กิตติกา ประทีปะเสน
โรงพยาบาลปทุมธานี

การวิจัยเชิงทดลองนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ 2 วิธี คือ การทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำ กับการทำความสะอวดด้วยน้ำยาเซฟลอน 1 : 100 ต่อการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา เป็นผู้ป่วยหญิงที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง ศัลยกรรมหญิง และห้องผู้ป่วยหนักอายุรกรรม จำนวน 42 ราย แบ่งเป็นกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 กลุ่มละ 21 ราย ในการทดลอง ผู้วิจัยเป็นผู้สวนเพื่อคาสายสวนปัสสาวะและทำความสะอาดอวัยวะเพศสืบพันธุ์ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น และเก็บน้ำปัสสาวะส่งตรวจเพาะเชื้อในวันแรก วันที่ 4 วันที่ 7 วันที่ 10 และ เมื่อถอดสายสวนปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม หากมีการพบเชื้อในปัสสาวะถือว่าสิ้นสุดการทดลอง

ผลการวิจัย พบว่า การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยน้ำสบู่ กับน้ำยาเซฟลอน 1:100 มีอัตราการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะไม่แตกต่างกัน ซึ่งกลุ่มที่ทำความสะอาดด้วยสบู่และน้ำ มีการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.3 ในกลุ่มที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาเซฟลอน 1:100 มีการติดเชื้อระบบทางเนปัสสาวะจำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 23.8 เชื้อที่ตรวจพบมากที่สุด คือ Yeast มีจำนวน 4 ราย Escherichia Coli จำนวน 2 ราย Enterococcus จำนวน 2 ราย ในด้านระยะเวลาที่ติดเชื้อ พบว่า กลุ่มทำความสะอาดด้วยสบู่ และน้ำมีระยะเวลาเฉลี่ย ของการเริ่มติดเชื้อประมาณ 4.6 วัน เมื่อทดสอบทางสถิติด้วย Mann-Whitney U test พบว่า ระยะเวลาของการเริ่มติดเชื้อในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ไม่แตกต่างกัน ผลจากการวิจัยในครั้งนี้มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ คือ พยาบาลสามารถเลือกใช้วิธีทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ผู้ป่วยหญิงที่คาสาย สวนปัสสาวะ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของต้นทุนและผลของการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ


จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร