ผิดเป็นครู
วันหนึ่งหลังจากฟังเด็กฝึกสัมมนา แล้วรุ่นพี่แกได้ยินเด็กพูดว่า “กราบเรียนทั่นประธานที่เราคพ” แกบอกว่ามุกนี้คลาสสิกพอๆกะ “ ขอเรียนเชิญทั่นประธานขึ้นสู่ยอดเสา” เลย
รุ่นน้องก็เล่ามั่งว่า ตอนเด็กๆเคยฟังอะไรผิดๆตั้งหลายคำ ขำจะตาย บางคำจนพูดแก่แล้วถึงรู้ หยั่งกระดาษทิชชู่ เป็น กระดาษเช็ดชู่ หรือฟังข่าวทีวีแล้วได้ยินเป็นแบบนี้ ...เอะอะคะราชทูต อัมโรคิกกุ ตลาดหุ้นดาวโจร แม่ชีทะเลซ่า สันตะปาปาจอมปอม .. หรือพูด “แพ้ด ติ้ว ทิดเช่อ” ตอนบอกชั้นขอบคุณครูอังกฤษ อ่านคำว่าWednesday เป็น เวน-เนส-เดย์ ...อย่างมั่นอกมั่นใจ แล้วตอนเด็กเวลาตอบปฏิเสธ ต้อง โนเวย์สเตชั่น วันเวย์ทิกเก็ต ทุกที...ไม่รู้มาจากไหนพูดบ่อยมาก พี่น่ะเคยมั่งแมะ
พี่แกยิ้มแล้ว บอกว่าสมัยเรียน ที่หน้าประตูห้องเรียน มีกระดานอันเล็กๆ ติดไว้ ครูจะเขียน "สติถิ" นักเรียนมาเรียน – ขาดเรียน ตอนครูภาษาไทยให้เขียนเนื้อเพลงชาติไทย สมัยนั้นยังไม่มีเนื้อเพลงคาราโอเกะ เด็กกว่าครึ่งห้องเขียนว่า “ไทยนี้รักสงบ แต่เค้ารพไม่ขาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่” พี่แกใกล้เคียงกว่า แกเขียนว่า “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขาด” แต่เพลงโฆษณาสวนสยาม โจ๊ะ กะ เด เด๊อะ ฝั่น ตั้งแต่สมัยนั้นจนปัจจุบันนี้ก็พี่แกยังฟังไม่ออก
น้องๆหัวเราะก๊ากบอกว่าโฮ้..นี่มันสมัยที่ยังมี แดนเดรมิต อยู่อ่ะ ต้องขึ้น รถเซ็กซี่ (อาม่าผมแกเรียกหยั่งงี้) ไปไกล๊ไกลกว่าจะถึง ไปขี่ลี ลี คอปเตอร์ ดู สัปปะหลาด ไงพี่ แล้วก็ต้องกินไอติมรถ...ด๊อก กะ แด๊ก ดิ๊ฟ .. ต้วยนึงด้วยถึงจะเข้ากะบรรยากาศ
พี่แกหัวร่องอหายบอกว่าใช่ๆ ตอนนั้นชอบหนังฝรั่งเรื่องนึงที่สุดเลย ก็เลยเขียนชื่อภาษาไทยให้สาวร้านเช่าวิดีโออ่านเพราะเขียนภาษาฝรั่งไม่เป็น เขานึกว่าหนังอินเดีย หากันแทบตาย เพราะพี่แกไปเขียนว่า “อินเดียหน้าโจร”
รุ่นน้องบอกว่าพ่อผมซิแน่ ไปซื้อยาให้ลูก เรียกมหาหิงส์ เป็นมหิงสา ฮากันทั้งร้าน.. พี่ชายผมยิ่งเจ๋ง เรียก นีโอติก้าบาล์ม สลับเป็น นีโอติบ้า.......(เซ็นเซอร์) ครับพี่น้องครับ นับประสาอะไรกับหลานผม คงเป็นพันธุกรรม ถึงได้พูดเดือนกรกฎาคม เป็น กะดั๊กกะดาคม ทุกที จะดูการ์ตูนทอมแอนด์เจอรี่ ก็ร้องว่าจะดู ทอมแอ่นด์เตารีด แล้วก็ไม่รู้ฝังใจอะไรนักหนา ถ้าถามว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร หลานผมเป็นต้องตอบว่า “ฟันตะแพทย์” ทุกทีไป
รุ่นพี่ทำท่าชอบอกชอบใจ แล้วตั้งหน้าตั้งตาจดคำฟังผิดทั้งหลายเอาไว้ไปสอนเด็กเวลาหมดมุก บังเอิ๊ญจดผิด (คือจดคำผิด-ผิด) แกเลยหันมาบ่นว่า
“แหมดูซิ....ขนาดคำผิดยังอุตส่าห์จดผิดได้...... ขอยืมลิบฝิกหน่อย..!”
......................................
ต้นเหตุ :
"คำฟังผิด" จากรวม posting ฟังผิดกระทู้หนึ่งในเว็บพันทิพ (ขออภัย หา URL ไม่เจอเพราะหายเข้าคลังกระทู้เก่าไปนานแล้ว) นำมาเขียนบทความสอนเด็ก หัวข้อ การผูกเรื่อง และสอนการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของคำได้
ปล. ขณะอ่านควรออกเสียงตามไปด้วยจะได้อารมณ์มาก.. : )
ขำมากครับ ผมอ่านแล้วหัวเราะเพราะนึกถึงเพลงตอนเลิกชั้นเรียนภาษาอังกฤษที่เพื่อนๆชอบร้องว่า
ปกติ : thank you very so much, thank you very so much. Thank you teacher , thank you teacher, thank you very so much.
มักจะร้องเป็น : แทงคิ้ว แถมอีกสองหมัด, แทงคิ้ว แถมอีกสองหมัด. แทงคิ้ว teacher , แทงคิ้ว teacher, แทงคิ้วแถมอีกสองหมัด
ร้องคลอไปกับเพื่อนคนอื่นๆ คุณครูจับไม่ได้ครับ รับรอง
ฮา..ฮา...
ชอบมุข 'อินเดียหน้าโจร' (อินเดียนา โจนส์)
นึกถึงธนาคาร Exim Bank ที่ผมได้ยินทีไรเป็น 'เก๊กซิม Bank' ซะทุกที (เก๊กซิม แปลว่า กุ้มใจ เอ้ย! กลุ้มใจ ในภาษาจีนแต้จิ๋ว)
ยังมีชื่อ 'เซมากูเตะ' (ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ที่แคบๆ มีจริงๆ ครับ)
โดนแปลงเป็น 'เซมา กูเตะดะ' (อ่านเร็วๆ จะได้อารมณ์)
หรือ 'เซมากูเตะ เซไปกูต่อย...เซมาบ่อยๆ ทั้งต่อย ทั้งเตะ' ;-P
ขอบคุณ ดร.บัญชา ที่ชวนมาฮา ได้น้ำตาไหล เพราะนึกภาพของคนที่ทำวีรกรรม แบบไม่รู้ตัว
หม่าม๊า ที่บ้านก็เป็นค่ะ ตะก่อนพูดไทยไม่ชัด เพราะไปเรียนที่เมืองจีน ตอนสาวๆ กลับมา ต้องฝึกภาษาไทยใหม่ พอมีลูก เวลารับโทรศัพท์ ก็จะเรียกว่า รับโทรสัตย์ หน่อย ตอนเด็กๆ ไม่กล้าบอกค่ะ พอโตขึ้นมาก็แก้ให้ เวลาอ่านหนังสือพิมพ์เจอคำควบกล้ำ หรือ คำสะกดยากๆ ก็จะถาม แล้วหัดอ่านตาม
พี่เลี้ยงที่บ้านมาจากอีสาน จะพูดคำว่า ควาย ไม่ได้ ออกไปทางไม่น่าฟัง แกเรียกสามล้อ จะไปสะพานควายก็ไม่กล้าออกเสียง กลัวขายหน้า เลยบอกว่า "ไปสะพานกระบือ" หน่อยจ้าาาา
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย อาจารย์ท่านนึง เล่าว่าเคยไปเจอวัยรุ่น มาจากตจว. สมัยก่อนเพิ่งจะมี แมคโดนัลด์ เห่อกันอยากไปกิน ก็ชวนกัน สั่งอย่างมั่นอกมั่นใจว่า "ขอแฮมเกอร์เบ้อ อันนึง"
** ตะแลม ตะแลม ตะแลม...........** ฝากฮา หน่อยค่าาา
ตะแลม...ตะแลม...ฮา...ฮา...
เพื่อนรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง บอกว่าตอนเด็กๆ ได้ยิน "บูมเมอแรง (boomerang)" เป็น "มุมแมลง" พอรู้เข้าตอนโตก็เขินเล็กๆ
แต่เรื่องฟังเพี้ยนนี่ บางทีก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องได้เหมียนกัลล์ เอ้ย! เหมือนกันนะครับ ตอนผมไปเรียนที่อเมริกาใหม่ๆ ก็ไปเลือกซื้อกีตาร์เอาไว้เล่นแก้เหงา
ในร้านก็มีทั้งกีตาร์ตัวใหม่และแบบมือสอง ตอนแรกก็ไปลองหยิบๆ เจ้าตัวมือสองขึ้นมาดู แต่มันออกจะเก่าเหลือเกิน ก็เลยอุทานออกมาซะดังลั่นว่า
"โทรม โทรม" (ออกเสีบงเป็น "โซ้ม โซม)
พอดีมีฝรั่งอยู่กลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกีตาร์อยู่ใกล้ๆ ถึงกลับหันขวับมาที่ผม ทำตาเขียว แล้วพูดว่า
"So so?" ("โซ้ โซ") = "ก็ยังงั้นๆ"
ตอนนั้นผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่พอเดินออกจากร้านมา ก็นึกได้ว่า เฮ้ย! เขาคงคิดว่าเราไปว่าเขาว่า ฝีมือการเล่น "So so" = "ก็ยังงั้นๆ"
เกือบถูกฝรั่งนักดนตรีรุมตื้บ (เพราะเข้าใจผิด) ซะแล้วสิครับ... :-P
แหม ดร.บัญชา มีเรื่องเล่ามาฝากอีกละ งั้นต้องเล่าวีรกรรมของข้าพเจ้าเอง ให้ท่านสมาชิกอ่านบ้างค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า ก่อนกลับจากเมืองโตรอนโต แคนาดา ได้มีโอกาสไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อแสดงฝีมือทำอาหารไทยให้เพื่อนสนิทชิม ตอนไปเดินซื้อของสด เล็กๆ น้อยๆ ก็นึกถึงของหวาน เราอยากกิน พายสอดไส้แอ๊ปเปิ้ล ที่นั่น เขาขายถูก ประมาณ 99 เซนต์ อันกลมๆ เหมือนเค้กกล้วยหอมบ้านเราน่ะแหละค่ะ เพื่อนต่างชาติก็ถามว่า จะซื้อขนมหวานอะไรกลับไปดี
เราก็ตอบอย่างไม่เกรงใจว่า I'd like some pie apple
เพื่อนก็กุลีกุจอ พาไปตรง สับปะรด เลยค่ะ ลูกละ 4 เหรียญ เราก็ไม่เอ๊า ไม่เอา แพง และยังคุยทับเขานะ ว่า บ้านฉันนะ เยอะแยะ ไม่กินที่นี่หรอก แพงมาก เราก็ย้ำนะ pie apple เพื่อนก็ this is pineapple เราอธิบาย ว่า pie with apple inside นะ เท่านั้นแหละค่ะ เพื่อนบอก Oh.. you mean apple pie !!!! เท่านั้นแหละ หน้าแตก ค่ะ เราก็หัวเราะในความเข้าใจผิดในภาษา สลับตรงตัวไปหน่อย เลยเกือบจะได้กินสับปะรดแพงๆ ที่เมืองนอกซะแล๊นนน
อ้ะ! 'ผิดเป็นครู' นี่ชักจะหนุกแฮะ....
คุณพ่อผมเคยเปรยๆ ขึ้นมาว่า ภาษาไทยนี่บางทีมันก็ประหลาดๆ อย่าง "ชั่วลูกชั่วหลาน" ถ้าพูดกลับกันกลายเป็น "ลูกชั่ว หลานชั่ว" - ผิดกันไกลเชียว
ความจริงคำง่ายๆ อย่าง "ดีใจ" กับ "ใจดี" นี่ก็เหมือนกัน
ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ผมเคยเขียนเอาไว้บางที่ว่า คนไทยชอบพูดย่อๆ สั้นๆ ซึ่งฟังง่าย แต่บางทีก็ทำเอาเพี้ยนไปได้ เยอะทีเดียว อย่างในภาควิชาเคมีซึ่งสอน Analytical Chemistry (เคมีวิเคราะห์) นี่ เด็กนักศึกษาเรียกสั้นๆ ว่า "แอนัลเค็ม"
ผมฟังแล้วโต๊ะจายโหมะเลย! (ฮ่า..ฮ่า) จากนั้น ก็บอกเขาไปว่า ที่เธอพูดมานี่ ลองไปเปิดพจนานุกรมดูซะหน่อยว่า "แอนัล" หมายถึงอันหยัง!
เรื่องนี้ยังมีตัวอย่างเด็ดๆ อีก ไว้จะเขียนเป็น blog ให้อ่านก็แล้วกันนะก๊าบ (อย่าลืมทวงถาม)
ไว้หาคำตลกๆ ไปลงกันดีกว่าค่ะ ที่บ้านเวลาเรียกยา ภาษาอังกฤษ ฟังแล้วฮาได้ หลายคำ แม้แต่แม่เพื่อนที่ไม่ถนัดภาษาฝรั่ง ก็ได้คำแปลกๆ ยกตัวอย่างเช่น
เสื้อเชิ้ต รุ่น Casual Life แม่เพื่อนบอก เสื้ออะไร รุ่นโคตรชั่วร้าย
....โอย.. หัวเราะจนเหนื่อยอ่ะค่ะ ...!
คุณดอกไม้ทะเล แวะไปอ่านเรื่องขำขำ กะเราสิคะ
http://gotoknow.org/blog/kamkam
สมัยสาวๆ ดิฉันเคยบอกเพื่อนเอกอังกฤษ ว่าไปดูหนังฝรั่ง เรื่อง "เฮอ อะลิบิ" มา
เพื่อนหัวเราะซะตกเก้าอี้.... ดิฉันก็ยังยืนงง แถมยังถามเพื่อนอีกว่า...
ก็ที mini ยังอ่านว่า " มิ นิ"
แล้ว Her Alibi เก๊าะต้องอ่านว่า " เฮอ อะ ลิ บิ " ....แล้วผิดตรงหนายอ่ะ ? ..
คุณแม่ของน้องฟ้า เป็นบุคคลที่ผมเทอดทูนคารวะมาก เธอชอบคิดอะไรแหวกแนว แหวกกรอบอยู่เรื่อย
วันหนึ่ง เราอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างสนทนาเธอโพล่งขึ้นมาว่า "I don't like to bush around the beach!"
แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ เลยยิ้มอาย ๆ "Sorry... I mean beat aroun the bush..."
หัวเราะกันจนวงแตกเลยครับ
อ่านแล้วฮา มากเลย ได้ยินพวกนี้มาตั้งแต่เด็กไม่คิดว่าจะรวมแก๊กได้มากมายขนาด ต้องไปกินยาแก้เมื่อยกรามก่อนค่ะ จะติดตามตอนต่อไปค่ะ
ท่าน ดร.นเรศ และ อาจารย์ราณี คะ
ทั้งหมดนี้ ดิฉันต้องยกความดีความชอบให้พันทิปด็อตคอมอ่ะค่ะ (เอ่อ......ถ้าสะกดผิดขออภัยนะคะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นมุข)
ที่จริงอันที่ดิฉันชอบมากคือเพลงปีใหม่เจ้าปัญหา ที่ฟังทีไรก็ยังไม่รู้เรื่องสักที
เช่น "ดีใจ....ชั้นจะได้ตั๋วฟรี ....ชั้นจะได้ตั๋วฟรี ชั้นจะมีตั๋วใหม่.."
แหมดิฉันก็เลยคิดไปซะไกล.....
คุณแม่ดิฉันก็มีอาชีพ "ผิดเป็นครู" เหมือนกันค่ะ สมัยที่นางเอกโป่วเฮียงกุน จากเรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน ดังกระฉ่อน คุณแม่ดิฉันท่านเรียกเป็น ...." ...โป่วกุนเชียง".... เฉยเลยค่ะ
เข้ามาอ่านแล้วชอบมากครับ หัวเราะไม่หยุดเลยครับ โดยเฉพาะอินเดียหน้าโจร มีเรื่องมาเล่าต่อค่าที่ได้อ่านเรื่องจริงๆ ขำขำ
ผมเป็นคนเหนือ ตอนเด็กๆ อยู่ต่างจังหวัดก็มีญาติและคนรู้จักกันจำนวนหนึ่ง วันหนึ่งแม่ของผมบอกว่าจำลูกสาวของญาติคนนั้นได้ไหม ผมบอกอืม จำได้ ทำไมเหรอ แม่บอกเออ นี่ ตอนนี้เขาได้งานใหม่แล้วนะ ไปขายตัวอยู่ที่โรงแรม... ไปทุกวัน รู้สึกจะหยุดวันเสาร์วันหนึ่งมั๊ง ไอ้เราก็ ฮ้า .. แต่ก็ไม่กล้าถามต่อ ได้แต่คิดสะท้อนใจ เพราะพี่เขาสวยมาก บุคลิกก็ดี ไม่น่าเล้ย .. เอ แล้วทำไมพ่อแม่เขายอมล่ะ
อีกหลายวันต่อมาเผอิญมีเรื่องต้องไปโรงแรมที่ว่าก็เจอพี่เขาพอดี กำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บริเวณล้อบบี้ มองเข้าไปอีกที เลยถึงบางอ้อเลยครับ โถ พี่แกขายตั๋วรถทัวร์ เครื่องบินครับ โล่งอกไป
(หมายเหตุ : ภาษาเหนือ คำว่า ตัว กับ ตั๋ว อ่านว่า ตั๋ว เหมือนกันครับ)
อ่านแล้วต้องออกเสียงไปด้วยจึงจะได้อารมณ์สนุก อ่านไปยิ้มไปรู้สึกผ่อนคลายดีคะ
ดิฉันอ่านที่อาจารย์หมอมาโนชเล่าตอนต้น แล้วนึกแว้บห่วงพี่เขา แต่อ่านจบแล้วก็ยิ้มออก....โล่งอกไปทีอ่ะค่ะ :-)
พอคุณสาลินีบอกว่าอ่านแล้วต้องออกเสียงไปด้วย ดิฉันก็นึกถึงคำถ่ายเสียงจากภาษาอังกฤษขึ้นมาทันที ท่านที่เขียนถ่ายเสียงเป็นภาษาไทย ได้ตรงกับเสียงเจ้าของภาษานับว่ามีฝีมือมาก ....คือว่าต้องมีประสาทหูที่ดีมากด้วย
คำว่า railway station ดิฉันแอบเห็นที่ลูกศิษย์ดิฉันจดคำอ่านศัพท์ภาษาอังกฤษในสมุดว่า เร็วเว สเตชั่น ......
คือว่าเธอหาทางผันเสียงไปจนได้ น่ารักชะมัดอ่ะค่ะ