"ตามติด.. ครูเกษตรท่าเรือ จ.นครศรีธรรมราช" (๒/๓)

  ติดต่อ

  ตบท้ายด้วยตัวอย่างความรู้จากการปฏิบัติจริงของพี่สมชาย คือการเก็บผลมะนาว ที่ตอนแรกเก็บแต่ลูก ทิ้งขั้วไว้ที่ต้น แต่ถ้าลูกอยู่สูงก็ใช้ไม้กรรไกรยาวๆ ตัดทั้งขั้วติดใบลงมาด้วย ปรากฏว่าที่ปล่อยขั้วไว้ ส้มนาวไม่ยอมแตกยอดใหม่ แต่ที่ใช้กรรไกรตัด กลับลัดยอด ออกดอกดีกว่าภายในต้นเดียวกันแท้ๆ ก็เลยรู้ธรรมชาติของพืชชนิดนี้ ใช้วิธีเก็บให้ติดขั้วมาด้วยตลอด  

"ตามติด.. ครูเกษตรท่าเรือ จ.นครศรีธรรมราช" (๒/๓)

โดย สมโภชน์ นาคกล่อม

“ความรู้ชาวบ้าน ประสบการณ์จริงทั้งชีวิต”


               วันนี้วันที่ ๑๒ ก.พ. ๕๐ พี่สมเกียรติ คงเดช จะมารับไปดูสวนส้มนาว (มะนาว) ของพี่ชาย (ชื่อสมชาย) ซึ่งปลูกตั้งเกือบ ๒๐ ไร่ ประทับใจในการจัดการความรู้ของชาวบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจตั้งแต่สมัยเด็กๆ ที่ไปพลอย (อาศัย) ส้มนาวของบ้านเพื่อนเวลาแม่จะแกงส้ม ตำน้ำพริก 

                 เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว พี่สมชายพบว่าสวนของเพื่อนบ้านที่ทิ้งร้างผ่านไปหลายปี มะนาวยังมีชีวิตอยู่ เออ ส้มนาวนี้มันทนจริงๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้สนใจ ลงมือปลูก
             

               ช่วงปลูกใหม่ๆ ไปปรึกษาเกษตรอำเภอเรื่องโรคกระที่ผล คำตอบที่ได้ไม่ประทับใจ เพราะเกษตรให้คำปรามาสว่า “ต่อไปคงตายเกลี้ยงฉาด เหมือนที่บ้านเสาธง ตำบลบางจาก อ.พระพรหม” ที่แก้โรคนี้ไม่ได้

              พี่สมชายจึงศึกษาด้วยตัวเอง ไปอ่านหนังสือจนรู้จักโรคนี้ เอาวิธีการจากหนังสือมาลองทำดูแล้วได้ผล ประกอบกับเป็นคนทำไรแล้วก็ทำจริง ทำให้มะนาวได้ผลผลิตขายสัปดาห์ละ ๒ วัน เรื่องราวของพี่สมชายนี้ทำเองแบบครบวงจร โดยสามีเป็นคนปลูก พี่ละออ ภรรยาเป็นคนเก็บและขาย จาก ๒-๓ ไร่ ขยายใหญ่เป็นหลายแปลง ปัจจุบันมีเงินส่งลูกเรียน และใช้จ่ายในบ้านได้สบายไม่เดือดร้อน

                พอเราลงไปดูถึงแปลง ยิ่งตะลึง เพราะนึกไม่ถึงว่าแปลงเล็กๆ ที่ทอดยาวไปตามถนนแค่นิดเดียว ปลูกได้ตั้ง ๕๐ ต้น ลูกก็ดก ผิวก็บาง พี่แกมีที่หลายแห่ง ก็ปลูกส้มนาวหมดเลย ต้นที่ดกมีลูกเป็นร้อยขายได้ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทเชียวนะ

             ตบท้ายด้วยตัวอย่างความรู้จากการปฏิบัติจริงของพี่สมชาย คือการเก็บผลมะนาว ที่ตอนแรกเก็บแต่ลูก ทิ้งขั้วไว้ที่ต้น แต่ถ้าลูกอยู่สูงก็ใช้ไม้กรรไกรยาวๆ ตัดทั้งขั้วติดใบลงมาด้วย ปรากฏว่าที่ปล่อยขั้วไว้ ส้มนาวไม่ยอมแตกยอดใหม่ แต่ที่ใช้กรรไกรตัด กลับลัดยอด ออกดอกดีกว่าภายในต้นเดียวกันแท้ๆ ก็เลยรู้ธรรมชาติของพืชชนิดนี้ ใช้วิธีเก็บให้ติดขั้วมาด้วยตลอด

                บ่ายนี้แดดเปรี้ยงมาก พวกเราไปคุย ไปลงแปลงปลูกผักของหมู่ ๑๓ ที่นี่ทำกันเป็นกลุ่มประมาณ ๔ ครัวเรือน อาศัยที่ของพวกพ้องที่เพิ่งยกร่องปลูกยางพารา ในระหว่างที่ยางต้นเล็ก เจ้าของก็ให้มาใช้ดินปลูกผัก เพราะหญ้าในแปลงยางจะได้เตียนด้วย

              จุดเด่นของกลุ่มที่นี่คือ การเรียนรู้ระหว่างกันเอง การปลูกผักสลับหมุนเวียนเพื่อลดการรบกวนของแมลง ในรอบ ๑ ปีบอกได้หมดว่าควรปลูกอะไร ช่วงไหน เพราะอะไร

              ตัวอย่างความรู้จากประสบการณ์ของกลุ่มปลูกผัก เช่น การปลูกคะน้าแบบใช้เมล็ดหว่าน ต้นมันจะขึ้นแน่น ก็ขายต้นอ่อนก่อนรอบหนึ่ง (ชาวบ้านที่นี่เรียกว่าแยกลูกคะน้าออกมา) พอต้นมันห่างกันหน่อย ก็เจริญเติบโตได้ดี ทีนี่ก็เลี้ยงบำรุงให้โต ขายคะน้าใหญ่อีกรอบหนึ่ง เป็นอันเสร็จพิธี

              พืชอีกตัวหนึ่งที่ลงทุนน้อย (แม้เมล็ดจะแพง) โดยเฉพาะเรื่องแรงงาน ได้แก่บวบ ปลูกแล้วเก็บขายได้หลายสิบครั้ง ไม่เหมือนพริกที่เวลาเก็บจะต้อง “รวมคน” มาลงแปลงเยอะมาก เหนื่อยก็เหนื่อย เออ ได้ความรู้ว่าถ้าอยู่กันคนสองคน ก็ปลูกบวบดีกว่า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจาก สรส. : พื้นที่ภาคใต้

หมายเลขบันทึก: 78098, เขียน: , แก้ไข, 2012-05-31 12:27:11+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #นครศรีธรรมราช#สรส.#เกษตรท่าเรือ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)