เริ่มชวนคิด ชวนคุย โดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550

"การทำ KM ทำด้วยความรู้ (สึก) เข้าถึงตัวบุคคล" และกระตุ้นให้เราต้องช่วยกันสร้างความรู้สึกเหล่านี้
หลังจากอาจารย์ให้วาดภาพประทับใจ ซึ่งได้ซึมชับทักษะการฟังและการเล่าเรื่อง ว่า "การทำ KM มีคุณค่าทางใจมากขึ้น" หลายท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางว่า "มีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งที่เรารัก และแก้ปัญหาให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน" พร้อม
"ได้สร้างจิต วิญญาน รอยยิ้ม สร้างด้วยมือเล็กของเรา "
และคุณหมอจาก รพ. ม.อ.ให้ข้อคิด ว่า"ผู้ที่รู้จริงมักอ่อนน้อมถ่อมตน ในขณะคนที่ไม่รู้จริงมักแสดงตน" และอาจารย์อำนาจจากคณะวิทยาศาสตร์ "จากความก้าวหน้าเทคโนโลยี เราต้องเรียนรู้จากคนอื่นพร้อมที่นำมาต่อยอดให้ยั่งยืน" .
อาจารย์แสงอรุณจากคณะพยาบาล "การมีสวนร่วมทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าตนเอง"
มีภาพประทับใจของดีเจ ที่ทำให้เด็กที่กำลังกระโดดสะพานตินณสูลานนท์กลับใจ ภาพเกลียวความรู้ ภาพคุณหมอที่ดูแลผู้ป่วยในขณะหมอป่วย ภาพความรักความอบอุ่นที่เป็นพื้นฐานของครอบครัว
หลายคนตั้งประเด็นคำถามว่า " KM เป็นเรื่องของปัจเจกใช่หรือเปล่า?"
แต่ปัจเจกมารวมๆกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความเป็นตัวเองและสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้ ก็เป็น KM อีกระดับนึงนะคะ
พี่อัมพรคะ
ตามมาดู มาร่วมเรียนรู้ (ยังเป็นงูเป็นปลาอยู่ค่ะ)
"มีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งที่เรารัก และแก้ปัญหาให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน" พร้อม
"ได้สร้างจิต วิญญาน รอยยิ้ม สร้างด้วยมือเล็กของเรา "
ส่งใจมาช่วยเชียร์ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
…แวะมาชื่นชมและให้กำลังใจในกิจกรรมสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อองค์กร และผมก็เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า “การมีส่วนร่วมทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าตนเอง”
ผมไม่ปฏิเสธว่า KM เป็นเรื่องปัจเจก แต่ทุกอย่างก็เริ่มที่ตัวเราก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนกับคนรอบข้าง
ขอบคุณครับ
สวัสดีน้องแผ่นดิน