ผมทำงานอยู่ที่ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา มอ.ปัตตานี  สร้างบ้านอยู่นอกมหาวิทยาลัย บ้านฉันอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ด้านหน้าติดถนนลาดยางสายโคกโพธิ์ - บ้านปรัง  ไม่ว่าจะมาจากทางไหนห่าง 4 ก.ม. เท่ากัน ด้านหลังเป็นยอดเขาเตี้ยๆ    ด้านทิศใต้เป็นบ้านน้า  ถัดจากบ้านน้าก็เป็นบ้านแม่  ตรงกันข้ามเป็นบ้านของหลานและพี่สาว  ฉันอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องครับ  ในภาพมองจากสวนยางข้างบ้าน  มองข้ามถนนเป็นบ้านหลานอยู่ตรงกันข้าม  และบ้านพี่สาวอยู่ถัดมาทางขวามือ   ต้นปาล์มในภาพ  เรียก"ต้นเหรง" พึ่งทราบจากงานพืชสวนโลกว่าชื่อ "ปาล์มชวา" ความจริงน่าจะเรียกชื่อ "ปาล์มเหรง" ตามภาษาถิ่นใต้  เพราะปาล์มชนิดนี้เป็นพืชท้องถิ่นภาคใต้ มีทั่วไปตามธรรมชาติในป่าชื้นแถวภาคใต้  ขยายพันธุ์ง่าย  สักวันจะขุดย้ายมาแต่งสวนหน้าบ้าน

       พื้นที่ 2 ส่วน เป็นสวนยางพารา  อยู่ด้านทิศเหนือของตัวบ้าน ตรงรอยต่อระหว่างตัวบ้านกับสวนยางปลูกไผ่ตงไว้ 5 กอ  ให้ร่มเงาดีมาก  ระหว่างกอไผ่ตงและแทรกระหว่างแถวยางพาราทำโรงสีข้าวขนาดสองเกวียนไว้สีข้าวกินเอง  ช่วงที่บันทึกนี้ยังติดตั้งไม่เสร็จครับ(ดูรายละเอียดได้จากบันทึกประสบการณ์ติดตั้งเครื่องสีข้าว)   ทิศใต้ติดกับบ้านน้าประมาณ 1 ส่วนปลูกส้มโอพันธุ์หอมหาดใหญ่

        หน้าบ้านจัดสวนแบบง่ายๆ  ขุดสระเลี้ยงปลาคาล์ฟไว้หนึ่งสระ  รอบๆสระปลูกต้นไม้ที่ดูแลง่ายไว้ เช่น โกสน  ปาล์มจีบ  สละต้นที่เห็นในภาพเมล็ดงอกขึ้นเอง   การจัดสวนหน้าบ้านเป็นสวนหย่อมเล็กๆ   ปลูกไปเรื่อยๆ  เน้นที่หามาปลูก   ซึมซับเอาความภูมิใจที่ปลูกจนเติบโตมาได้ และตกแต่งจนสวยงาม    ไม่เน้นซื้อมาปลูก แต่จะหาเครื่องมือช่วยทำงานแทน  หลังบ้านที่เห็นเป็นฉากหลังเป็นสวนยางที่กำลังผลัดใบในเดือนกุมภาพันธ์  ระหว่างสวนยางกับบ้าน ปลูกไม้ผลอื่นๆที่รอวันโต เช่นสะตอ  ส้มแขก จำปะดะ  แซมด้วยสับปะรดเมื่อไม้ผลอื่นโตขึ้นสับปะรดก็หมดอายุไปเอง

  

ในภาพ ขุดต้นหมากที่กินกับพลูมาตกแต่ง  ต้นแรกล้อมโคนและย้ายมาปลูกเมื่อ ๑ กพ. ๕๐  ต้นที่ ๒ เมื่อ ๔ มี.ค. ๕๐ ต้นที่ ๓ เมื่อ ๔ เม.ย. ๕๐   จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. ๕๐  ยังไม่ออกยอดใหม่เลย  แต่ยังไม่ตาย  ต้นโทรมกว่าที่เห็นในภาพ  ยังลุ้นต่อไปครับ (แล้วยอดก็เน่าเมื่อ1 ก.ค. 50 ไป หนึ่งต้น  เหลืออีก 2  คงจะรอด)

 ต้นข่อยต้นนี้ได้มาจากชายทุ่ง  ขุดล้อมมาปลูกตกแต่งเป็นไม้ประดับ  ต้นนี้ปลูกเมื่อวันปีใหม่ 1 ม.ค. 50 พอดี วันที่ถ่ายรูปนี้อายุประมาณ 30 วัน 

     เครื่องมือทุกอย่างที่ทุ่นแรงทำงาน  ตั้งแต่เครื่องตัดหญ้า  รถไถเดินตาม รถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก  ไม่นับรวมจอบ มีด ขวาน ฯลฯ มีครบครับ

    เมื่อเครื่องมือครบการทำนาทำสวนจึงสะดวกมาก  ทำเองปี 2549 นี้ประมาณ 20 ไร่ เป็นนาดำ 14 ไร่  นาหว่านน้ำตม 6 ไร่   ทำสวนยางเอง ปลูกเอง 3 แปลง รวม 14 ไร่ 

แต่ละวันเวลาว่างไปไหนหมดไม่รู้  ถ้าถามว่าเป็นทุกข์ไหม?  ก็ไม่เห็นเป็นทุกข์  ถามว่ามีความสุขไหม?  ก็ไม่เห็นว่าสุขอย่างไร   แต่ทุกวันก็สนุกอยู่กับรดน้ำต้นไม้  ตัดหญ้า จัดสวน ไปนา ไปสวนยาง 

 

เมื่อข่อยต้นนี้อายุครบ ๓ เดือน ก็ตัดแต่งเป็นพุ่มได้แล้ว ดังในภาพ   หน้าแล้งงานในนามาก ตัดหญ้าไม่ทันไม่ได้กวาดใบยางพาราที่ผลัดใบ หญ้ามันเติบโตตามธรรมชาติ  รดน้ำให้ปุ๋ยมันก็ยาวเร็วเป็นธรรมดา  ใบยางพาราข้างบ้านในเดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูผลัดใบ  ปลิวลงมาเป็นธรรมดา  ให้มันผลัดใบให้หมดแล้วค่อยกวาดดีกว่า

        หลังเลิกงานในเดือนกุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 17.30 น. ไปขนข้าว(แบบเลียง)กลับบ้าน  ซึ่งนาอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 ก.ม.  แต่ต้องขับรถอ้อมประมาณ 4 ก.ม.  กว่าจะเอาข้าวกลับบ้านได้ก็มืดค่ำพอดี ปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อต้นเดือนมีนาตมไปเกี่ยวข้าวนาหว่าน 6 ไร่  ใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์  เกี่ยวไม่หมด  เพื่อนบ้านแนะนำให้ลงแขก  ตอนแรกออกปากไว้ประมาณ 10 คน  คำนวณดูแล้ว  ครึ่งวันไม่เสร็จแน่  ตัดสินใจจ้างเครื่องจักรเกี่ยวนวดข้าว ไร่ละ 700 บาท  ชั่วโมงเศษๆ เป็นอันเสร็จ  วันนี้(7 มี.ค.50) ต้องขนข้าวเปลือกกลับบ้านประมาณ 200 ถังครับ  เช้า-เย็น วันละ 2 เที่ยว  กว่าจะหมดก็ 3-4 วันแหละ

      กลางเดือนมี.ค.50 ออกไปขุดต้นกะพ้อมาตกแต่งบ้านครับ ได้มากอหนึ่ง  ทดลองชำไว้ใต้ต้นส้มโอก่อน  หากแข็งแรงแล้วค่อยย้ายออกมาที่สนาม

๙ พ.ค.๕๐  ขุดต้นเหรงไว้ต้นหนึ่ง  จะล้อมมาปลูกที่สวนหน้าบ้าน  ขุดไว้แล้วยังไม่ได้ย้ายเลย  กะว่าจะทิ้งไว้ให้รากที่ถูกตัดออกงอกเพิ่มให้แข็งแรงอีกหน่อย

         ปาล์มน้ำพุ ๒ ทะลายเพาะไว้  จนถึง ๑๕  พ.ค. ๕๐  เริ่มงอกแล้ว  ท่าทางงอกเยอะมากๆ  จะปลูกไว้เยอะๆ  ใครมีต้นไม้อื่นมาแลกก็ได้ครับ