ลม คลื่น และกระแสน้ำตามชายฝั่งทะเลเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการกัดเซาะตามชายฝั่งทะเล
เก็บมาฝาก การกัดเซาะตามแนวชายฝั่งเกิดขึ้นได้อย่างไร โดย ดร.วัฒนา กันบัว
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ดร. แสวง รวยสูงเนิน · 1 มี.ค. 2550
@Moui · 1 มี.ค. 2550
beeman 吴联乐 · 1 มี.ค. 2550
Ping · 1 มี.ค. 2550
beeman 吴联乐 · 1 มี.ค. 2550








เหตผลไปคู่กันครับ ชายฝั่งด้านหนึ่ง ถูกทะเลกัดเซาะ แต่อีกด้านหนึ่ง ทะเลจะพาทรายและตะกอนมาทับถมไงครับ
พอดี มอ.วิทยาเขตปัตตานี อยู่ในฝั่งหลังไงครับ เลยมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาทุกปี
ขอบคุณค่ะคุณสายลมแสงแดด คำตอบชัดเจน น้องสมพรมีคำตอบเพิ่มเติมอีกหรือเปล่าคะ?
สวัสดีครับ
เดี๋ยวผมจะอธิบายเพิ่มให้นะครับ จะได้ใส่รูปเข้าไปได้ด้วยครับ มาดูชายฝั่งอ่าวไทยกันครับ ว่าเป็นไงครับ เราจะเห็นอะไรอีกมากครับ ที่เกิดจากที่คนเราไม่เข้าใจธรรมชาติแล้วทำให้เกิดผลกระทบครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ พี่อัมพร
ตอบให้แล้วนะครับผม ไม่แน่ใจผมเขียนรู้เรื่องหรือเปล่าครับ พี่มีไรเสนอได้เต็มที่นะครับ แต่ผมยังอ่อนประสบการณ์ครับ ต้องศึกษาอีกเยอะครับ
ขอบคุณครับ
สมพร
เข้าใจมากที่เดียวค่ะ พี่นักภูมิศาสตร์เก่านะ (แอบยิ้ม….ยิ้มพี่เคยเรียน MARINE SCINCE และภาพถ่ายอากาศมาก่อนตอนป.ตรี ขอบคุณมากเลยที่มีความตั้งใจหามาให้อ่าน หากน้องสมพรไม่มีความรู้จริงหรืออ่อนประสบการณ์คงค้นหาไม่ถูกหรอกค่ะ (พี่บอกว่าเคยเรียนมาก่อนยังหาไม่ถูกเลยนะ อายจัง!) พี่มีประสบการณ์ตรงโดยการพานักศึกษาไปปลูกป่าโกงกางและป่าชายเลน (ไม้ใหญ่) แถวท่าสะอ้านและสิงหนคร จ.สงขลา มา 2 -3 ปี โดยใช้วิธีใช้ปลูกหรือใช้ฟักพุ่งไปในป่าโคลน สนุกดี ปัจจุบันหากมีมีเวลาว่างมักชวนครอบครัวไปเก็บตกความภาคภูมิใจเสมอมา พูดถึงปลาตีน พี่พบกับปลาชนิดนี้ครั้งแรกในชีวิตที่ชายหาดม.อ ตานีนะ (ชอบจำความหลังค่ะ) ขอบคุณมาก ๆ ที่นำสิ่งดี ๆ มาเล่า อ้อ!ลืมตรงชายหาดสงขลาตรงเก้าเส้งปัจจุบันชายฝั่งถูกนำทะเลกัดเซาะไปมากที่เดียวนะ (จากคำบอกเล่าผู้เฒ่าจังหวัดสงขลา)
สวัสดีครับ พี่อัมพร
ผมก็กำลังทำความเข้าใจเรียนรู้เหมือนกันครับ กะว่ากลับไปแล้วจะหาทางทำแบบจำลองการกัดเซาะชายฝั่งดูครับ ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนครับ ซึ่งคิดว่าคงมีความเป็นไปได้ครับ แล้วจะเล่าให้ฟังนะครับ
ผมจินตนาการตอนที่พี่บอกว่าเคยไปปลูกฝักโกงกาง คงสนุกนะครับคือปลูกป่าพวกนี้ ไม้ใหญ่นะครับ มันจะช่วยนอกจากรับคลื่นแล้วก็ยังรับลมด้วยครับเพื่อป้องกันพื้นที่ด้านใน ตามแหล่งคนอาศัยภายในด้วยครับ แต่หากให้ป่ามีความหนาก่อนซักระดับก็คงดีครับ หากเราปลูกบ้านที่ชายฝั่งโดยไม่ได้คำนึง ปัญหาก็เกิดครับ ปกติหากแหลมโดนทำลายและไม่มีคนท่องเที่ยวไปหรือว่าคนอาศัยอยู่ โดยไม่มีคนค้นพบ ข่าวการกัดเซาะก็ไม่เป็นข่าวครับ ดังนั้นพอคนไปอาศัยเยอะ ก็ได้รับความเดือดร้อนกันนะครับ ดังนั้นควรศึกษาพื้นที่ออกจะไปทำการปลูกสร้างบ้านชายทะเลครับ
จริงๆ นากุ้งทั้งหลายก็ควรจะมีแนวป่าที่ปลูกกันคลื่นด้วยให้เป็นแนวที่ไว้รับลม รับคลื่น ไม่งั้นเกิดคลื่นมาซักลูกใหญ่ ก็ท่วมหมดทั้งลายเลยครับ ลองขึ้นไปดูภาพแถบนครศรีธรรมราชครับ บริเวณแนวด้านในของแหลมตะลุมพุกครับ
ผมมีข่าวอีกข้อแจ้งพี่ครับ
คือ พี่โดน Trick Tag ของผมนะครับ ไปอ่านได้จากที่นี่ครับ ไม่แน่ใจว่าโดนซ้ำซ้อนหรือเปล่าครับ อิๆ
ขอบคุณมากครับ
เม้ง
พี่ชอบศาสตร์นี้มากเลย ว่างๆพี่ก็ชอบเข้า Google Earth และ Point Asia ดูพื้นที่ดงหลวง ครับดูแล้วคิดอะไรได้ตั้งเยอะ อยากทำโน่นทำนี่ไปหมด เฮ่อ ขนาดนี้ก็ล้นมือแล้ว
ผมกำลังดู ดงหลวงของพี่ไพศาลอยู่ครับ
ว่าแต่อยู่ ต.อะไรครับ ต.ดงหลวงด้วยหรือเปล่าครับ ผมว่าดีครับ ได้ดูภาพรวมครับ มองถึงการบริหารได้ครับ ขอบคุณมากครับ ดูแล้วเหมือนมีแนวภูเขาเยอะนะครับใน อ.ดงหลวงครับ
เรียน คุณสมพร ที่นับถือ
ดีใจที่ได้รู้จักกันและเรียนรู้ร่วมกันทาง website ขอเชิญคุณสมพรและมิตรสหายทั้งหลาย แวะชม web Beach Watch Network (BWN) ที่
http://www.geocities.com/psboon02/bwn.html
เพื่อร่วมหาหนทางรักษาชายหาดที่มีคุณค่ายิ่ง ที่บรรพบุรุษของชาติได้รักษาไว้ให้เรา จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรักษามรดกนี้ไว้ให้ได้เพื่อลูกหลาน
แล้วผมจะเขียนมาใหม่นะครับ
ดร.สมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์
Ocean Engineering & Coastal Resource Mangament
กราบสวัสดี ท่าน อ.สมบูรณ์
ได้อ่านบทความใน blog ของคุณสมพรแล้ว ผมมีความเห็นว่า คนทั่วไปมีความเข้าใจสับสนระหว่างคำว่า "ธรรมชาติ" กับคำว่า "ปัญหา"
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคลื่นลมกับชายฝั่งนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่มีอะไรเป็นปัญหา มันเป็นอยู่อย่างนั้นนับพันปี ส่วนปัญหานั้นเกิดจากการที่คนบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัวไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติเดิมๆ จึงเกิดการปรับตัวใหม่และกระทบกับคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่รู้เรื่องด้วย จึงเกิดปัญหาขึ้น
เพื่อความเข้าใจเรื่องนี้ ผมได้ใส่ slide การกัดเซาะชายฝั่ง จ.สงขลา พร้อมคำบรรยาย ที่เหมาะกับใช้ในการสอน ไว้ใน web BWN แล้ว โปรดเข้าชมและ load ไว้ใช้ต่อได้เลยครับ ที่
http://www.geocities.com/psboon02/bwn.html
Make Our Beach Alive
ผมเสียดายว่าได้คุยกับเม้งในประเด็นนี้ค่อนข้างช้าไปสักหีด
คือว่าพรรนี้ครับ
ผมไม่รู้ว่าใครได้เก็บภาพ สภาพชายฝั่งหลังซึนามิใหม่ๆบ้างๆ ถ้าเม้งมี จะดีมากครับ ไอเดียคือว่า
หลังซึนามิใหม่ๆ ชายฝั่งจะมีสภาพการถูกทำลายที่ต่างกัน บางที่น้อย บางที่มาก บางแห่งน้อยเพราะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ดี และบางแห่งถูกทำลายน้อยเพราะ กันชนทางธรรมชาติ เช่นไม้ชายฝั่ง หรือ ลอนทรายที่เป็นตัวเบรกความเร็วของคลื่น
ผมเห็นภาพต้นเตยปาหนันที่ขึ้นตามชายเล เม้งคงนึกภาพออก หลังซึนามิ รากมันอุ้มทรายไว้ได้เป็นตันเลย นั่นเพียงต้นเดียวนะครับ ลองหลับตาว่าถ้าหลายๆต้นจะพันพรือ แต่ต่างจากกำแพงหินซีเมนต์ของรีสอร์ท โรงแรมที่สร้างบนทรายอย่างแน่นหนายังล้มคลืนเลยครับ
ไอเดียที่ว่า คือ สภาพ best practce ทางธรรมชาติ น่าจะเก็บเอามาไว้เป็นเครื่องมือของการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม คนจะเรียนรู้เรื่องพวกแบบเข้าไปในใจ คนที่ปลูกต้นไม้แต่ละต้น ด้วยหัวใจ หายากครับ
เราต้องหาวิธีให้เขาปลูกมันด้วยหัวใจ ไม่ใช่คนปลูกต้นไม้ เพราะว่าชุมชนได้เงินสนับสนุน
พอดีเห็นเทคโนโลยีของเม้งน่าสนใจหลายตัว ผมว่าเอามาต่อยอดได้มากเลยครับ
สวัสดีครับพี่ธวัช
สวัสดีครับคุณเม้ง สมพร ช่วยอารีย์
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆและขอนำลิ้งบันทึกนี้ไปใช้ในการอ้างอิงข้อมูลนะครับ
สวัสดีครับน้องแมน
ด้วยความยินดีครับผม สบายดีไหมครับผม
สนุกในการทำงานและศึกษานะครับ
เรียน ผู้สร้างสรรค์ร่วมเสนอแนะให้ความคิดเห็นดีๆ
โครงการวิจัยปะการังเทียมเพื่อบูรณาการชายหาด กระผมนายพยอม รัตนมณี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (E-mail : [email protected] มือถือ 081-5999655 เปิด 24 ชั่วโมง) อาจารย์ผู้สอนรายวิชา วิศวกรรมชลศาสตร์ (Hydraulic Engineering) และวิศวกรรมชายฝั่งทะเล (Coastal Engineering) ทำงานทางทะเลและชายฝั่งมาร่วม 10 ปีแล้วครับ เห็นว่าปัญหาทางด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีการถดถอยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกุ้งหอยปูปลา และแถมด้วยปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงปัญหาด้านความขัดแย้งด้านการใช้ทรัพยากรทางทะเลอีกหลากหลาย ในฐานะที่ผมสัมผัสงานด้านนี้มาบ้าง กระผมเชื่อว่าการแก้ปัญหาทางทะเลและชายฝั่ง ยังต้องการงานวิจัยเชิงปฏิบัติ (Action Research) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ของคนไทยเองอีกเยอะ เมื่อปลายปี พ.ศ. 2548 กระผมจึงได้ค้นคว้าและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายฝั่งทะเลแบบบูรณาการ โดยได้รับความกรุณาจากท่านอาจารย์คนึงนิตย์ ลิ่มจิรขจร อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล ภาควิชาวาริชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้รับคำแนะนำเรื่อง “การวางปะการังเทียมเพื่อบูรณาการระบบนิเวศทางทะเล” ต่อมาเมื่อปลายปี 2549 กระผมได้รับแนวความคิดจากอาจารย์ชาวต่างประเทศ (ที่ฟลอริดา) ท่านทำงานด้านทะเลมามากว่า 30 ปี ท่านเป็นนักทฤษฎีและปฏิบัติอย่างแท้จริง ได้แนะนำถึงวิธีการใช้ปะการังเทียมเพื่อการป้องกันชายฝั่งทะเลด้วย กระผมคาดว่าหลักการดังกล่าวน่าจะเหมาะสมที่จะนำมาดัดแปลง/ประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ต่อบ้านเราได้ กระผมได้นำเสนอแนวความคิดอันนี้ต่อหน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนหลายแห่ง เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านวัสดุและอุปกรณ์การวิจัยในการนี้ ทางกรมทรัพยากรธรณีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการศึกษาวิจัยลักษณะดังกล่าว จึงได้ให้ความร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยได้ให้ทุนการศึกษาวิจัยแก่ทางมหาวิทยาลัยเพื่อ ก่อสร้างอุปกรณ์และห้องปฏิบัติการทดลองในศึกษาด้านการใช้ปะกาเทียมเพื่อบูรณาการชายฝั่งทะเลของประเทศไทยเป็นการเร่งด่วน นอกจากจะใช้ปะการังเทียมในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแล้ว จะทำการดัดแปลงปะการังเทียมให้สามารถด้านทานแรงจากคลื่นลมด้วย เพื่อประโยชน์ทางด้านการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วย เนื่องจากประเทศเราประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างต่อเนื่องและอย่างรุนแรง การก่อสร้างโครงการป้องกันขนาดใหญ่ใช้งบประมาณสูงเหลือเกิน คงไม่เหมาะสมกับประเทศจนๆ อย่างเรา นอกจากกนี้การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ยังทำให้ภูมิทัศน์ริมหาดเสียไปด้วย ทั้งยังมีผลกระทบด้านสังคมอีกมากมาย เช่นทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และกลุ่มคนหลายกลุ่ม ถ้าผลการศึกษาวิจัยครั้งนี้ให้ผลในทางดี ก็อาจจะดำเนินโครงการนำร่องที่หาดสมิหลา แต่คงต้องอาศัยประชามติเป็นส่วนใหญ่ด้วย ฉะนั้นอย่าตื่นตูมไป เราแค่คิดและศึกษาวิจัยครับ ยังไม่ก่อสร้าง รอผลการศึกษาวิจัยก่อนครับ งานลักษณะนี้ต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ก่อนออกแบบครับในกรณีที่ท่านต้องการเข้าเยี่ยมชมการศึกษาทดลอง กราบเรียนเชิญที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มอ. โทร 081-5999655 (ตรงอาจารย์พยอม) หรือ 074-287135 (ติดต่อคุณสุกานดา) กรุณาแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ทางคณะผู้ศึกษาวิจัยยินดียิ่งที่จะต้อนรับบุคคลหรือคณะกลุ่มคนผู้สร้างสรรค์ร่วมเสนอแนะ ทั้งนี้กระผมในนามหัวหน้าคณะวิจัยยินดีเลี้ยงต้อนรับด้วยอาหารเพียง 1 มื้อ แต่เบียร์สิงห์ตลอดการดำเนินโครงการบูรณาการชายฝั่งเราใช้ทรัพยากรชายฝั่งทะเลมายาวนาน โอกาสนี้จะน่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะได้ร่วมมือกันทำประโยชน์เพื่อทะเลไทยอย่างเป็นรูปธรรม ปล่อยวางจาก (1) การวิจารณ์เชิงทำลาย (2) เลิกอิจฉาตาร้อนชิงดีชิงเด่น (3) เลิกยุแยงตะแยงรั่ว (4) ลดการคุยโวโอ้อวด พูดน้อยลงทำมากขึ้น (5) ลดฐิถิแห่งตัวข้า ลดความอวดรู้ เพิ่มความอยากรู้ (6) ปล่อยวางจากการทะเละวิวาทกับคนชาติเดียวกัน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นบ่อยทำลายชาติ หันมาร่วมออกแรงกาย ร่วมแรงใจ และแรงสมอง เพื่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อองค์กรและประเทศชาติ ต่างประเทศเขาเจริญไปไกลแล้ว เรายังทะเลาะกันอยู่ ไม่นานประเทศลาวก็คงจะแซง เชิญพวกเรามาร่วมกันสร้างสรรค์และฟื้นฟูบูรณาการทรัพยากรชายฝั่งจะดีกว่า เคารพยิ่ง <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 216pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> พยอม รัตนมณี</p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 216pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt 216pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปล. รักและคิดถึงพี่วัฒนา กันบัว เสมอ ว่างๆ เรียนเชิญที่หาดใหญ่ หรือให้ผมไปเยือนที่บางกอกสักหนึ่งเมา เคารพยิ่ง</p>
สวัสดีครับ อ.พยอม
ขอบคุณท่านอาจารย์มากๆ นะครับที่เข้ามาร่วมวงสนทนาเรื่องที่เราคนไทยควรจะหันหน้ามาร่วมกันสร้างสรรค์งานเพื่อส่วนรวมมากๆ นะครับ
ผมเคยเอางานนำเสนอของ อ.สมบูรณ์ ขึ้นไปแขวนไว้ น่าสนใจที่เคยได้รับจากรุ่นน้อง ซึ่งทำให้ทราบว่าชายฝั่งอ่าวไทยนั้น โดนกัดเซาะไปอย่างน่าเป็นห่วงครับ แต่ทั้งนั้นและทั้งนั้น โลกเราก็โดนกัดเซาะเซาะมาตลอดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตครับ ทำให้เราต้องทำความเข้าใจหลายๆ อย่างเพื่อการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
ผมเองความรู้ไม่พอใช้ครับตอนนี้ ต้องศึกษาอีกเยอะเลยครับ ตอนนี้ผมสนใจเรื่องการจัดการ ออกแบบและป้องกันการกัดเซาะโดยใช้ธรรมชาติรับธรรมชาติเพื่อป้องกันธรรมชาติ อยู่ครับ ยังไม่รู้ว่าจะมีความรู้พอจะทำความเข้าใจเรื่องน้ำได้แค่ไหนครับ
ดีใจที่ได้รู้จักท่านอาจารย์และทีมงานที่ ม.อ.หาดใหญ่หลายๆ ท่านครับ ที่เชี่ยวชาญในด้านนี้ครับ
ขอบพระคุณมากครับ
เม้งครับ