เรานิยมการทำงานแบบ “วิเคราะห์” แล้วก็แบ่งงานกันไปทำ โดยไม่มีโอกาสมา “สังเคราะห์” หรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนเพื่อทำงานของส่วนย่อยของตนเองให้สอดคล้องกับผู้อื่น

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นหนึ่งที่ทำให้เกิดความสับสนของการจัดการความรู้คือ ความพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างดูง่าย เข้าใจง่าย ก็คือการแยกส่วนประกอบ ของสิ่งที่เราต้องการศึกษา ในนามของคำว่า วิเคราะห์ ที่ทำให้สิ่งที่ดำรงอยู่ในธรรมชาติแบบ องค์รวม และทำงานได้ กลับกลายเป็น แยกส่วน แล้วทำงานไม่ได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การวิเคราะห์นั้น มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อให้เราเข้าใจองค์ประกอบย่อยบางตัว ที่สามารถกลับมาทำงานใน องค์รวม ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ ไม่ใช่มีไว้ให้เราแยกองค์ประกอบย่อยๆไปแยกกันทำงาน อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การแก้ไขปัญหาของการ วิเคราะห์ ที่มีอยู่แล้วก็คือการ สังเคราะห์ ที่เป็นการนำองค์ประกอบย่อยมารวมกัน จนสามารถทำงานได้จริง ที่ จะทำให้เราเข้าใจกระบวนการ และปฏิสัมพันธ์ของแต่ละองค์ประกอบได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่างน้อยเป็น ๒ เท่าของการวิเคราะห์เสมอ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เนื่องด้วย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">·        การรู้ว่าแต่ละองค์ประกอบทำงานอย่างไร</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">·        แต่ละองค์ประกอบ ทำงานร่วมกันอย่างไร และ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">·        เกิดอะไรขึ้นกับการทำงานของแต่ละองค์ประกอบ แต่ละลำดับของการประกอบ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">·        เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้น ผลลัพธ์ ผลกระทบ และสิ่งที่ได้รับโดยรวม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ในปัจจุบัน </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรานิยมการทำงานแบบ วิเคราะห์ แล้วก็แบ่งงานกันไปทำ โดยไม่มีโอกาสมา สังเคราะห์ หรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนเพื่อทำงานของส่วนย่อยของตนเองให้สอดคล้องกับผู้อื่น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และที่สำคัญ นักวิชาการส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นเรื่อง นอกหน้าที่ ที่จะทำงานร่วม หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เหตุการณ์แบบนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการแยกย่อย องค์ประกอบของ “KMธรรมชาติ ที่ทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง ให้ทำงานไม่ได้เลย ในรูปแบบของ “KM ธรรมดา ที่ดูเหมือนว่าจะมีองค์ประกอบครบ แต่ทำงานจริงไม่ได้ ไม่มีชีวิต ไม่เป็นจริง แต่ก็ทำงานได้ง่าย เหมือนกับนักศึกษาแพทย์ผ่าตัดซากศพ ที่ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องห้ามเลือด ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องกลัวผิดพลาด ทำเมื่อไหร่ก็ได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่เป็นความรู้สึกของผม เมื่อได้สัมผัสกับนักวิชาการที่ ทำงานโดยใช้หลักการของ KM แบบธรรมดา</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การทำงานแบบแยกส่วน ที่แทบไม่มีความสัมพันธ์กับ องค์รวม จะทำอะไรก็ได้ เพียงขอให้ส่วนที่ทำนั้นได้ผลดีที่สุด ส่วนอื่นจะเสียหายอย่างไรไว้ว่ากันทีหลัง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ประเด็นนี้เขาชอบเรียกกันว่า ความเป็นเลิศ ทางวิชาการ โดยแทบไม่ประเมินว่าความเป็นเลิศนั้น อาจหรือได้สร้างความเสียหายให้กับใครบ้าง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และเป็นที่มาของความเสื่อมโทรมของทรัพยากร และทุนทางสังคม ในทุกระดับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และสุดท้ายที่เป็นความสับสนมากที่ทำให้การพัฒนา KMธรรมชาติ ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรก็คือ ความเข้าใจว่า ข้อมูล คือ คือความรู้ เมื่อเรามีข้อมูลมาก มักนับว่าเรามีความรู้มาก</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าคิดได้แค่นี้ ผู้ที่มีความรู้มากที่สุด ก็ไม่มีทางเอาชนะ คอมพิวเตอร์ได้เลย เพราะข้อมูล ในคอมพิวเตอร์และระบบอินเทอร์เนต มีมากมายเหลือเกิน และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเสียด้วยแล้วใครจะหาญกล้าไปแข่งกับระบบข้อมูลนั้นได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ไม่ใช่ครับ ความรู้อยู่ในตัวคนครับ ทุกครั้งที่นำออกไปเป็นเพียงข้อมูล</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ไม่มีใครสามารถนำความรู้ออกไปได้ อาจแสดงให้ดูได้ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น การจัดการข้อมูล จึงแตกต่างกับการจัดการความรู้ครับ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่การจัดการข้อมูลก็สนับสนุนการจัดการความรู้ได้ครับ และดีเสียด้วยครับ เพราะการจัดการความรู้ที่ปราศจากข้อมูลนั้น น่าจะเรียกว่า เพ้อฝัน มากกว่าครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่การจัดการข้อมูลโดยไม่มีความรู้นั้น น่าจะเรียกว่า เล่นขายของ ครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น เราจึงต้องมีการจัดการข้อมูลเป็นฐาน ทำทุกอย่างให้ชัดและดีที่สุด เพื่อการประกอบเข้ากันเป็นองค์รวมที่สอดประสานกัน มีชีวิต งอกงามเติบโตได้ ทำงานได้ จึงจะเรียกว่า การทำ “KMธรรมชาติ ครับ</p>