GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความรู้สึกของฉัน .. ในวันวาเลนไทน์ 14 กพ. 50

เพื่อว่าเราจะได้พบแต่รอยยิ้ม สันติสุขส่วนบุคคล และสันติภาพของโลกโดยรวม ด้วยพลังแห่งการ "รักผู้อื่น" ของมนุษย์ทุกคน
     ที่จริงรู้สึกเฉยๆมากกับวันที่ดอกกุหลาบขายดีที่สุด และเป็นวันที่ลูกหลายคน  ใช้เม็ดเงินจากน้ำเหงื่อของพ่อแม่ ซื้อดอกไม้ราคาแพงลิ่ว ไปมอบให้ใครคนหนึ่ง ซึ่งอาจแฝงตัวเป็นจอมวายร้าย ทำลายชีวิตและอนาคตของผู้มอบดอกไม้ก็ได้ ... จะมีบ้างมั้ยแบบนี้  ผมเชื่อมั่นว่าต้องมี  คืนวันนี้โปรดจับตามอง
     ที่จริงฟังแล้วรู้สึกดีมาก  เมื่อบอกว่าคือ วันแห่งความรัก เพียงแต่ขอให้ช่วยกันนิยามความรักไปในทางที่เป็นกุศล และตั้งอยู่บนเหตุผลและสติปัญญาเท่านั้น .. แต่คิดไปคิดมาแล้ว  ถ้าเป็นแบบที่ว่า  ผมอยากให้ทุกวันเป็นวัน วาเลนไทน์ ของคนทั้งโลก แทนที่จะเพียงแค่ 14 กุมภาพันธ์เพียงวันเดียว .. เพื่อว่าเราจะได้พบแต่รอยยิ้ม  สันติสุขส่วนบุคคล และสันติภาพของโลกโดยรวม  ด้วยพลังแห่งการ "รักผู้อื่น" ของมนุษย์ทุกคน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความสุขความรัก
หมายเลขบันทึก: 78466
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 8
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (8)

  • ถ้ามีทุกวัน ประชากรก็ล้นโลกสิครับท่านอาจารย์ ก็ดูสิวันนี้แต่งงานกันไม่รู้กี่คู่ :-)
  • เป็นวันที่ลูกหลายคน  ใช้เม็ดเงินจากน้ำเหงื่อของพ่อแม่ ซื้อดอกไม้ราคาแพงลิ่ว ไปมอบให้ใครคนหนึ่ง <<<<น่าสงสารเขามากครับ

เรียน อ.Handy

          เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ  เพราะดอกไม้เป็นแค่ปัจจัยภายนอก จริงๆ แล้วความจริงใจ และการแสดงออก คน 2 คนเท่านั้นที่รู้ว่าควรเป็นอย่างไร   ซึ่งคนเดี๋ยวนี้เห่อไปตามกระแสโลกตะวันตกมาก  ว่าแล้วก็ทำตัวตามกระแสหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าต่อต้าน 

          สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะค่ะ

            

เริ่มกันได้เลยค่ะ ทำให้ทุกวันเป็นวันแห่งความรัก ช่วยกันแสดงให้ลูกหลานน้องๆเพื่อนๆพี่ๆรอบๆตัวเราเห็นว่า ทุกวันเป็นวันแห่งความรักได้ และความรักแบบไหนที่เป็นรักแท้ เรามาเป็นต้นแบบกันเถอะค่ะ ยิ่งมีต้นแอบบดีมากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งที่เราอยากเห็นก็จะได้เห็นค่ะ ช่วยกันนะคะ

        ท่านอาจารย์Handyที่เคารพ

      ท่านอาจารย์รู้สึกเฉย  ๆ  ในวันวาเลนไทน์  แต่ผมสิครับต้องลำบากหาที่มาที่ไป  ของวันวาเลนไทน์นี้ครับว่ามันเป็นมาอย่างไรมาเล่าให้นักเรียนฟังครับอาจารย์   ว่ามันเป็นเพราะเหตุใด    จึงทำให้คนไทยในซีกโลกตะวันออกต้องไปมัวเมากับเขา   ผมมองว่าคนเรายังไม่เข้าใจนิยามแห่งความรัก   ว่าคืออะไร  หากนำนิยามของคำว่ารักคือการให้ที่บริสุทธิ์แก่ผู้ที่ด้อยกว่า  ผู้อดอยากหิวโหย  ผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาณ  ผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง  ผู้ที่ด้อยโอกาสใน้ด้านต่าง  ๆ   หรือผู้ ที่ยังข้องอยู่ในอวิชชา  ความโง่เขลาเบาปัญญาครอบงำ อย่างนี้       เราจะมีวันแห่งความรักทุกวันเลยครับอาจารย์

    ท่านอาจารย์พินิจที่เคารพ

         ผมต้องขอโทษท่านอาจารย์มาก  ๆ  เลยครับที่ความเห็นของผมในวันที่  15  กุมภาพันธ์  2550  มีเจตนาที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นกับท่านอาจารย์  พอพิมพ์เสร็จแล้วตกแต่งออกมาแล้วส่งสีสรรสุดจะบรรยายแล้วแก้ไขไม่ทันคิดว่าอาจารย์คงตีก้นผมแน่  ๆ   ผมตกใจแต่ก็สุดจะแก้ไขแล้วนี่ไงครับผมถึงการใช้ ICT   ของผมแย่มาก  ๆ  เลยครับ 

          ด้วยความเคารพ

   นายโสภณ  คำสวาสดิ์

  • ใช่ค่ะ คนที่รักกัน ก็จะรักกันทุกๆ วันค่ะ
  • วันวาเลนไทน์ มีไว้ก็ดีค่ะ เป็นวันพิเศษที่จะแสดงออกถึงความรัก การแสดงออกไม่จำเป็นต้องซื้อดอกไม้แพงๆ (โก่งราคา) ค่ะ
  • แค่โอกาสพิเศษที่จะทานข้าวร่วมกันกับผู้ใหญ่ในบ้าน ลูกหลาน พร้อมหน้า ดอกรักก็เบ่งบานทั่วลานบ้านแล้วค่ะ
  • วัฒนธรรมของเราและต่างชาติ ก็มีทั้งดีและไม่ดี เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับบ้านเมืองเรา เลือกรับเอาสิ่งดีๆ ไว้ นำมาประยุกต์กับวัฒนธรรมเราให้เหมาะสม ก็ดูน่ารักดีนะคะ

สวัสดีค่ะอาจารย์

     วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเทศกาลอีกวันนึ่งที่ใครๆ น่ารู้จักกันดี และเมื่อถึงวันนี้ทีไร ก็ต้องให้ของขวัญกันทุกที
     อันที่จริงในความคิดของดิฉันก็คิดว่า การแสดงความรักก็สามารถแสดงกันได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการแม้แต่อย่างใด

ม่ายรู้....แต่คิดว่าคนเราไม่ต้องรักหรือบอกรักกันในวันวาเลนไทน์แค่วันเดียวแต่บอกรักกันได้ทุกวันทุกทุก............................ปีนะคร๊าฟ