สุดสัปดาห์นี้ หน่วย Chem ของเราไปทัศนศึกษา พัฒนาจิต กันมาตามที่คุณศิริได้เกริ่นถึงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสไปล่องแก่งด้วยกัน ในเรือเรามีกัน 3 คนคือพี่ปนัดดา น้องฟุงแล้วก็เราเอง ระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กระแสน้ำตลอดทางมีทั้งช่วงที่น้ำไหลเอื่อยๆแต่ก็แรงพอจะพัดพาเราไปเรื่อยๆ มีทั้งช่วงที่น้ำเชี่ยวซัดรุนแรง มีร่องน้ำ มีโขดหิน กลุ่มก้อนเนินหินที่ทำให้เราไปเกยตื้น

เราสามคนตั้งใจว่าจะพายเอง ไม่อาศัยนายท้ายมืออาชีพ เพราะเห็นแล้วว่าเราน่าจะพอทำได้ และสายน้ำก็ไม่น่ากลัวเท่าใดนัก รวมทั้งเรามีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ค่อนข้างรัดกุม

ตลอดทางเราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ที่พอมานั่งคิดทีหลังแล้ว เปรียบเทียบได้กับการใช้ชีวิตจริงๆ

เราเริ่มจากการที่ป้าดานั่งหลัง เป็นคนพาย น้องฟุงนั่งหน้าเพราะตัวเล็กสุด พอป้าดาเหนื่อย น้องฟุงขอพายบ้าง แต่เนื่องจากยังตัวเล็กแรงน้อย ไม่นานก็ถึงกับปวดหลังอย่างแรง เพราะบิดผิดท่า ร้องจ๊ากๆนอนเอนอยู่พักนึง ตอนที่ตัวเองสลับกับป้าดา ก็ได้เรียนรู้ว่า การพายเรือนั้น ไม่ใช่เพียงแค่พายไปข้างหน้า จ้วงซ้ายจ้วงขวาให้สมดุลย์เท่านั้น เรายังต้องรู้จัก งัดต้านน้ำเพื่อคัดท้ายให้หัวเรือหันให้ถูกทาง ต้องหันพายให้ต้านน้ำบ้าง เพื่อไม่ให้เราไปเร็วเกินไป พอตรงทางดีแล้ว ถึงทางโค้งที่น้ำเชี่ยว เราก็ต้องปล่อยให้ไปตามน้ำบ้าง ไม่สามารถคัดท้ายได้ แต่ต้องคอยดูจังหวะ มิฉะนั้นจะเสียแรง แถมเรือหมุนวนอีกต่างหาก กว่าเราจะถึงจุดปลายสุด เราก็เรียนรู้กระบวนท่าไปมากมาย เพิ่งจะมาพอจะควบคุมได้เอาก็เมื่อเหลือระยะทางอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ล่องแก่ง....ยังให้โอกาสเรากลับไป ทดสอบดูใหม่ว่า สิ่งที่เราเรียนรู้มานั้น เป็นจริงตามที่คิดหรือเปล่า แต่ทางเดินชีวิต เราคงย้อนกลับไปทำอะไรใหม่ไม่ได้ ได้แต่เรียนรู้เอาไว้ เพื่อจะได้บอกเล่าให้ผู้ที่ยังมีโอกาสมากกว่าเรา ได้เก็บสิ่งที่เราเรียนรู้ไปลองใช้ประโยชน์ (หากเขาต้องการ)