คงไม่ได้เป็นปัจจัยจากครูเพียงแต่ฝ่ายเดียว การสร้างภูมิรัก เพื่อคุ้มครองวิชาคณิตศาสตร์ในใจลูกของท่านก็มีส่วนสำคัญมากๆ เลยทีเดียวครับ สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ไม่ใช่เพราะผมมีลูกแล้วนะครับ อิๆๆ แต่ผมขอเอาตัวอย่างในสิ่งที่พ่อได้กระทำกับผมจนผมชอบคิดชอบคำนวณและเหมือนว่าพ่อได้ใส่ยาเสน่ห์ในวิชาคณิตศาสตร์ลงไปตอนที่สอนผม

สำหรับทริคที่จะนำเสนอคือ สอนลูกอย่างไรให้รักคณิตศาสตร์ (ในฐานะลูกและผู้เรียนรู้จากพ่อ)

ตั้งแต่เข้าไปเรียน ป หนึ่งมา ปกติเด็กๆ ก็จะนับเลขอย่างน้อย 1,2,3,...,10 ได้ก่อนเข้าโรงเรียนแน่นอน (ปัจจุบันคงท่องภาษาอังกฤษได้ด้วยแล้ว อาจจะนับได้ถึงล้านก็ได้สำหรับปัจจุบันหรือเด็กรู้จักคำว่า Infinity แล้วครับ)

หลังจากที่ได้พกหนังสือไปโรงเรียนแต่ละวันกระเป๋าท้องเลยครับแบบว่ามีกี่เล่มก็ขนไปหมด เพราะเรียนกันทุกวิชาเลยครับ

ทริกคนไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนอย่างเดียวครับ สิ่งที่ผมจะนำเสนอเป็นทริคที่บ้านนะครับ

หลังจากกลับมาถึงบ้านแต่ละวัน หลังจากที่ทานข้าวอาบน้ำเสร็จ ก็ได้เวลาประมาณซักทุ่มสองทุ่ม ทุกคืนพ่อจะขอดูการบ้านหรือสิ่งที่ได้เรียนของลูกในแต่ละวันว่าวันนี้เป็นไงบ้าง มีดาวมาอวดพ่อไหม ก็จะมีกำลังใจจากพ่อเสมอ โดยเริ่มกันที่วิชาคณิตศาสตร์ก่อนเสมอในแต่ละคืน พ่อก็จะถามว่าตรงไหนไม่เข้าใจบ้าง พ่อก็จะมีวิธีการทดสอบโดยตั้งโจทย์เพิ่มในกระดาษเลียนแบบโจทย์เดิมเพื่อดูว่าลูกเข้าใจจริงหรือเปล่า ผมก็รู้สึกสนุกมาก เพราะว่าหากผิดก็จะได้ข้อแนะนำหากทำถูกก็จะได้โจทย์ข้อใหม่ หากทำจนคล่องแล้วพ่อก็จะสอนในสิ่งที่อาจารย์จะสอนพรุ่งนี้ แล้วให้ลองฝึกทำเกินไปจากที่อาจารย์สอนในห้อง สอนให้เกินไปตลอดๆ ทุกๆวัน เหมือนว่าเราได้เรียนรู้ล่วงหน้าได้ฝึกเทคนิคการทำโจทย์ ทำการเข้าใจ การบวกลบคูณหาร โดยการเพิ่ม การเอาออก การแบ่งกลุ่ม เทคนิคต่างๆไปล่วงหน้า

พอไปโรงเรียนคุณครูก็จะสอนต่อจากวันก่อน ส่งการบ้าน คุณครูก็สอนต่อจากเมื่อวาน ซึ่งคุณพ่อก็สอนไปเรียบร้อยแล้วแต่บางครั้งการสอนต่างกันก็ได้เทคนิคเพิ่มเติม แล้วคุณครูก็ให้ทำโจทย์ต่อในห้องซึ่งพ่อก็สอนไปหมดแล้ว ผมก็จะทำเสร็จก่อนคนอื่นเพราะรู้เทคนิควิธีการจากพ่อ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่ง

ผมทำเสร็จแล้วก็เอาไปส่งให้คุณครู คุณครูบอกว่า สมพรทำยังไงหล่ะเนี่ย ผิดหมดเลย (คิดในใจแย่แล้วผม หน้าเสียเลยครับตอนนั้น แบบว่าเหมือนโม้เลยครับ ตอนนั้น ป.สอง จำได้ทุกเหตุการณ์เลย) และแล้วคุณครูก็เอามือมาลูบแก้ม แล้วบอกว่า โอ๊ะโอ๋ ครูล้อเล่น เก่งมาเลยถูกหมดเลย ได้มาสามดาวครับ ประทับใจมากๆ เลยครับ เหมือนคุณครูเมตตายังไงไม่รู้ พอดีคุณครูประจำชั้นท่านนี้ ท่านสอนต่อเนื่องตั้งแต่ ป.2 ถึง ป.3 ผมรู้สึกว่าผมชอบคณิตศาสตร์มากๆ เลยครับ (คุณครูประจำชั้นผมชื่อ คุณครู อุมาพร ทรงนาคา) และที่รู้คือผมรักอาจารย์ท่านนี้มากเหมือนที่ผมรักวิชาคณิตศาสตร์เลยครับ

กลับบ้านแต่ละคืนพ่อก็จะทำแบบเดิม มีอะไรมาให้เล่นอยู่ตลอด และที่สุดท้ายของการสอนแต่ละคืนนะครับ คือมีการลงมนต์ตราจำให้ด้วยครับ ประมาณว่า "จำจิตจำใจ จำจำจำ" อะไรทำนองนี้ แล้วก็ตบหลังเบาๆ สามครั้งให้จำจิตจำใจ คงเป็นทำนองสร้างแรงจูงใจมั้งครับ เหมือนลงยันต์นักรบก่อนออกศึกเลย อิๆ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง คุณลุงมาธุระกับพ่อเพื่อจะให้คุณพ่อไปข้างนอก แต่พ่อกำลังสอนคณิตศาสตร์ผมอยู่ครับ คุณลุงก็ต้องเดินทางไปก่อน พ่อก็ค่อยตามไปจนกว่าจะสอนผมเสร็จก่อน จนโดนคุณลุงแซวว่า ยังสอนกันอยู่ได้มีธุระด่วน เหมือนว่าพรุ่งนี้จะได้เป็นนายอำเภอนั่นหล่ะ

    ช่วงการเรียนตอน ป.2, ป.3 รู้สึกว่าจะมีความสุขที่สุดในตอนนั้น

จนมาถึง ป.4 คุณครูประจำชั้นอีกคนครับ ท่านสอนให้รู้จักการใช้ปากกาเพื่อเตรียมตัวพร้อมสำหรับชีวิตในตอน ป.5 ก็ยิ่งสนุกกันไปใหญ่ครับ เหมือนว่าวิชาคณิตศาสตร์ที่พ่อปลูกฝังมาสามปี ตั้งแต่ ป.1 จะฝังลึกอยู่ในใจผมแล้ว ตามที่ท่องจำจิตจำใจ นั่นหล่ะครับ บางครั้งคุณครูอุมาพร ก็มาเยี่ยมเยียนกันทักทายกันในห้อง ป.4 ด้วยครับ เหมือนเป็นกันเองแต่ตอนนั้นรู้สึกเขินคุณครูแล้วครับ

ตอน ผมอยู่ ป.4 เรื่องเศร้าของพวกเราก็เกิดคือ คุณครูอุมาพร ท่านประสบอุบัติเหตุขับรถไปชนหัวสะพานเสียชีวิตครับ (วิญญาณท่านไปสู่สุคติครับ)

และก็ชอบคณิตศาสตร์มาตลอด เพราะรู้สึกว่าคุณครูแต่ละคนสอนให้สนุกมากๆ เลยครับ ตั้งแต่ ป.4 จน จบ ป.6 คุณพ่อไม่ได้สอนคณิตศาสตร์มากแล้วเพราะว่าเหมือนว่า ภูมิรักวิชา จะฝังไปแล้ว ผนวกกับสิ่งที่ผมคิดได้ตอนนั้นคือว่า ไม่ว่าใครสอนวิชาคณิตศาสตร์ผมสนุกหมดเลย

จนมาถึง ม.2 ที่สรุปเป็นแนวคิดของตัวเองว่า หากจะเรียนวิชาใดให้เก่งหรือให้ได้ดี ก็ให้รักวิชานั้น แต่รักวิชานั้นอย่างเดียวก็ไม่พ่อให้รักอาจารย์ด้วย เทคนิคอยู่ที่ว่า หากไม่รักวิชา ให้รักอาจารย์ พอรักอาจารย์แล้วจะรักวิชาตามมาทำให้วิชานั้นน่าเรียนรู้

หากรักวิชาอยู่แล้ว ก็ไม่ยากที่จะรักอาจารย์ที่สอนวิชานั้น จากนั้นเป็นต้นมา วิชาคณิตศาสตร์จะอยู่ในใจของผมมาตลอด พอวิชาคณิตศาสตร์ไปได้ วิชาอื่นก็จะสนุกไปเองเพราะต้องเอาไปใช้เหมือนกัน อีกเทคนิคหนึ่งคือ การเรียนในห้องเรียนต้องตั้งใจฟังให้มากที่สุด แล้วใช้เวลาตรงนั้นทำความเข้าใจ แล้วสร้างบรรยากาศให้เกิดกับการน่าเรียนรู้ในห้องเรียน พอครูถามเราจะตอบทันทีหากเรารู้ อันนี้ก็คงต้องหาเทคนิคอื่นเพิ่มเติมนะครับในการสอนลูกครับ

ผมคิดว่าตัวการหลักคือจะทำอย่างไรให้เอาได้ใจลูกให้วิชานั้น ไปอยู่ในใจของลูกตั้งแต่เล็กๆครับ ปัจจัยอื่นเช่นคุณครูก็คงมีผลครับ หรือเป็นเพราะผมโชคดีก็ได้ครับ

เคยมีชาวบ้านข้างๆ ที่นับถือกันเคยมาถามผมตอนที่ผมอยู่ ม.ปลาย แล้วครับ ว่าทำไมน้องเม้งถึงเรียนดีแล้วชอบการเรียน มีเทคนิคอย่างไรบ้าง ผมก็เล่าตามที่พ่อทำกับผมให้น้าเค้าลองไปทำกับลูกดูบ้าง ซึ่งลูกก็ยังห้าหกขวบพอดี เมื่อไม่กี่ปีก่อนผมกลับไปเยี่ยมบ้านถามถึงลูกๆของน้าเค้าว่าเป็นไงบ้าง ได้ข่าวว่าเรียนดีมากๆ ได้ที่หนึ่งของห้องตลอดเลย ไม่ได้ทำให้คุณพ่อเค้าผิดหวัง ซึ่งคนอื่นจะมองว่าคุณพ่อเป็นภารโรง ทำไงให้ลูกเรียนเก่ง  คงเป็นเพราะน้าเค้าหาเทคนิคได้ดีและสอดคล้องกับนิสัยของลูกนะครับ

ที่จริงๆแล้วผมเป็นคนเรียนธรรมดามากๆ ครับ ไม่ได้เด่นอะไรเลย และผมไม่ได้สนใจเรื่องเกรดด้วยครับ เพียงแต่ให้เข้าใจในสิ่งที่เรียนแล้วสนุกกับการเรียนรู้

เอาเป็นว่าทริคนี้ ไม่รู้เป็นทริคหรือเปล่าครับ อิๆ เขียนมายาวสามกิโลเมตรครับ สรุปสั้นๆของทริคก็คือว่า อยากให้ลูกรักวิชาใด ก็ต้องสอนให้ลูกรักคุณครูผู้สอนวิชานั้นๆ ด้วย และสอนให้วิชาต่างๆ ที่บ้านให้เค้ารู้สึกสนุกและต้องหาทางตรวจสอบเสมอว่าลูกยังรักวิชานั้นอยู่หรือเปล่า หากไม่   ก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน หากลูกรักตลอดแล้ว ก็คงต้องหาเทคนิคเพิ่มเติมให้ลูก รักอาจารย์ที่สอนแต่ละวิชาด้วย อันนี้คงต้องเป็นเทคนิคของคุณพ่อคุณแม่ด้วยครับ

จบครับผม

แล้วผมจะ Trick Tag ใครต่อดีหนอ งั้นผมขอ Trick Tag พี่อัมพร

P
รุ่นพี่ผมก็แล้วกันครับ

       วิธีเล่น ก็คือ .....

  1. ให้ท่านบอกเคล็ดลับส่วนตัวของท่าน เรื่องอะไรก็ได้    โดยทริคดังกล่าว ต้องเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ท่านค้นพบมาเอง หรืออาจจะไปอ่านเจอที่ไหน แล้วนำมาใช้พบว่าบังเกิดผล กล่าวคือ เป็นเคล็ดลับส่วนตัวที่ผ่านการพิสูจน์โดยตัวท่านเองมาแล้ว  โดยให้บอกมา  2- 5  trick

   2.  ให้ tag ส่งต่อไปยังเพื่อน หรือคนรู้จัก  2 - 5  คน  โดยให้ copy ข้อความวิธีการเล่น (ซึ่งพิมพ์ด้วยข้อความสีแดงนี้) ทั้งหมด ส่งไปให้กับคนที่ท่าน Tag ไปด้วย  
    
มาเล่นกันเถอะครับ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

       ขอบคุณครับ ^__^
..

หวังว่าจะมีประโยชน์บ้างนะครับ

สมพร

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81485, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 16, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #mathematics#trick tag#รักคณิตศาสตร์

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (16)

ดิฉันตามมาทันอ่านที่กิโลเมตรที่ห้าพอดีค่ะคุณเม้ง ... :) 

ประทับใจวิธีเรียนรู้ที่จะรักในความรู้  และรักผู้ให้ความรู้ของคุณมากค่ะ   ประทับใจในวิธีสอนลูกของคุณพ่อของคุณมากด้วย   โดยเฉพาะที่คุณบอกว่า

" มีการลงมนต์ตราจำให้ด้วยครับ ประมาณว่า "จำจิตจำใจ จำจำจำ" อะไรทำนองนี้ แล้วก็ตบหลังเบาๆ สามครั้งให้จำจิตจำใจ คงเป็นทำนองสร้างแรงจูงใจมั้งครับ"

  ดิฉันจะไปบอกเพื่อนๆที่มีลูกให้รีบตามมาอ่านนะคะ.....

 

สวัสดีตอนเช้าครับ คุณ ดอกไม้ทะเล

ขอบคุณมากนะครับ หากนำไปใช้ได้และเกิดความรักในการเรียนรู้ ก็จะเกิดประโยชน์นะครับ ขอให้โชคดีนะครับ ได้ผลอย่างไรตามมาเล่าด้วยนะครับ อยากทราบนะครับเผื่อจะได้หาแนวทางสร้างแรงจูงใจร่วมกันครับ

ขอบคุณมากๆครับ

โชคดีค่ะ ที่ลูก ๆ ที่บ้าน ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ทั้ง 2 คน เลยหมดห่วงหน่อย  เพราะคุณไม่ นัีบเลขยังไม่ครบ 20 เลยค่ะ

      อ้อ  เรื่อง ถ้าเราชอบครูวิชาไหน เ ราจะเก่งวิชานั้ัน ข้อนี้จริงแท้แน่นอนค่ะ  เพราะสมัยเรียนมัธยม ไม่เก่งคณิตศาสตร์เลย  แต่จำได้ว่า ตอนอยู่ ม. 3 ชอบอาจารย์ผู้สอนมาก  ทั้งสวย รวย และเก่ง  ทำให้ได้ top วิชาคณิตศาสตร์ ของทั้ง 5 ห้อง  ดีใจมากที่สุดเลยค่ะ

    อิอิ

ว้าว ครับ

    ยอดเลยครับ ใช่ครับเพราะวิชาที่เด็กจะทราบก่อนเข้าโรงเรียนจะเป็นคณิตศาสตร์เช่น จะฝึกการนับเลขก่อน ก่อนจะสอนให้เขียน ก. ข. ดีใจด้วยครับ ที่น้องๆ ชอบคณิตศาสตร์กันครับ ต่อมาคือจะทำไงให้เค้าชอบต่อเนื่องครับ และอีกอย่างคือ จะทำให้เค้ารักทั้งวิทย์และศิลป์ไปพร้อมๆ กัน เพราะสมองคนเรามีสองฝั่งซ้ายและขวา จะทำงานต่างกัน ดังนั้นหากเราทำให้สมองของเค้าถ่วงดุลย์กันได้ ก็คงยอดเยี่ยมเลยครับ

โชคดีนะครับผม

เม้ง

อาจารย์เม้ง

เหมือนกันเลย เพราะเคยคิดมานานแล้วว่าทำไมจึงชอบคณิตฯ ก็ย้อนกลับไปยังประเด็นว่า เมื่อเด็กๆ แรกเข้าโรงเรียนนั้น โยมพ่อจะสอนเลขให้เกือบทุกคืน...

ส่วนประเด็นชอบครูหรืออาจารย์สอนเลข นี้ ไม่อยู่ในหัวเลยว่านิยมชมชอบครูคนไหนเป็นพิเศษบ้าง และก็ไม่อยู่ในหัวเหมือนกันว่าเกลียดครูเลขคนไหนบ้าง...สรุปว่า ประเด็นนี้ต่างจากอาจารย์เม้ง...

ประเด็นที่พูมใจที่สุด คือ ตอนเรียนอยู่ ม.ศ.๓...ในวันโรงเรียนปิดครั้งหนึ่ง นอนวันมากไปหน่อย คืนนั้นจึงทำแบบฝึกหัดเลขตลอดคืนยันสว่างเลย โดยดูจากกุญแจฯ ทำนองว่า ทำเป็นแบบฝึกหัดแล้วตรวจที่ละชุดๆ... ข้อสรุปที่จำมาทุกวันนี้คือ ข้อที่ทำผิดโดยมาก มักเกิดจากความเผลอเรอจาก เครื่องหมายบวกลบคูณหาร ของเราเอง นั่นคือ เรายังขาดความละเอียดรอบคอบเพียงพอ...

เจริญพร 

กราบนมัสการหลวงพี่ครับ

    ดีจังเลยครับที่มีอะไรคล้ายๆครับ ผมมองการเรียนรู้ของเด็กเกิดจากทั้งทางบ้านและโรงเรียนช่วยเหลือกัน คุณพ่อของผมก็ไม่ธรรมดานะครับ ที่ว่าไม่ธรรมดาคือ หากครูประจำชั้นบอกว่าลูกยังอ่อนอยู่ โดยเขียนมาในใบเกรดนะครับ พ่อเขียนกลับไปเลยครับ ว่าควรจะให้ซ้ำชั้นอีกหนึ่งปี โห ผู้ปกครองคนอื่นเค้าอยากให้ลูกผ่าน นี่อยากให้ลูกซ้ำชั้น อิๆ เหตุนี้เกิดกับน้องชายผมครับ น้องชายนึกว่าพ่อล้อเล่นครับ จริงน้องชายได้เกรด สามกับสี่ทั้งนั้นนะครับ แต่ครูประจำชั้นบอกว่ายั่งอ่อนต้องปรับปรุง พ่อให้ซ้ำชั้นเลย อิๆ ครูก็เลยให้ซ้ำชั้นกลับมาเพื่อยืนยัน น้องชายเดินร้องกลับบ้านเลยครับ แต่ก็ต้องซ้ำชั้นครับ เพราะซ้ำชั้น ป.หนึ่ง ก็ดีแล้วครับ จะได้แน่นๆ ครับ เรื่องนี้ลือกันไปทั่วหมู่บ้านเลยครับ เพราะปกติจะต้องได้ไข่เป็ดหรือไข่ไก่กลับบ้านถึงจะโดนซ้ำชั้นครับ 

กราบขอบพระคุณหลวงพี่มากครับ

เม้ง

Handy
เขียนเมื่อ 

   เห็นด้วยว่าถ้าเริ่มด้วยใจที่รัก และศรัทธา การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ  และห้ามยาก  ติดลมได้ง่ายครับ 
    ที่ว่ารัก ศรัทธานั้นก็ทั้งสองอย่างคือต่อสิ่งที่เรียน และต่อผู้สอน ซึ่งทั้งสองอย่างมีความสัมพันธ์กันมาก ผมเองก็จำได้ดีว่าความสำเร็จและล้มเหลวในการเรียนของตัวเอง เกิดจากเหตุแบบนี้จริงๆ และ มีให้พิสูจน์ได้จาก บันทึก นี้ และ  นี้ ครับ.

ขอบคุณอาจารย์แฮนดี้ พี่บ่าวมากๆครับ

  • ตามไปอ่านมาแล้วครับ ยอดจริงๆครับ
  • ชีวิตคนเรามีหลากหลาย และเป็นแง่คิดให้กับคนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดีครับ
  • สำหรับการทำอะไรหากเรามีความมุ่งมั่นในสิ่งนั้นอย่างจริงจังแล้ว ก็จะไปได้ดีในที่สุดครับ
  • ไมโครซอฟต์ ที่สร้างวินโดวส์ให้เราใช้อยู่ทุกวันนี้ กว่าจะมาเป็นวินโดวส์ ก็ลุ้มลุกคลุกคลานมาก่อนเหมือนกันครับ

ยืนยันมั่นคงด้วยตัวอย่างมีชีวิตที่บ้าน 3 หนุ่มค่ะรวมทั้งตัวพี่เองด้วยว่า การเรียนเพราะรักที่จะรู้ รักที่จะเรียนคือเคล็ดลับของทุกวิชาค่ะ ไม่ใช่แต่คณิตศาสตร์

แต่สำหรับคณิตศาสตร์ ความเข้าใจและการช่วยกันแก้ปัญหา โดยมองในทางบวก ทำไม่ได้ก็ไม่ดูถูกตัวเอง มองหาวิธีไปเรื่อยๆ เราก็จะสนุกกับมันค่ะ นึกถึงสิ่งที่เคยเล่าไว้ที่นี่เป็นตัวอย่างนึงค่ะ (เรื่องยาว...อ่านท่อนที่เริ่มว่า ทุ่มครึ่ง ได้เลยค่ะ นี่คือสิ่งที่พวกเราทำกันเสมอๆ แล้วลูกเขาก็คิดออกเองแหละค่ะ แม่ไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆเท่าไหร่หรอก)

ขอบคุณพี่โอ๋ครับ

  • ความต่อเนื่องในการสร้างให้เกิดการเรียนรู้ ในกิจกรรมต่างๆ สำคัญมากๆ เหมือนกันครับ
  • การแลกเปลี่ยนเทคนิคในการร่วมรู้ร่วมคิด แชร์กันก็มีส่วนหลายอย่างครับ
  • ขอบคุณมากๆนะครับ
  • เป็นความโชดดีของน้องสมพรนะที่พ่อดูแลและเอาใจใส่การเล่าเรียนของลูก กอปรกับได้พบครูที่ดี ทำให้มีทัศนคติที่ดีกับวิชาคณิตศาสตร์
  • พี่มีเรื่องเล่านะ ลูกชายพี่ (ตอนนี้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว) ช่วงเรียนป. 6 มีปัญหากับครูคณิตศาสตร์เนื่องจากลูกบอกครูว่าคำตอบเลขครูผิด (เด็กอาจพูดดังในห้อง)หลังจากนั้นครูเรียกไปพบแล้วตำหนิว่าลูกผิด หลังจากนั้นลูกมักบ่นไม่ชอบคณิตศาสตร์ จึงได้ใช้กลยุทธ์หาครูใหม่โดยการเรียนพิเศษเพิ่มเติมหาครูที่สอนคณิตศาสตร์สนุก จึงพอไปได้
  • ขอบคุณมากค่ะที่ Trick Tag พี่อัมพร ยังคิดถึงกันอยู่เสมอ  แล้วพี่จะตอบนะ คอยอีกหนิ๊ด..........หนึ่ง  ซ้ำกับน้องอ้อ มมส.ค่ะ แต่ไม่เป็นไร.......อ้าแขนรับด้วยความยินดีจากน้องรักทั้ง 2 คนค่ะ
  • สวัสดีครับพี่
  • ส่วนใหญ่เด็กที่ไม่ชอบคณิตศาสตร์เพราะครูด้วยส่วนใหญ่ครับ
  • สำหรับ Trick Tag พี่ค่อยตอบเวลามีเวลานะครับ อย่างได้เครียดนะครับ เอาเวลาที่มีเวลาครับ ดีกว่าครับผม เกรงใจครับ
  • รักษาสุขภาพครับ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆครับ
แม่น้องฝ้าย
IP: xxx.7.144.92
เขียนเมื่อ 

พ่อน้องฝ้ายสอนเลขลูก ลูกไม่เข้าใจ ไม่สนใจ พ่อเอาไม้เรียวมาวางไว้ใกล้มือ ลูกตอบไม่ถูก พ่อใช้ไม้ตี ทำบ่อย ๆ ลูกกลัว ลนลาน  แต่ถ้าพ่อไม่ใช้ไม้ ลูกก็จะไม่ค่อยสนใจ  แม่เห็นแล้ว เจ็บปวดใจ แต่ทำอะไรไม่ได้  ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

สวัสดีครับคุณแม่น้องฝ้าย

  • วิธีการนี้ ไม้เรียว ข้างกาย เพื่อให้ลูกได้ปัญญา ผมว่าน่าจะหมดยุคแล้วนะครับ แต่หากจะตีเพราะขี้เกียจไม่ทำการบ้านอาจจะได้ แต่ผมเชื่อว่าการสร้างแรงจูงใจ โดยเข้าใจวัยของเด็ก น่าจะดีกว่าครับ
  • สร้างแรงจูงใจให้เค้าัรักการเรียนรู้ เบี่ยงเค้าให้หันเข้ามาสู่การคิด โดยให้รางวัลแบบคำชมเชยจะดีกว่าครับ คุณพ่อกับคุณแม่ควรคุยกันครับผม
  • ผมเชื่อว่า หากจะใช้แรงงาน เฆี่ยนตีเพื่อให้ได้งาน ก็คงได้ครับ แต่ทางปัญญาจะต้องคิดครับ กลไกเรื่องนี้ ต้องจัดระบบการเรียนรู้ครับผม
  • ไม่ทราบว่าน้องฝ้าย อายุเท่าไหร่ครับ เพราะช่วงอายุก็สำคัญมากครับ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเรียนนะครับ
  • บ้านคือที่พึ่งครับ หากลงโทษเด็กจะกลัวที่จะกลับบ้าน กลัวที่จะคิด เหมือนว่าไม้เรียวมาบล็อกความคิดเค้านะครับ เด็กจะผวา แล้วจินตนาการก็เตลิดหมดครับ
  • ผมว่าหากคุณแม่สร้างแรงจูงใจได้ เชื่อมโยงระหว่าง สิ่งที่ครูสอน และต่อยอดจากสิ่งที่ครูสอน มาทบทวนที่บ้านได้จะดีมากๆ ครับ เด็กจะรู้สึกว่า ไม่ว่าบ้านหรือโรงเรียน ก็คือแหล่งการเรียนรู้นะครับ
  • ฝากไว้ได้นะครับ ด้วยความเป็นห่วงนะครับ 

สวัสดีครับ คุณโอ๋ ขอเรียกพี่โอ๋แล้วกันนะครับ

  • มีน้องที่นี่เหมือนกันครับ พอเห็นแมงดาเค้ากลัวมากๆครับ
  • วันก่อนผมลองค้นดูในเนทครับ แมงดานาเนี่ยครับ มีเยอะเลยครับ มีหลายสปีชีส์เลยครับ
  • ทริค ที่สอง อ่านที่นี่ครับผม http://gotoknow.org/blog/mrschuai/81485
  • ผมเคยมีโอกาสเป็นจับกังสามเดือน ก่อนเข้า ปีหนึ่ง มอ.ตานีครับ สนุกดีครับ ได้รู้หลายอย่างเลยครับ ทำงานวันละเก้าสิบบาทครับ จนเดือนที่สอง และสามเค้าเห็นว่าขยันทำงานเลยขึ้นให้อีกวันล่ะห้าบาทครับ จริงๆ ตอนนั้นไม่ได้สนเรื่องเงินครับ เพียงอยากรู้งานมากกว่าครับ

ขอบคุณมากครับ

เม้ง