ผมแพ้ใจตัวเองเพราะความหิวครับ..

      ....เช้าวันนี้ที่ปูนทุ่งสงผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูผมสะดุ้งตื่นเหลือบดูนาฬิกา ก็พึงจะ แปดโมงกว่าๆ แต่วันนี้ผมนัดทีมงานตอน 11.00 น.นี่ใครมาเคาะประตูหว่า..ลุกขึ้นไปเปิดประตูปรากฏว่าเป็นแม่บ้านครับ..เขามาเคาะเพื่อที่จะรับผ้าไปซัก สงสัยคนที่มาพักที่นี่คงไม่มีใครตื่นสายเหมือนผมกระมัง...ไม่ใช่อะไรหรอกครับเนื่องจากเมื่อวานเราเตรียมการกันเรียบร้อยแล้วก็กะว่าวันนี้คงพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนที่เราจะเดินทางไปกระบี่กัน..เราก็เลยนัดรวมพลกันตอนเวลาที่ดีเวลาที่พระฉันเพลครับ...แปลกนะครับพอตื่นมาแล้วท้องมันก็หิวทันทีเลย.

......ตอนแรกก็กะว่าจะอาบน้ำแล้วล่ะแต่พอดีเมื่อคืนอ่านบันทึกของคุณ Ka-poom ก็เลยคิดได้ขอเป็นสมาชิกชมรมคนประหยัดน้ำอีกคนล่ะกัน เปิดตู้เย็นคว้าถุงขนมปังที่ซื้อมาจากตลาดทุ่งสงตอนเย็นจะกินแล้วล่ะครับ ..อ่ะอ่ะ ยังไม่ได้แปรงฟัน..ฮือ..คงไม่เป็นไรหรอกน่า..เรากินแล้วอยู่ในห้อง..ว่าแล้วอย่ารอเลยครับกินเข้าไปเลย..อือ..อร่อยดีเหมือนกัน..(ป่านนี้คงมีคนว่าซกมกไปแล้วล่ะครับ)...ผมแพ้ใจตัวเองเพราะความหิวครับ..

       บรรยากาศที่ปูนทุ่งสงนี่เงียบๆดีครับ สถานที่แบ่งเป็นสัดเป็นส่วน หมายถึงโซนโรงงาน โซนสำนักงาน โซนบ้านพัก นานๆจะได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านซักคัน..อาจเป็นเพราะบรรยากาศที่เงียบอย่างนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ ที่เพื่อนร่วมงานของผมเวลามาพักที่ปูนทุ่งสงก็จะพูดกันว่า "วังเวง" บ้าง "ผีดุบ้าง" ผมก็รอดูเหมือนกันว่าจะเจออย่างที่เขาลือกันหรือเปล่าแต่ก็ไม่เจอครับ..ทั้งที่เขาจัดให้ผมนอนห้องที่ร่ำลือกันนั่นแหละ  แต่ก็ไม่ยักกะเจออะไรเลย..

      สรุปแล้ววันนี้ผมได้รู้จักตัวเองเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่งครับก็คือเรื่องของการยักแย่ยักยันจะอาบน้ำไม่อาบ จะแปรงฟันไม่แปรง ด้วยความหิวบวกกับขี้เกียจ จนทำให้เห็นอาการของจิต  ทันที เหตุการณ์นี้ ถ้าผมจะบอกว่า ผมเกิดนิวรณ์ ก็คงจะได้ หากผมขจัดนิวรณ์ได้ ไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันก่อน แล้วมากิน ผมว่าร่างกายของผมน่าจะสดชื่นกว่านี้แน่ๆเลยครับ ...อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง "ผี" เท่าที่ผมฟังมาก็น่ากลัวนะครับ แต่พอมาพักจริงไม่มีอะไรเลย..ที่แท้ผีมันก็อยู่ที่ "ความคิด" ของเรานี่เอง ผีในความคิด หากเราคิดว่ามีผีเราก็จะระแวง หวาดผวา คิดว่าผีจะมา..ก็มันมากับความคิดของเราเองนี่แหละ..อย่างนี่แหละนะที่เขาเรียกว่า "จิตจร" พุดง่ายๆก็คือจิตที่คิดไปเรื่อยเปื่อย นั่นแหละครับ.....

       การฝึก จิต นี่แต่ก่อนผมคิดว่าต้องไปวัดลูกเดียว แล้วก็นั่งหลับตาทำสมาธิ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วครับว่า ฝึกจิต ที่ไหนก็ได้ ฝึกกับการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน ฝึกสร้างตัวรู้ คือความรู้เท่าทันกิเลส รู้แล้วฝึกดับกิเลสให้ได้ เท่านี้ก็พอแล้ว...ล่ะครับสำหรับมนุษย์แล้วล่ะครับสำหรับมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาอย่างเราๆ...ว่าแต่ตอนนี้สำนึกได้แล้วล่ะครับขจัดนิวรณ์ออกไปแล้วก็ขอไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันก่อนล่ะกันครับ...เพื่อให้ร่างกายได้สดชื่นพร้อมลุยกับ "คนพันธ์แท้ SCG" ต่อไปครับผม..