ลัวะหรือละว้า จัดอยู่ในกลุ่มภาษามอญ เขมร ที่ไม่มีภาษาเขียน เป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามบริเวณลุ่มแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขง อยู่กระจัดกระจายทางตอนใต้ของจีน พม่า ลาว และตอนเหนือของไทย จากบันทึกต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่าชาวลัวะเป็นชนชาติแรกที่เข้ามาบุกเบิกในแคว้นสุวรรณภูมิบริเวณรัฐฉานประเทศพม่า ตอนใต้มณฑลยูนนานประเทศจีน ประเทศลาว เวียดนาม และกัมพูชาตอนเหนือ ก่อนชนกลุ่มอื่นในดินแดนปัจจุบัน (บุญช่วย, ๒๕๔๕ : ๑๐๓)

ในอดีตชาวลัวะถือได้ว่าเป็นชนชาติที่ได้รับเกียจติในฐานะเป็นเจ้าของผืนแผ่นดิน เช่น ในรัฐไทยใหญ่การที่เจ้าฟ้าจะขึ้นปกครองแผ่นดินต้องให้คนลัวะขึ้นไปนั่งบนอยู่บนหอคำก่อนถึงจะสามารถสถาปนาตนเองได้(เพิ่งอ้าง, ๒๕๔๕ : ๑๐๓  

ชาวลัวะจะอยู่อาศัยทั้งในที่สูงมากๆ และบริเวณหุบเขาที่ราบลุ่มไม่ห่างจากชุมชนคนไท มีขนาดครัวเรือนประมาณ ๒๐ - ๑๐๐ ครัวเรือน สร้างบ้านยกพื้นสูง มี กาแล ซึ่งเป็นไม้สองอันไขว้ติดไว้ที่หน้าจั่วหลังคาบ้าน มุงหลังคาด้วยตองตึงหรือหญ้าคา การแต่งกายผู้หญิงสวมเสื้อสีขาว แขนสั้น สวมผ้าถุงประดับต่างหู สร้อย กำไล ส่วนผู้ชายจะนุ่งกางเกงขาสั้นและพันด้วยผ้าคาดเอวที่ทำด้วยเงินแถบ เงินเจียงและเงินพดด้วง นิยมสักลายตามตัว

สังคมลัวะสืบสกุลทางฝ่ายบิดา ยึดถือระบบผัวเดียวเมียเดียว ภายหลังการแต่งงานผู้หญิงต้องถือผีตามฝ่ายชาย เครือญาติแบ่งออกเป็น ๒ ระดับ คือ กลุ่มเครือญาติระดับใหญ่ เป็นญาติสายตระกูลของบิดา และกลุ่มเครือญาติระดับรอง เป็นญาติสายตระกูลของมารดา การปกครองของชาวลัวะไม่มีผู้นำชุมชนอย่างชัดเจน แต่จะให้ความเคารพนับถือหัวหน้าผู้ประกอบการทำพิธีหรือที่เรียกว่า สะมังซึ่งมีบทบาทในการเลือกพื้นที่ทำกิน การตัดสินกรณีพิพาทต่างๆในชุมชน (Kunstadter,๑๙๖๗,อ้างใน ชาญชัย,๒๕๒๙:๑๐)

ในอดีตชาวลัวะมีความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือผี ต่อมาชาวไทยใหญ่ได้นำศาสนาพุทธมาเผยแพร่ พิธีกรรมส่วนใหญ่ยังคงผูกพันอยู่กับความเชื่อในเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น พิธีเสี่ยงทาย เปิด และปิดพื้นที่ไร่ พิธีเลี้ยงผีหมู่บ้าน การเลี้ยงผีเรือน เป็นต้น นอกจากนี้ชาวลัวะยังทำการเพาะปลูกข้าวนาดำและทำไร่หมุนเวียนเหมือนเช่นเดียวกับชาวปกาเกอญอ

 กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ ละว้า และปลัง มีการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนกระจายในเขตพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน มีจำนวนประชากรรวมทั้งหมดประมาณ ๒๒,๐๐๐ คน แม้มีจำนวนประชากรเป็นจำนวนนับหมื่นคน แต่กลุ่มชาวลัวะยังไม่มีการรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายอย่างชัดเจน