GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สถานการณ์อันหนักหนาสาหัสที่ถูกย่อส่วน

๑) มีสัญญาณบางอย่างที่มากเพียงพอกำลังพยายามบอกดิฉันว่า กำหนดการทำงานของเรามันฝืด มันต้องได้ปรับแล้ว ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดที่เกิด

ปีนี้เราไม่จัดเวทีสรุปงานประจำปี เนื่องจากปีที่ผ่านมาเราไม่ได้เคลื่อนงานอะไรมากเป็นชิ้นเป็นอัน เพียงแต่ประคองโยงใยของงานไว้และให้ชาวบ้านเคลื่อนเองตามความสามารถของตน ซึ่งดิฉันคิดว่าดี เพราะเป็นการทำงานตามเนื้องานไม่ใช่เป็นตารางว่าต้องทำนั่น ทำนี่ เพราะว่าเคยทำ และการกำหนดเอาไว้ตายตัว

แต่การที่เราต้องไปเคี่ยวน้ำอ้อยร่วมกันนี้ ก็เป็นเสมือนเวทีสรุปงาน ในบางแง่มุม

ดิฉันไปแจ้งกับสองพื้นที่จะต้องรับผิดชอบในการไปช่วยเพื่อนเตรียมงานที่ยางคำ ก่อนหน้านี้ก็ระแคะระคายอยู่บ้างแล้ว ตอนไปรวบรวมกะทะ.....

....นาทม
พ่อเทียม แม่บัวไข จะไปได้หรือ คนหนึ่งต้องไปเฝ้าลูกชายซึ่งป่วยหนักเป็นโรคเลือด คนที่เหลือต้องอยู่บ้านกับลูกสาวซึ่งความสามารถทางสมองไม่ปกติ

แม่แห้ง พ่อบ้านไปทำงานกรุงเทพ ต้องอยู่กับลูกสาวอายุ ๑๐ ปี สภาพปกติประมาณ ๗๐ %

แม่จันดาสมาชิกรุ่นใหญ่ของเรา ปวดหลังมาก มากจนเดินไปนาไม่ถึง ขามันทรุดลงกับที่เฉย ๆ

พ่อพนิจ เข้าโรงพยาบาล ผ่าตัดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

....บ้านเหล่า
ป๋าฮุ่ง ปวดหลังอย่างแรง ถึงกับนอนนิ่งขยับไม่ได้ ไปหาหมอ พบว่า เป็นกระดูกทับเส้น ต้องระมัดระวังการทำงาน การเดินทาง

แม่ถนอม อยู่กับพ่อพงษ์ศักดิ์ ซึ่งตั้งแต่ตกต้นไม้ ตาก็มองไม่เห็น จะไปนาก็ต้องงมไป มองเห็นระดับปลายเท้าตัวเอง

แม่กัณหา พ่อสมยศ รับจ้างกรีดยาง รับจ้างแบบเหมาสวนเลย

.....บ้านกลาง
บอกไว้ก่อนล่วงหน้าใคร ๆ  เลยว่า ติดการปั้นครกกับครอบครัวบ้าง ดูแลแม่แก่ซึ่งกำลังป่วยบ้าง ดูแลพ่อแก่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้บ้าง แต่พวกเธอก็มีจิตมีใจ พากันเสนอว่าว่าจะขอมาร่วมได้ ๒  วัน หนึ่งคืน โดยจะมาแต่เช้า แล้วรีบมาช่วยเพื่อน

วันที่ไปแจ้งข่าว ไปช่วยกันลงแขกครั้งล่าสุด จึงได้รู้เพิ่มเติมว่า

บ้านดอนม่วง
อาป้อ เป็นช่วงเก็บแตงโมออกขาย
อ้ายแต อยู่นากับแม่บ้านพร้อมหลานเล็ก ป.สาม ตนเองปลูกผัก ซึ่งต้องรดน้ำทุกวัน และรับหลานจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนแม่บ้านเลี้ยงวัวกว่า ๑๐ ตัว และถ้าแม่บ้านต้องอยู่คนเดียวในนาก็กลัวที่จะอยู่ลำพัง ท่าทางน่าจะไม่ได้ไป

....บ้านนาคำกลาง
แม่แก้ว ซึ่งปกติจะเป็นหลักให้เพื่อน ก็มาถึงคราวแม่แล้ว เจ้าติ๋วลูกชายคนเล็ก ไปกรุงเทพแล้ว  แม่แก้วเลี้ยงหมู ๑  ตัวและเจ้าวิคหลานตัวเล็ก  จะปล่อยไว้บ้านอย่างไร ถ้าเอาวิคไปด้วย แล้วหมูล่ะ

นอกจากนี้วันนัดเดิม ที่จะเตรียมการ ๒๒-๒๓  ก็ต้องเลื่อนเพราะชาวยางคำไม่ต่ำกว่า ๕ คนต้องไปประชุมกับกลุ่มพัฒนาชาติไทย (อดีตนักเปลี่ยนแปลงในป่า) จะได้เข้าพบผู้หลักผู้ใหญ่จากคณะรัฐบาลในวันนั้น ลูกสมาชิกบางคนผูกแขน

ย้ายมาเป็น ๑๗ กพ. เพื่อที่จะพบว่า
พ่อวิเชียร นาคำกลาง ไปไม่ได้เนื่องจากหลานผูกแขน คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านรวมทั้งกลุ่มเราด้วยก็ต้อง “ทิ้งกันไม่ได้ ต้องได้อยู่ช่วยกันทั้งกลุ่ม “
ฉันดี ชะโนด ไปกรุงเทพ ไปดูแลน้องสาวที่ป่วย

คำพูดของแม่แก้วตอนท้ายสุด
แม้แต่วันอิ้วน้ำอ้อย ก็ไม่รู้จะไปกันได้กี่คนค่ะ หัวหน้า

มีความคิด ๒ อย่างเกิดขึ้นกับดิฉันวันนั้น
๑) มีสัญญาณบางอย่างที่มากเพียงพอกำลังพยายามบอกดิฉันว่า กำหนดการทำงานของเรามันฝืด มันต้องได้ปรับแล้ว ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดที่เกิด
๒) สถานการณ์อันหนักหนาสาหัสของระดับสังคมที่ใหญ่กว่า หรืออาจระดับโลก กำลังแสดงออกอย่างย่อส่วนอยู่ในชุมชนที่ดิฉันเกี่ยวข้องนี้ ดูเหมือนว่า มันกำลังงวดเข้ามาทุกที ทุกที  ซึ่งดิฉันภาวนาให้ความคิดของดิฉันมันผิด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 79410
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

ผมยิ่งเห็นด้วยกับการพัฒนาและจัดการความรู้แบบพหุลักษณ์ครับ

ช่วยเป็นเจ้าภาพหน่อยซิครับ จะได้คิดต่อได้

เจ้าภาพต้องทำอะไรบ้างคะอาจารย์