GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เงินพระ เงินวัด

เงินพระ เงินวัด

ตอนนี้มีข่าว เรื่องเงินพระเงินวัด อีกแล้ว เมื่อมีข่าวครั้งหนึ่ง ก็มีความคิดเห็นว่า ควรจะทำอย่างไร ? ครั้งหนึ่ง... การเสนอความคิดเห็นทำนองนี้ จัดว่าเป็นการวางเกณฑ์ตัดสินจริยธรรม ว่า การกระทำอย่างไรเป็นสิ่งที่ดี ควร เหมาะสม หรือถูกต้องที่สุด...ให้เค้าคิดกันไปเถิด เรามาฟังนิทานกันดีกว่า...

สมัยผู้เขียนบวชใหม่ๆ (๒๕๒๘) อยู่กับพ่อท่านแดง วัดท่าแซ หาดใหญ่ เงินของพ่อท่านก็คือเงินวัด เงินของวัดก็คือเงินวัด...เพราะผู้เขียนสังเกตได้ว่า เมื่อมีใครมาทำบุญท่านก็เอาใส่ในตู้ ไปสวดได้มาท่านก็เอาใส่ในตู้ เบี้ยนิตยภัตร (เงินเดือนพระ สมัยนั้น พระครูได้เดือน ๒๐๐) ท่านก็เอาใส่ในตู้...และวัดอื่นๆ (โดยเฉพาะวัดบ้านนอก) ในสมัยก่อน เงินท่านเจ้าอาวาสก็คือเงินวัด เงินของวัดก็คือเงินวัด นั่นคือ ท่านเจ้าอาวาสจะผนึกเป็นหนึ่งเดียว หรือเป็นส่วนหนึ่งของวัด...

ต่อมา เริ่มมีการแบ่งแยก เงินท่านเจ้าอาวาสกับเงินวัดออกจากกัน (โดยมากก็เริ่มจากวัดในเมือง หรือวัดที่มีผลประโยชน์เยอะๆ) สาเหตุก็เพราะความไว้วางใจซึ่งกันและกันน้อยลง...หลายๆ คนก็โทษพระหรือท่านสมภารไม่ประกอบด้วยธรรม ....ซึ่งก็ถูกต้อง แต่เป็นเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น...เมื่อมองในเชิงความเป็นไปทางสังคมก็อาจชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งผู้เขียนจะแต่งนิทานเล่าต่อไป...

โบราณสมัย สมภารเป็นคนในหมู่บ้าน หรืออาจมาจากอื่นแต่ก็มาอยู่หลายสิบปีจนกระทั้งเป็นคนในหมู่บ้าน...ทุกคนในหมู่บ้านเป็นลูกหลานของท่าน ท่านจะให้ความรักใคร่เอ็นดูตามประสาคนแก่รักลูกหลาน กล่าวคือ แม้จะไม่เท่าเทียมกัน แต่ก็รักทุกคนในฐานะลูกหลาน...คนในหมู่บ้านก็เคารพท่านในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ กล่าวคือ แม้จะไม่ค่อยชอบ หรือขัดแย้งบ้าง ก็ยังเคารพนับถือ...

ต่อมากระแสวัตถุนิยมสูงขึ้น น้ำแรง น้ำใจ ถูกตีค่าเป็น น้ำเงิน ...สมภารจะให้เงินลูกหลาน ก็ถูกกล่าวหาว่า เงินวัด...ท่านอาจชมชอบใครเป็นพิเศษ (ซึ่งเป็นปรกติของคน) จะส่งเสริมบางคนให้ทำงานหรือเรียนต่อ ก็ถูกกล่าวหาว่า เงินวัด...

ทำไมพ่อท่านไม่แยกบัญชีเป็นเงินส่วนตัวพ่อท่าน....นี้คือ คำถามที่เริ่มตั้งขึ้นมา เมื่อพ่อท่านบางคนบอกว่า เงินกูสวดกูเทศน์มา มิใช่เงินวัด

เมื่อแยกบัญชีออกมา ก็แก้คำครหาว่า เงินวัด ได้ เริ่มมีค่านิยมใหม่.... สมภารหลายๆ วัด ก็เริ่มเห็นด้วย ญาติโยมก็เริ่มเห็นด้วย...

และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ซึ่ง ผู้เขียนค่อยนำมาเล่าโอกาสหน้า... เพียงสรุปว่า จนกระทั้งจำแนกประเภทได้ ๔ นัย คือ

  • วัดรวย สมภารจน
  • วัดจน สมภารรวย
  • วัดรวย สมภารวย
  • วัดจน สมภารจน

ยังมี คณะกรรมการวัด เป็น ตัวละครอีกชุด ซึ่งยังไม่ได้แสดง ....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): เงินพระเงินวัด
หมายเลขบันทึก: 76761
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  • ผมเข้าใจครับ
  • สมัยเด็กๆอยู่วัด หลวงพ่อเอาเงินหลวงพ่อเป็นเงินวัด
  • แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไป
  • พระมีเงินสะสมในธนาคารมากจนบ้างครั้งพระถูกปล้น
  • ขอบคุณครับ

อาจารย์ขจิต

เหมือนกันแหละ

ชนชั้นในรูปแบบใหม่ใช้ เงิน เป็นตัวกำหนด

รู้สึกว่าในลิลิตพระลอตอนหนึ่งบอกไว้

"แข็งดังเหล็ก เงินง้าง อ่อนได้ดังใจ"

เจริญพร