เล่าเรื่อง กระสือ ไม่ต้องอาย

ดอกแก้ว
  คุณค่าอยู่ที่ความสุขใจที่ี่ได้บอกเล่า เรื่องราวของตัวเอง ของชุมชน   

      

       วันนี้ ฉันตื่นแต่เช้า และวางแผนว่าจะไป ประสานงาน เยี่ยม โรงเรียนในพื้นที่บริการของเด็กรักป่าและประสานงานการจัดค่ายให้ความ

รู้เรื่องศิลปะและธรรมชาติ แก่เด็กๆด้วย

    เริ่มแรกไปที่ โรงเรียนบ้าน แจรน ต.ตาอ็อง เมือง สุรินทร์ กับโรงเรียนที่นี่ ฉันคุ้นเคย เพราะมีโครงการมาประสานกันอยู่เนื่องๆ

     ที่นี่ คอมพิวเตอร์ ไม่พอที่เด็กจะเรียน คือมี 2 เครื่อง กับเด็กทั้งโรงเรียน เราจึงจัดโปรแกรม ให้เด็กๆ ไปเรียนที่ เด็กรักป่า ห่างกัน 2 กิโล  หนึ่งห้อง

เรียน สองชั่วโมง  เครื่องที่เด็กรักป่า ใช้คอมฯได้อยู่ 6 เครื่อง ๆละ 2 -3 คน  แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งก็อยู่ข้างนอกห้อง ให้สังเกตธรรมชาติ วาดรูปไปก่อน  ผลัดกันเรียน  สอนตั้งแต่ ชั้น  ป.4 - 6  แต่โครงการนี้ก็ทำได้  1 ปี  ก็หยุดลง เพราะ อาสาสมัครของเด็กรักป่า ก็ ไปๆมา ไม่ได้อยู่ประจำช่วยสอน 

    แต่ไปคุยกับ โรงเรียนบ้านสำโรง ต.สำโรง ก็เจอปัญหา ไม่มี คอมฯ สอนเด็กเหมือนกัน  บางที การจัดค่ายเป็นช่วงๆ อาจจะเหมาะกว่า        ค่ายคอมพิวเตอร์สอนน้อง....จากอาสาสมัคร...ก็คงดีนะ ฉันเคยคุย

ติดต่อกับ อาสาสมัครชาวสิงคโปร์ แต่ก็เงียบๆไป  และล่าสุด ฉันไปเสนอแนะแนวคิดเรื่องนี้กับกลุ่มคนพิการ ที่มีใจยากสอนคอมฯให้เด็กๆในชนบท น่าจะไปด้วยกันได้ดี มีความสุขทั้งสองฝ่ายแต่น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าพอที่จะทำ

โครงการออกนอกสถานที่

   วันนี้ฉันไปเยี่ยม  5 โรงเรียน  ได้รับการต้อนรับอย่างดี  ดีใจที่มีโอกาสแลกเปลี่ยน ฟัง แนวคิด สถานการณ์ปัจจุบันของโรงเรียน ความต้องการการช่วยเหลือ....

     ฉันก็ได้ตารางงานค่าย  8 ค่าย ในเดือน มีนาคม นี้  ่ายแต่ละค่ายจะเป็นการฝึก เยาวชน จำนวน  50 คน ในชุมชน ให้จัดการงานค่ายในทุกฝ่ายงาน การดูแลน้อง ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน กิจกรรมต่างๆ  เช่น เช้าพานำดูนก  พาทำอาหาร พาเข้าป่าไปเก็บฟื่น พาน้องเรียนคอมฯ ...

     และผู้นำชาวบ้าน จำนวน 20 คนก็ผลัดกันมาเป็นวิทยากรพาเดินป่า ศึกษาธรรมชาติในป่า 114 ไร่ จุดศึกษา 16 จุด ทั้งเรื่องระบบนิเวศน์และจุดวัฒนธรรม ความเชื่อ ประเพณี 

(  จุดกระสือยายปลั๋ง    /  จุดตาปราสาท

จุดศาลตายาย   /    จุดเส้นทางเกวียนเก่า....)

       ส่วนแม่บ้าน เราก็ให้ผลัดกันมาทำอาหารในค่าย และมาทำขนมขาย ในงานวัดของเรา เป็นขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมเนียล ขนมโชค ขนมกันจ๊อบ.....ซื้อกันด้วยเงิน ใบไม้....กินด้วยใบบัว  

      จากการแจกงาน แบ่งหน่าที่ ในทุกกลุ่ม ทำให้ ทุกคนมีส่วนร่วม และทุกคนก็สนุก และพอใจที่มาร่วมกิจกรรม เพราะ คุณค่าอยู่ที่ความสุขใจ ที่ได้บอกเล่า เรื่องราวของตัวเอง ของชุมชน บอกในสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ และที่ พ่อแม่ บอกต่อมา

      มีบ้างช่วงแรกๆ ที่ วิทยากรชาวบ้าน ของเรา ประหม่า อายที่จะเล่า เรื่องราว ความเชื่อ ของตัวเอง เวลาที่ สมาชิกค่ายเป็น ผู้ใหญ่ จากในเมือง มี ตำแหน่ง หน้าที่ การงาน มีความรู้ เราบอก กับชาวบ้านว่า

  มั่นใจเถอะ ไม่มีใครรู้เกินกว่า พ่อ หรือ พี่ กัน หรอก ....ทางเกวียนเก่า  บ้านเรา ใครที่รู้ เรารู้

สมุนไพร เรื่องนี้ เรามีประสพการณ์ เราเคยใช้มาแล้ว เราเล่า ในสิ่งที่เราเจอมาจริงๆในชีวิต

เรื่อง กระสือ ก็เล่าไป ใครจะว่า งมงายก็ชั่ง มันเป็นเรื่องที่เล่ามา และเกิดจริง

 ...ดูอย่างฝรั่งซิ

ถ้าว่างมงาย ก็มากกว่าอีก  เชื่อเรื่อง แม่มด ขี่ไม้กวาดเหาะได้  มันมีจริงหรือ ...ไม่มี แต่ของเรา

นี่ ของจริง กระสือจริงๆ.... พูดเมื่อไหร่ เป็นของจริง...เราต้องเคารพความเชื่อของพ่อแม่เรา สิ่งที่เล่ามา มันมีเสน่ห์ มันเป็นเรื่องราวที่มีชีวิต  ....พวกเราต้องรักษาเรื่องราว ที่ ชุมชนอื่น ไม่มีใครเหมือน  รักษามันเอาไว้  ใครก็เล่า ไม่ได้เท่าเรา...

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ธรรมชาติ เรียนรู้ชุมชน

คำสำคัญ (Tags)#เรื่องราวที่มีชีวิต

หมายเลขบันทึก: 80761, เขียน: 26 Feb 2007 @ 21:41 () , แก้ไข, 02 Jun 2012 @ 13:08 (),  | , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (7)

  • ถ้านำ blogger ไปที่นั่น
  • แล้วใช้ notebook ใช้ช่วยสอน
  • น่าจะทำได้นะครับ
  • ไม่นานที่พ่อครูบาจะมีคอมพิวเตอร์ 25 เครื่อง
  • สนใจมาใช้ไหมครับ
  • จะติดต่อให้ครับผม

ขอบคุณคะ

  น่าจะดีนะคะ ใช้โน๊ตบุ๊คช่วยสอน....ดีคะ จัดค่ายวันเสาร์ อาทิตย์ นะ

  โอโฮ้ ครูบา มีคอมฯ หลายเครื่องจัง ไว้ บริการเด็กๆหรือคะ
 

ครูครับ มีหนังสือทำมือมาฝากครับ
  • ไว้บริการทุกๆคนครับ
  • ที่บ้านพ่อครูบามีระบบ wireless เอา Notebook ไปใช้ที่ไหนก็ได้
  • ต่อไปจะมี Internet ของชุมชน ตอนนี้ติดตั้งยังไมเรียบร้อยครับผม
  • คิดว่าถ้าไปใช้จะเป็นประดยชน์แก่เด็กๆๆมากครับคุณดอกแก้ว
P

ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม

ไปแวะอ่านมาแล้ว ขอบคุณคนทำหนังสือทำมือ เพื่อเด็กรักป่า    ทุกคนค่ะ 

P

นาย ขจิต ฝอยทอง

  คะที่ เด็กรักป่า มีเครื่องเก่าที่ได้รับบริจาคมาก็หลายเครื่อง ใช้ไปมา เหลืออยู่ไม่กี่เครื่องคะ ต่อ  แลน ไว้ด้วย หลังๆมาไม่ยอมติดคะ ต้องหาผู้รู้มาดูใหม่

 เรื่องพาเด็กไปบ้านครูบา รึคะ ดีจังคะ

ไว้หางบก่อนคะ

ช่วงมีนา ก็ 8 ค่ายคะ ค่ายละ 3 วัน

เมย. ก็ งานบวชทั้งเดือน

เหลือ พ.ค. วางแผนใหม่..... 

จักรพงษ์ แสนเมือง
IP: xxx.48.67.106
เขียนเมื่อ 

สวัสดิ์ ดีครับ ผม อยากเล่าเรื่องนี้มากครับ มันน่ากลัวมาก หากเจอเข้ากับตัวคุณจริงๆคุณต้องช็อกจนสดมวลไม่จบแน่ๆครับ เรื่องมีอยู่ว่า มีงานศพ ยายคนหนึ่งแก่ เป็นอะไรตายไม่รู้ครับ ตายแบบไม่สาบสาเหตุครับ พอมาถึงวันเผาศพคนก็มามากมายเลยครับ คนทุกทุกละดับมีหมด แล้วคนก็เผาศพ ตอนเผาศพ มีควนออกมา จอบองเมน มี คางคาว บินออกมามากมาย จน กระทั้ง อยู่ๆก็มีลมพัดแรงมาก จน เต่นที่หลังคน ปิวเลยครับ ก็ ไม่ มี อะไรคนในงานศพเขาก็เล่าว่า แก่เป็นผีปอก ยังงั่นอย่างนี้ ครับ แล้วพระก็สวดศพต่อ จนเสจ็ดครับ แล้วผู้คนในหมู่บ้านก็กับบ้าน หลังจากวันเผาศพ เพียงหนึ่งวัน ก็มีเหตุการ แบบ ขนหัวลุกเลยครับ หมาทั้ง เห่า ทั้งหอน แบบหอน ทุกตัวเลยนะครับในหมู่บ้าน จนนอน แบบ กลัว ๆ ยังไงก็ไม่รู้ครับ วันที่สอง หมาก็หอนอีกตามเคย หอนแบบน่ากลัวมากครับ เหมื่อนในหนังเลย แต่หอน เป็นช่วงๆ ครับ บ้านผมก็มีไก่ ที่มันชอบมานอนบนบันนะครับ ขี้แตมเลย สกกระปกติมากทุกเช้าผมต้องทำความสะอาดบัน ได ก่อนไปเรียนครับ ผมไล่ไก่แล้วมันก็มานอนอีกเหมือนเดิมครับ อย่างสังเลย ผมยากจะบอกว่าวันแต่ละวันที่หมู่บ้านของ เหมือนมันมีอะไรก็ไม่รู้นะครับที่ทำให้มาหอนได้ทุกวัน เดือนนี้ เป็นเดือน สิงหาคม 2553 เป็นคืนเดือนงาย เป็นคือแรกที่ผมอยากรู้ บ้านผมมีต้นมะม่วงอยู่หน้าบ้าน และมีหมอแฟงไฟ้ใหญ่อยู่ไกล้ๆกัน

เอา กูจะได้นอนบอหนอนิ หมาแม่ง หอนจังเลย ซองดูก่อนหนา ซอง ออกไปจากทางหน้าต่าง ก็มีแต่ต้นมะม่วง กับ หมอแฟงไฟ้ฟ้า ก็ไม่มีอะไรนี้หว่า จนตรีสอง มัน หมาก็หอนอีก ผมว่ามันไม่อะไรหลอก ก็มอง อีก ครับ ทีนี้ละครับ เยี่ยวตกเลยมัน รอยอยู่หน้าบ้านผมเลยครับ มันรอยเป็นจังวะกับแสงไฟครับ รอย มา ตาม สาย ไฟครับ แสงสีแดง ออกส้มๆ ครับ ผมไม่กังเกตมากเลยไม่รู้มันเป็นแสงอะไรครับ

เหมือนมันรู้นะครับ ว่าดูอยู่ ทีนี้ละมันรอย เขามาหาเลย เร็วมากคับ ผมรีบ เอาผ้าหมมาหมตัวเลยครับ เหงี่ยแตก ปากสัน หน้ากลัวมากครับ ผมก็เก็บเรื่องนี้ไม่บอกไคร ครับ เพราะว่ากลัว เขาไม่เชื่อ ผมก็ไม่อยากนอนตรงนั้นเลย ครับ

เดียวมันมาอีก วันต่อมา น้องก็มานอนข้างบนด้วย นอนตรงนั้นละครับ น้องผมนอนตรงนั้นละ ผมก็นอน ห่างจากหน้าต่างอยู่ ครับ วันนี้เป็นที่สี่นะครับ ผมก็นอน หมาก็หอนอีก มันครงมาอีกแล้ว แน่ๆเลย ช่วง 3 ทุมผมก็มองดู ชักพักแล้วผมก็นอน ผมก็คิดอยู่นะครับ มันต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่ๆ บ้าง มันทีอาตเป็นเเค่แสงก็ได้ อย่าไปตกใจมากบอกตัวเอง ช่วงตี่1 หมาไม่หอน ครับ แต่มันเห่าเสียงดั้งมาก จนลำคาน ครับ ทีนี้ผมไม่กล้าไปซองที่หน้าแล้วละครับ แต่ไปซองที่ ไม้ฝาบ้าน มันมีรูครับ ซอง ก็ ไม่เห็นละมีละ ชักพัก มันก็รอยออกมาจาก ร้านค้าไกล้ๆ บ้าน ผม ตอนนั้นกกลัวก็กลัวแต่อยากดู เป็นแสงสีแดงรอย ขึ้นรอย ลง ตรงต้นมะยม ที่หน้าร้านค้า ทีนี้ละครับมันรอยมาทางบ้านผม เร็วมากครับ ผมรีบเอาผ้าหม มา หม ครับ บันยากาสในตอนเหมือนตายทั้งเป็น มันอยู่ไกล้ๆหน้าต่าง ผมสันและกลัวมาก เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้เลย ผมสันกลัวมาก เหงี่ยแตก วกมือขึ้น ไว้ แล้ว จะสวดมนก็ทำไม่ได้ ขนาด ผมอยู่ในผ้ายังเห็นแสงดีแดง แบบแดงมาก แล้ว ผม หันไป ครับ ผ้าหมผมมันขาดเป็นรู พุน ฟาย ๆ ผมก็มองดูครับ ผีกระสือ ยังไงก็ใช่ เคยเห็นในหนัง แสงของมันชองมาทางหน้าต่าง แบบห้องผม มีแสงสีแดงแดง ทั้ง ห้องแสงแรงมากสว่างมาก จนสว่าง เข้ามาในห้อง เลย ผมเห็นหมดเลยครับ ทั้งไส้ ทั้งบอด กระดูดต่อออกมาจากคอ แสง สว่างออกมาทางหัวใจ ผม สี ดำบนขาว ใบหน้าดำ มีเครียวได้ ครับ ที่ผมเห็น ว่า มันอย่างนั้น เพราะผมช็อก มองเห็นอยู่ตรงนั้นพอดี ท่าน้อง ตื่นขึ้นมาเจอตนนั้น ผมว่า ช็อกตายแน่ ขนาดผมยังช็อก ยัง เหวอเลย แล้วมันก็ลอยไปที่ ไก่ตรงบนไดนั้นละครับ

เหมือนในหนังเลย แสง ส่อง รอด ช่องไม้ ขึ้นมาเป็นสีแดง น่ากลัว จากนั้นก็ได้ยินแต่เสียง ไก่ร้องครับ

ตอนเช้ามาผม ผมก็เอามาเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง แล้วก็ไปเรียนผมก็เล่าให้เพื่อนฟังด้วยครับ