บางคนไม่เคยรู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นคนที่จิตอาสาหรือไม่ เพราะไม่เคยบอกกล่าวกับใคร เพียงแต่เมื่อเห็นคนอื่นเดือดร้อนมีภัย ก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าไปช่วยโดยอัตโนมัติ ด้วยท่าทีที่บริสุทธิ์จริงใจ นอกเหนือจากวาทกรรมทางสังคมที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายกล่าวอ้าง

        ผมชอบอยู่แล้ว  สำหรับการทำงานด้วย "จิตอาสา" ที่ไม่มีใครสั่งใคร ทุกคนมาด้วยใจ  ทำด้วยใจ  และสื่อสารกันด้วยพื้นเจตนาเป็นหลัก   งานที่ทำด้วยจิตอาสา อาจเคลื่อนไหวไปช้าบ้างก็อย่าว่ากัน  แน่นอนว่าคนต่างจิตต่างใจ  ต่างพื้นฐาน  ต่างประสบการณ์ มาทำงานร่วมกัน ย่อมประสบกับความขัดแย้ง ไม่ลงรอยกันบ้าง  ส่วนใหญ่มาจากอัตตา  ความยึดมั่นในตัวตน  ว่าสิ่งที่ตัวเองเคยทำมานั้นสำเร็จ ถูกต้องและดีงาม และไม่เชื่อว่าแนวทางของคนอื่นนั้นจะดีเท่าของตัวเอง  บ้างก็มาด้วยจิตที่ปรุงแต่ง  คาดหวังเกินพอดี  และมีเป้าหมายที่สลับซับซ้อน

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          ผมพบกับคนที่ทำงานด้วยจิตอาสามามาก  เขาเหล่านั้น ทำงานหนัก  และไม่ปริปากบ่น  ต่างเติมกำลังใจ ให้กัน  และร่วมฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค  เพียงเพราะอยากเห็นสังคมดีงาม     แต่ทว่า บางคนเข้ามาทำงานเพื่อหาประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป  หรือไม่ก็หาหนทางสร้างผลงานไต่เต้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น  ผมจึงพบว่า  มีบางคนที่อ้างตัวเองว่าทำงานด้วยจิตอาสา   แต่เข้ามาแล้ว กลับทำตนเหนือคนอื่นๆ  และเรียกร้องให้คนอื่นมีจิตอาสา  อย่างที่ตนเอง(คิดว่า)มี</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          การทำงานด้วยจิตอาสา มันก็บอกอยู่แล้วว่าสั่งใครบังคับใครกันไม่ได้  เป็นเรื่องของพื้นฐานจิตใจ และความตระหนักสำนึกล้วนๆ  ไม่มีผลตอบแทน ไม่มีเครื่องล่อ     การกระตุ้นเชิญชวนให้คนมีจิตอาสาเข้าร่วมทำงานเพื่อสังคม จึงเป็นเรื่องของการขยายผลบอกต่อความดีแบบปากต่อปาก  ที่ไม่อาจจะมาเน้นเย้ย  หรือขู่ข่มคนที่(ตนเอง) เห็นว่าไม่มีจิตอาสา…</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          บางคนทำงานด้านสังคมหนัก  ไม่มีหยุดหย่อนกลางค่ำกลางคืน หรือเสาร์อาทิตย์   นำประสบการณ์มาบอกเล่าให้คนอื่นฟัง  และบ่นตัดพ้อน้อยใจที่ไม่มีใครกระโดดเข้ามาช่วยทำงาน  และยกตนเองขึ้นมาว่าเป็นเพื่อที่เสียสละ ทำงานเพื่อสังคม จนแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว    ตำหนิคนอื่นอยู่กลายๆว่าทำไมไม่เข้ามามีจิตอาสาเหมือนตนเองบ้าง</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          เรื่องนี้ ไม่มีมีใครเข้าใจใครละครับ อย่างเพิ่งสรุปว่าทุกคนไม่มีจิตอาสา  ขีดจำกัดทุกคนมีไม่หมือนกัน ศักยภาพในการทะลุทะลวงขีดจำกัด  ก็มีไม่เหมือนกัน   ต่างก็แบกขนสัมภาระมากมายในชีวิต  แต่คนคิดเพื่อสังคมนั้นย่อมมี  เพียงว่า ใครพร้อมก็ทำก่อน  ใครพร้อมหลังก็ค่อยกระโดดเข้ามา ไม่ใช่ว่าทำมาก่อน จะเก่งนะครับ  บางคนเข้าทำมาก่อนแล้ว  แต่ถอยออกไปเพื่อเงื่อนไขบางอย่าง  และพร้อมที่จะกลับมาได้อยู่เสมอ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          ทุกอย่างมันย่อมมีแวดวงของมันครับ   อยู่ที่ว่าเราสร้างศรัทธาในแวดวงนั้นได้มากน้อยแค่ไหน   และจะรวมพลังในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคม  ในแวดวงนั้นอย่างไร   จะชักจูง เปิดโอกาสให้คนที่มีจิตอาสาเข้ามาทำงานร่วมได้อย่างไร</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          จิตสำนึกเพื่อสังคม  หรือจิตสาธารณะ  หรือจิตอาสา หรืออะไร ก็ตามแล้วแต่จะเรียก  เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคม   เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น และวัดได้ยาก  ว่ามีมากมีน้อย และบางครั้ง ต้องมีกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่เร่งเร้าให้แสดงออก  ให้เข้าร่วม  อย่างเช่น การที่หนุ่มสาวมีจิตอาสาเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์ สึนามิ  หรือดินถล่ม  เป็นต้น   บางคนไม่เคยรู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าตนเองเป็นคนที่จิตอาสาหรือไม่ เพราะไม่เคยบอกกล่าวกับใคร  เพียงแต่เมื่อเห็นคนอื่นเดือดร้อนมีภัย ก็พร้อมที่จะกระโจนเข้าไปช่วยโดยอัตโนมัติ  ด้วยท่าทีที่บริสุทธิ์จริงใจ  นอกเหนือจากวาทกรรมทางสังคมที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายกล่าวอ้าง</p>           ตอนนี้ รัฐบาล  โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  มียุทธศาสตร์สังคมไม่ทอดทิ้งกัน  โดยความหมายของคำว่า สังคม  ย่อมไม่มีการทอดทิ้งกันอยู่แล้ว  เพราะต้องมีปฏิสัมพันธ์กันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  ไม่ทางลบก็ทางบวก  ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม  คนมีสังคม จะทอดทิ้งกันมันก็ไม่ใช่สังคม ต้องอยู่คนเดียว  และคนอยู่คนเดียวในโลกนี้ไม่ได้  มันต้องมีสังคม  สำคัญอยู่ที่รูปแบบและเนื้อหาของการไม่ทอดทิ้ง  อันหมายถึง การพึ่งพา ช่วยเหลือกัน  การเอื้ออาทร    การไม่นิ่งดูดาย  การแยแส  ฯลฯ  เราจะจัดระบบรูปแบบของสิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างไร ในสังคม  ในรูปงานพัฒนาสังคม หรืองานสวัสดิการสังคม  เราจะเน้นให้ใครเป็นผู้ทำ  กลไกของรัฐ  หรือชุมชน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          </p>           ผมว่า ถึงเวลาที่เราจะขยายเครือข่ายคนทำดีเพื่อสังคม   คนที่ทำงานด้วยจิตอาสาที่แท้  ที่มีอยู่ในชุมชน   และในสังคม  ทั้งที่มาก่อน หรือมาหลัง  ทั้งที่พูดเก่ง หรือทำเก่ง              แต่อยากขอบอกคนทำงานจิตอาสาที่อยู่เบื้องหน้าทั้งหลายว่า  อย่าพึงลืมและทอดทิ้งมีคนจิตอาสาจำพวกที่อยู่เบื้องหลัง  ที่ยังไม่พร้อมจะแสดงออกเบื้องหน้า  แต่สามารถกระโจนเข้ามาร่วมได้ทันทีหากเพื่อนร่วมสังคมมีภัยและต้องการความช่วยเหลือ  เมื่อถึงเวลานั้น  ทุกคนย่อมรู้ดีว่าจิตอาสาที่แท้นั้น ควรมาจากการเรียกร้องหรือการเชิญชวน….