สายสะดือของเด็กมันตัดยากตัดเย็นเหลือเกิน ตัดก้านบัวยังเหลือเยื่อใย ตัดน้ำใจเหตุไฉนในบางคนจึงไม่เหลือเยื่อใยอันใดเลย สิ่งที่ผมจะบันทึกในวันนี้ อันที่จริงไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับการตัดน้ำใจและการตัดสะดือเด็กแต่ประการใด ผมบันทึกเรื่องการตัดผม

   สมัยที่ผมบวช วันบวชให้พระโกนหัวให้ แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มหัดที่จะโกนหัวเอง และทำด้วยตนเองมาตลอด มันเกิดจากการจัดการความรู้นั้นเอง ผมเห็นเจ้าคณะจังหวัดชุมพร (มหานิกาย) เดิมผมเรียกว่า อาจารย์ด๊อกเตอร์องอาจ ท่านเรียนบาลี ๘ ปี ๙ ประโยคและไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกไม่นานนัก ท่านมีปฏิปทาดีมาก ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด โดยไม่ยินยอมเลย แต่ที่ยอมเพราะคณะสงฆ์บอกว่า ท่านนั่นแหละเหมาะสมที่สุด ท่านจะมีระเบียบในการใช้ชีวิตมาก ปฏิปทาอันหนึ่งคือ การโกนศีรษะด้วยตนเอง ผมเห็นท่านทำ ผมก็ทำบ้าง แรกๆ ก็หัดอยู่นาน เลือดเต็มหัว แต่ก็รู้สึกดีคือรู้สึกว่า ความเจ็บมันเป็นอย่างนี้เอง หลังจากถูกน้ำยิ่งแสบดีนักแล ผมก็รู้ว่าความแสบเป็นอย่างนี้เอง หลังจากนั้นก็หัดมาเรื่อยๆ จนไม่มีรอยแผล การโกนหัวของผมเพื่อนยอว่า หัวโล้นดีจัง

   ทุกวันนี้ผมต้องไปที่ร้านโดยให้เขาตัดผมให้ ทั้งที่ผมที่ติดอยู่บนศีรษะนั้นไม่ได้มากมายอะไร หากผมตัดเองได้ (อันที่จริงก็ตัดได้ แต่จะตัดได้ในรูปแบบไหน) โดยที่ใครๆจะไม่มองว่า ทำตัวไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักศึกษาเลย ผมน่าจะตัดด้วยตนเอง เพราะบางทีการปล่อยวางเกินไปมัน.....ก็ไม่ค่อยจะน่าดูนัก

   วันนี้ไปร้านตัดผมเลยต้องเสียเงินไป ๖๐ บาท จาก ๓๐ เป็น ๔๐ จาก ๔๐ เป็น ๕๐ แล้วมาหยุดที่ ๖๐ บาท อย่างที่ปราชญ์ชาวบ้านเขาว่าน่ะแหละนะ "พวกเราที่ทำงานกันเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินในการเลี้ยงชีวิต ซื้ออะไรต่อมิอะไรมากมาย น่าอายนก อายหนู อายแมวมัน เพราะมันกินแล้วนอน" แต่นั่นแหละ กินแล้วนอนจะเกิดมาทำไม ถ้าเกิดมาเพื่อรอความตาย แม้ความรู้ที่มีอยู่เพียงหางอึ่งก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่คนอื่นอยู่บ้าง...ใช่ไหม