ผมเคยถูกสอนเสมอในสมัยเรียนมัธยมศึกษาว่า "ฟิสิกส์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของธรรมชาติ"

          วันนี้กว่าจะเสร็จภารกิจก็ดึกมากแล้ว ผมคิดว่ากว่าจะเขียนบันทึกนี้เสร็จอาจจะปาเข้าไปดึกดื่นค่อนคืน แต่ถ้าไม่ได้เขียน คงจะนอนไม่หลับเป็นแน่ อย่างนี้สมควรเรียกว่าเสพติด Blog ไปแล้ว...5555

     สำหรับเรื่องราวในวันนี้เป็นเรื่องราวที่น่าเศร้าอีกเรื่อง แต่คงไม่เศร้าจนเกินกว่าจะอ่านได้ และอาจให้ข้อคิดบางแง่มุมได้อีกด้วย คงต้องติดตามต่อไปนะครับ

      หลังจากที่พาทุกท่านเรียนชีววิทยามาหลายเรื่องแล้ว วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเรียนฟิสิกส์กันบ้างคงไม่ว่ากัน และเผื่อวันหน้าวันหลังจะพาไปเรียนวิชาอื่นๆบ้าง ตามแต่สมองก้อนน้อยๆนี่จะนึกอะไรออก

      สมัยยังหนุ่มกระเตาะ วันกำลังตกมัน เอ้ย! วัยกำลังแตกพาน ได้เรียนวิชาฟิสิกส์ที่รู้สึกว่าเหมือนดั่งยาขม เพราะตัวเองไม่ชอบคณิตศาสตร์เป็นทุนเดิม ฟิสิกส์ที่ต้องไปประยุกต์ใช้อีกที่ยิ่งไปกันใหญ่แต่อาจารย์ที่โรงเรียนมักกล่าวเสมอว่า "ฟิสิกส์เป็นวิชาที่อธิบายความเป็นไปในธรรมชาติ" สมัยนั้นยังงงๆ ว่าเกี่ยวกันตรงไหน แต่มาตอนนี้ต้องยอมรับว่าใช้จริงแท้แน่นอน ขนาดเด็กยืนบนบ้านปาหินใส่หัวสุนัขยังสามารถคำนวณหาความเร็วที่หินตกถึงหัวสุนัขได้ เป็นวิชาที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง

        เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้จะขอพูดเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ในเรื่อง คลื่นเสียง แต่ไม่ได้ให้หาค่า f หรือค่าความยาวคลื่นแต่อย่างใด แต่จะเรียนถึงที่มาของเสียงสะท้อน ซึ่งตามหลักฟิสิกส์เสียงสะท้อนจะเกิดได้เมื่อเสียงเดินทางไปในระยะทางที่.........แง่ว  จำไม่ได้แล้ว อะไรยาวกว่าอะไรก็ไม่ทราบได้ แต่ช่างเถอะครับ เอาที่มาตามตำนานกรีกที่ผมถนัดดีกว่า

        

              ภาพ Echo  ที่มา http://www.paghat.com/images/echo.jpg และ http://www.thornefeather.com/images/stone_echo1.gif

        เสียงสะท้อน หรือ Echo มีที่มาจากชื่อของนางไม้นางหนึ่ง โดยนางไม้นางนี้อาศัยอยู่กับเพื่อนสาวชาวนางไม้หลายตน แต่ละคนก็สวยน่ารักโดยไม่ต้องใส่สายเดี่ยวเสียวหลุดแต่อย่างใด ด้วยความน่ารักน่าชังของเหล่านางไม้ เทพเจ้าจอมเจ้าชู้ นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมหาเทพ Zeus ซึ่งพอคุณภรรเมีย (Hera) เผลอเมื่อใด ก็จะย่องลงมาจากสวรรค์มาเล่นไล่จับกับเหล่านางไม้เสมอๆ

                      

      ภาพ Zeus และ Hera  ที่มา  http://www.starsandseas.com/SAS_Mythology/ZeusHera.jpg

        เล่นว่างเมื่อไหร่ก็ไปวิ่งเล่นไล่จับทุกที มีหรือที่ มท.1 จะจับไต๋ไม่ได้ จึงวางแผนจะจับให้ได้คาหนังคาเขา จึงแอบตามไปดูว่าสามีไปวิ่งเล่นที่ใด คงเพราะความโชคร้ายของ Echo ที่ดันเกิดมาเป็นนางไม้แสนดี หวังจะช่วยเพื่อน จึงเข้าไปถ่วงเวลา Hera โดยชวนคุยไม่หยุด ชนิดน้ำไหลไฟดับ แต่ Hera ไม่ใช่ภรรยาหน่อมแน๋ม รู้ไต๋สามีทุกอย่างจึงรู้ว่าแอบหลบไปแล้วในช่วงที่นางกำลังเม๊าท์อยู่กับ Echo

        Hera โกรธ Echo มากที่กล้ามาหน่วงรั้งเธอไว้ จึงได้สาปให้เธอไม่สามารถเม๊าท์ซี่กับใครได้อีกต่อไป ให้ส่งเสียงได้เพียงคำสุดท้ายของประโยคที่ผู้อื่นพูดเท่านั้น

 ภาพ Echo โดย Giovanni Dosso (1479-1542)ที่มา  www.esr.ethz.ch/intro/echo/nymph.html <p>         ด้วยความที่ Echo เป็นผู้ที่มีเสียงอันไพเราะ และเธอก็รักในเสียงของตนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถูกสาปเช่นนี้ เธอจึงต้องอยู่อย่างทุกข์ระทม จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้พบกับชายหนุ่มรูปงามนามว่า Narcissus ซึ่งหล่อเหลาราวกับเทพบุตร สุดหล่อที่หนึ่งในจักรวาล ซึ่งไม่ได้กล่าวเกินไปเลย เพราะตามตำนานกล่าวว่า แม้ใครได้ยลก็จะหลงรักเค้าในทันที ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือเป็นชาย.....แต่ทว่า Narcissus ไม่มีหัวใจ ไม่เคยรักใครเลย </p><p>              </p><p>                                        Echo และ Narcissus</p><p>ที่มา :www.wooster.edu/eko/Webpages/EKOpictures.html</p><p>        Echo พอเห็น Narcissus ก็หลงรักในทันที และคอยติดตามไปเพราะว่าเจ้าหล่อนไม่สามารถพูดได้ จนกระทั่ง Narcissus เกิดหลงป่าขึ้นมาซะงั้น (หน้าตามักแปรผกผันกันความฉลาด อาจจะจริงก็ได้) ดังนั้นเค้าจึงตะโกนถามว่า "มีใครบ้างไหมแถวนี้?" Echo ก็กล่าวได้เพียง "แถวนี้......." พูดอะไรก็มีแต่เสียงคำสุดท้ายตอบกลับมา Narcissus ชักรำคาญจึงเรียกให้ออกมาจากที่ซ่อน Echo จึงออกมาให้เห็นและใช้ภาษามือแสดงให้ Narcissus เห็นว่าเธอรักเค้ามากเพียงใด </p><p>             Picture of Narcissus  </p><p>      ภาพ Nacissus     ที่มา  www.probertencyclopaedia.com และ http://www.costumearmour.com/images/customdesign/Narcissus.jpg</p><p>          แต่ทว่า Narcissus ไร้หัวใจ กลับไล่ให้เธอจากไป เนื่องจากเค้ารำคาญเพราะเจอแบบนี้มาตลอดเวลา (ประมาณว่าหล่อจัด ไปไหนใครก็ตามจีบ เซง........มาก) Echo เมื่อเจอการตัดสัมพันธ์อย่างไร้ไมตรี เธอก็หัวใจสลาย และอยากจะตายไปจากโลกที่โหดร้ายนี้เสีย Echo จึงสวดอ้อนวอนต่อเทพี Aphrodite ให้ประทานความตายแก่เธอ ซึ่ง Aphrodite ก็มอบความตายให้เธอตามต้องการ แต่ Aphrodite เสียดายเสียงอันไพเราะยิ่งของ Echo จึงยังให้เสียงของเธอคงอยู่ไปชั่วนิรันด์</p><p>           กล่าวไปถึง Narcissus คนไร้หัวใจ เมื่ออ่อยเหยื่อเค้าไปทั่ว ในที่สุดก็ไปเจอคนจริงเข้าจนได้ เป็นเด็กหนุ่มที่หลงรัก Narcissus เข้าจังเบ้อเร่อ แต่ Narcissus ก็ไม่สน เด็กหนุ่มรักคุดจึงอ้อนวอนให้เทพยดาลงโทษคนหล่อใจดำให้สาสม เทพที่สนองตอบอย่างทันควันคือ เทพีNemesis ซึ่งสาปให้ Narcissus หลงรักเงาสะท้อนของตนเองในน้ำ แน่นอนหลงรักเงาตัวเอง แล้วเงาที่ไหนจะรักตอบได้ Narcissus จึงต้องอกหักจากเงาตนเอง จนอกกลัดหนองตายในที่สุด แถมยังต้องตกนรกไปหลงรักเงาตัวเองในแม่น้ำในยมโลกต่อไปตลอดกาล</p><p>                             </p><p>ที่มา http://www.geocities.com/medea19777/Images17/narcissus.jpg</p><p>           บ้างก็ว่าร่างของ Narcissus กลายไปเป็นดอกไม้ที่ชื่อ Narcissus ที่ชอบขึ้นตามริมน้ำ เพราะจะได้เห็นเงาตนเองอยู่เสมอ</p><p>Photograph:Daffodil (Narcissus pseudonarcissus).  </p><p> ที่มา concise.britannica.com/ebc/art-38746 และ www.marysplantfarm.com</p><p>          เรื่องราวความรักที่แสนเศร้าจึงจบลงเพียงเท่านี้ และผมไม่ลืมที่จะฝากเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับ Echo มาให้ด้วย</p><p>           นอกจากคำว่า Echo จะใช้หมายถึงเสียงสะท้อนแล้ว ยังมีการใช้คำว่า Echo ไปผสมคำอื่นอีก เช่น Echolalia ซึ่งเป็นอาการของการพูดตามคำสุดท้ายที่ได้ยินจากผู้อื่น มักพบในผู้พิการทางสมอง ผู้ป่วยโรคจิตบางชนิด ผู้ป่วย Autism เป็นต้น</p><p>         ฮ้าว...............ชักง่วงแล้วครับ วันนี้คงต้องขออำลาไปงีบแล้วนะครับ ฝันดีครับทุกท่าน</p>