วันนี้ผมเข้าร่วมประชุมกับกรมทรัพยากรน้ำฯในโครงการความร่วมมือไทยลาวในการพัฒนาลุ่มน้ำโขงที่มีคณะที่ปรึกษาทั้งคนไทย และต่างชาติ   ก็มีการรายงานแนวคิดและผลการทำงานที่ไม่ค่อยตรงกับประเด็นการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำในหลายเรื่องด้วยกัน สาเหตุที่สำคัญที่ได้มีการวิพากษ์กันมาก ก็คือสมมติฐานในการทำงานที่เริ่มต้นก็ไม่ถูกในความคิดเสียแล้ว   ทั้ง ๕ ประการคือ
  1. แม่น้ำโขงมีน้ำเหลือเฟือ ไม่มีใครใช้ ต้องหาวิธีใช้น้ำจากแม่น้ำโขงให้ได้ ทำให้เกิดปัญหาทางด้านผลกระทบต่างๆที่ต้องป้องกันและแก้ไขค่อนข้างมาก
  2. ภาคอีสานขาดแคลนน้ำ ต้องแก้ปัญหาด้วยการเติมน้ำ ทำให้มีแต่โครงการเติมน้ำ จัดหาน้ำ แทนที่จะเน้นประเด็นการจัดการน้ำที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ทั้งในเชิงทรัพยากรและเศรษฐศาสตร์
  3. คนอีสานเป็นเกษตรกร ต้องพัฒนาการเกษตร ทั้งๆที่คนอีสานมีการอพยพแรงงานกันมาก จนขาดแลนแรงงานภาคเกษตร
  4. คนอีสานต้องการน้ำเพิ่มจากที่มีอยู่ ทั้งๆที่มีปัญหาน้ำท่วมอยู่ทุกปี และการเพิ่มน้ำทำให้เกิดการขยายตัวของปัญหาดินเค็ม
  5. ผลกระทบของการพัฒนาสามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยี ทำให้เน้นการใช้เทคโนโลยีที่เกิดผลกระทบในทางลบทั้งทางทรัพยากร สังคม และสิ่งแวดล้อม และยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่ไม่มีผลกระทบดังกล่าวทั้งต่อทรัพยากร สังคม และสิ่งแวดล้อม
  ในที่ประชุมได้มีผู้เสนอให้ปรับกรอบความคิดใหม่เพื่อการพัฒนาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชากรในภาคอีสาน   นอกจากนี้กลุ่ม NGO กับ ภาคประชาชน ยังมีประเด็นที่ฝากไว้กับระบบราชการก็คือ  

การมีส่วนร่วมนั้นชาวบ้านขอให้เริ่มจากร่วมคิด ร่วมวางแผนได้ไหม

 และไม่อยากเพียงมีส่วนร่วมรับชะตากรรมของผลของความผิดพลาดของการวางแผนพัฒนา   ประเด็นสำคัญที่หารือกันในที่ประชุมยังโยงถึงการพัฒนาชุดความรู้ โดยการประสาน และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับทรัพยากร สังคม และวิถีชีวิตของชุมชน