คิดถึงแล้วทำยังไงต่อละ

ตามที่ตกลงกันไว้ว่าผมจะเขียนกลอนถึงสมาชิกที่เข้ามาแสดงความเห็นใน Blog Tag วันละหนึ่งท่าน ไปเรื่อยๆจนครบ ส่วนจะเขียนถึงใครก่อนหลังขึ้นอยู่กับช่วงที่แว๊บระลึกถึงท่านใดก่อน สถานการณ์วันนี้คงจะยากถ้าไม่หลีกทางให้รถด่วนสายพิษณุโลก ที่บึ่งเข้ามาอ้อนทวงความคิดถึงสม่ำเสมอ3เวลาหลังอาหาร ถ้าพลิกล็อกไปจากนี้ก็เกรงว่าจะเกิดวินาศกรรมความระลึกถึงในหมู่เราก็ได้ จึงขออนุญาตท่านอื่นได้โปรดเว้นวรรค รอจังหวะขึ้นรถขบวนหลังที่จะติดตามมาเร็วนี้ ตกลงตามนี้นะครับ 

กุลกนิษฐ์ เกาะติด ความคิดถึง

วันหนึ่งๆทุ่มเทไม่เหหัน

ปลูกไมตรีรดน้ำใจให้ทุกวัน

รอดอกฝันแสนหวานเบิกบานเอย.        

เขียนกลอนตามประสายากที่คุยโวล่วงหน้าว่าจะให้หวานชื่น ก็เค้นออกมาได้แค่นี้ ถือว่าเป็นไมตรีตอบแทนที่ดูแลกำลังใจให้กัน ในระหว่างที่มือใหม่หัดเขียนบล็อก ชาวบล็อกเมตตาต่อผมและชาวบูรณาการศาสตร์เป็นอย่างมาก ขอความสุขความดีงามและความฝันแสนอบอุ่นจงห้อมล้อมอาจารย์ลูกหว้าในช่วงวาเลนไทน์ตลอดเดือนนี้ด้วยก็แล้วกันเน๊าะ 

                       จาก ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

วันนี้นอกจากจะมีการเดินทางกลับของชาวค่ายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีแล้ว ทีมงานบูรณาการศาสตร์มีนัดประชุมสรุปงานรอบสัปดาห์ ทราบจากอาจารย์อุทัย อันพิมพ์ ว่าจะขอหารือเรื่องแผนงานอบรมเกษตรกรตามโครงการที่กระทรวงเกษตรมอบหมาย  และโครงการไอซีทีชุมชน รวมทั้งการเริ่มปักธงโครงการเห็ดเพื่อชุมชนและความก้าวหน้าของการร่างหัวข้อวิทยานิพนธ์ของชาวบูรณาการศาสตร์ 

มีข่าวที่น่ายินดีมากก็คืออาจารย์หนิงและคณะ พันธมิตรชาวบล็อกที่น่ารักที่สุดในย่านทุ่งกุลาร้องไห้ จะมานั่งวางแผนที่จะเอานักศึกษามาเข้าค่ายในเดือนมีนาคม เป็นเวลา4คืน3วัน บังเอิญว่าจะต้องจัดชนกันกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอลงกรณ์ รวมๆทั้ง3ค่ายแล้ว เราจะมีนักศึกษามาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 125 ชีวิต ยอดสุทธิจะเป็นอย่างนี้ครับ        

.มหาสารคาม                 50 คน       

.ราชภัฏวลัยองลงกรณ์    60 คน       

.อุบลราชธานี                 14 คน       

.เชียงใหม่                     1  คน                        

                         รวม  125 คน 

ก็มารอดูว่า บทบาทของชาวบล็อกจะมีส่วนขับเคลื่อนงานในบริบททางสังคมอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าเมื่อเครื่องจุดระเบิดแล้ว พลังใจของบล็อกนั้นจะมีอานุภาพไปหนุนกระบวนการเรียนรู้เพื่อสังคมได้อย่างประเมินประมาณค่ามิได้

คุณตูน สมาชิกเราเองนี้แหละได้เขียนคำที่เป็นวรรคทองไว้ว่า..

1ซื้อใจดิฉันได้ด้วยความศรัทธา 

ดิฉันเป็นคนดื้อมาแต่กำเนิด ใครจะสั่งให้ทำอะไรแต่ละอย่าง ถ้าดิฉันไม่ชอบไม่อยากทำเห็นว่าไม่ถูก ก็อาจจะทำให้ได้หากจำเป็นแต่ได้ไม่ดี  หรือถ้าใครห้ามอะไรในสิ่งที่ดิฉันคิดว่ามันถูกก็จะเป็นยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ (ไม่ดีนะคะเยาวชนห้ามลอกเลียนแบบ) ... คุณแม่ก็บอก  โตมาคุณครูก็บอก  พอมาทำงานเจ้านายก็ยังช่วยย้ำอีก  ... แต่ที่สำคัญที่สุดดิฉันจะมอบหัวใจและทำอะไรที่ดีดีให้อย่างสุดกำลังกายกำลังใจหากใครซื้อใจดิฉันได้ด้วยคำว่า "ศรัทธา" เพียงคำเดียวแต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลาจริงมั้ยคะ