บ้านในสวน

พื้นที่หน้าบ้านจัดสวนหย่อมด้วยตนเองครับ เป็นแผนระยะยาว คือปลูกไปเรื่อยๆ เน้นหามาปลูกไม่เน้นซื้อมาปลูกเว้นแต่การซื้อพันธุ์ เพื่อซึมซับเอาความภูมิใจที่ปลูกและบำรุงรักษาจนสวยงาม

          ผมทำงานอยู่ที่ฝ่ายเทคโนโลยีทางการศึกษา มอ.ปัตตานี  สร้างบ้านอยู่นอกมหาวิทยาลัย บ้านฉันอยู่บนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ด้านหน้าติดถนนลาดยางสายโคกโพธิ์ - บ้านปรัง  ไม่ว่าจะมาจากทางไหนห่าง 4 ก.ม. เท่ากัน ด้านหลังเป็นยอดเขาเตี้ยๆ    ด้านทิศใต้เป็นบ้านน้า  ถัดจากบ้านน้าก็เป็นบ้านแม่  ตรงกันข้ามเป็นบ้านของหลานและพี่สาว  ฉันอยู่ท่ามกลางญาติพี่น้องครับ  ในภาพมองจากสวนยางข้างบ้าน  มองข้ามถนนเป็นบ้านหลานอยู่ตรงกันข้าม  และบ้านพี่สาวอยู่ถัดมาทางขวามือ   ต้นปาล์มในภาพ  เรียก"ต้นเหรง" พึ่งทราบจากงานพืชสวนโลกว่าชื่อ "ปาล์มชวา" ความจริงน่าจะเรียกชื่อ "ปาล์มเหรง" ตามภาษาถิ่นใต้  เพราะปาล์มชนิดนี้เป็นพืชท้องถิ่นภาคใต้ มีทั่วไปตามธรรมชาติในป่าชื้นแถวภาคใต้  ขยายพันธุ์ง่าย  สักวันจะขุดย้ายมาแต่งสวนหน้าบ้าน

       พื้นที่ 2 ส่วน เป็นสวนยางพารา  อยู่ด้านทิศเหนือของตัวบ้าน ตรงรอยต่อระหว่างตัวบ้านกับสวนยางปลูกไผ่ตงไว้ 5 กอ  ให้ร่มเงาดีมาก  ระหว่างกอไผ่ตงและแทรกระหว่างแถวยางพาราทำโรงสีข้าวขนาดสองเกวียนไว้สีข้าวกินเอง  ช่วงที่บันทึกนี้ยังติดตั้งไม่เสร็จครับ(ดูรายละเอียดได้จากบันทึกประสบการณ์ติดตั้งเครื่องสีข้าว)   ทิศใต้ติดกับบ้านน้าประมาณ 1 ส่วนปลูกส้มโอพันธุ์หอมหาดใหญ่

        หน้าบ้านจัดสวนแบบง่ายๆ  ขุดสระเลี้ยงปลาคาล์ฟไว้หนึ่งสระ  รอบๆสระปลูกต้นไม้ที่ดูแลง่ายไว้ เช่น โกสน  ปาล์มจีบ  สละต้นที่เห็นในภาพเมล็ดงอกขึ้นเอง   การจัดสวนหน้าบ้านเป็นสวนหย่อมเล็กๆ   ปลูกไปเรื่อยๆ  เน้นที่หามาปลูก   ซึมซับเอาความภูมิใจที่ปลูกจนเติบโตมาได้ และตกแต่งจนสวยงาม    ไม่เน้นซื้อมาปลูก แต่จะหาเครื่องมือช่วยทำงานแทน  หลังบ้านที่เห็นเป็นฉากหลังเป็นสวนยางที่กำลังผลัดใบในเดือนกุมภาพันธ์  ระหว่างสวนยางกับบ้าน ปลูกไม้ผลอื่นๆที่รอวันโต เช่นสะตอ  ส้มแขก จำปะดะ  แซมด้วยสับปะรดเมื่อไม้ผลอื่นโตขึ้นสับปะรดก็หมดอายุไปเอง

  

ในภาพ ขุดต้นหมากที่กินกับพลูมาตกแต่ง  ต้นแรกล้อมโคนและย้ายมาปลูกเมื่อ ๑ กพ. ๕๐  ต้นที่ ๒ เมื่อ ๔ มี.ค. ๕๐ ต้นที่ ๓ เมื่อ ๔ เม.ย. ๕๐   จนถึงสิ้นเดือน พ.ค. ๕๐  ยังไม่ออกยอดใหม่เลย  แต่ยังไม่ตาย  ต้นโทรมกว่าที่เห็นในภาพ  ยังลุ้นต่อไปครับ (แล้วยอดก็เน่าเมื่อ1 ก.ค. 50 ไป หนึ่งต้น  เหลืออีก 2  คงจะรอด)

 ต้นข่อยต้นนี้ได้มาจากชายทุ่ง  ขุดล้อมมาปลูกตกแต่งเป็นไม้ประดับ  ต้นนี้ปลูกเมื่อวันปีใหม่ 1 ม.ค. 50 พอดี วันที่ถ่ายรูปนี้อายุประมาณ 30 วัน 

     เครื่องมือทุกอย่างที่ทุ่นแรงทำงาน  ตั้งแต่เครื่องตัดหญ้า  รถไถเดินตาม รถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก  ไม่นับรวมจอบ มีด ขวาน ฯลฯ มีครบครับ

    เมื่อเครื่องมือครบการทำนาทำสวนจึงสะดวกมาก  ทำเองปี 2549 นี้ประมาณ 20 ไร่ เป็นนาดำ 14 ไร่  นาหว่านน้ำตม 6 ไร่   ทำสวนยางเอง ปลูกเอง 3 แปลง รวม 14 ไร่ 

แต่ละวันเวลาว่างไปไหนหมดไม่รู้  ถ้าถามว่าเป็นทุกข์ไหม?  ก็ไม่เห็นเป็นทุกข์  ถามว่ามีความสุขไหม?  ก็ไม่เห็นว่าสุขอย่างไร   แต่ทุกวันก็สนุกอยู่กับรดน้ำต้นไม้  ตัดหญ้า จัดสวน ไปนา ไปสวนยาง 

 

เมื่อข่อยต้นนี้อายุครบ ๓ เดือน ก็ตัดแต่งเป็นพุ่มได้แล้ว ดังในภาพ   หน้าแล้งงานในนามาก ตัดหญ้าไม่ทันไม่ได้กวาดใบยางพาราที่ผลัดใบ หญ้ามันเติบโตตามธรรมชาติ  รดน้ำให้ปุ๋ยมันก็ยาวเร็วเป็นธรรมดา  ใบยางพาราข้างบ้านในเดือนกุมภาพันธ์เป็นฤดูผลัดใบ  ปลิวลงมาเป็นธรรมดา  ให้มันผลัดใบให้หมดแล้วค่อยกวาดดีกว่า

        หลังเลิกงานในเดือนกุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 17.30 น. ไปขนข้าว(แบบเลียง)กลับบ้าน  ซึ่งนาอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 ก.ม.  แต่ต้องขับรถอ้อมประมาณ 4 ก.ม.  กว่าจะเอาข้าวกลับบ้านได้ก็มืดค่ำพอดี ปลายเดือนกุมภาพันธ์ต่อต้นเดือนมีนาตมไปเกี่ยวข้าวนาหว่าน 6 ไร่  ใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์  เกี่ยวไม่หมด  เพื่อนบ้านแนะนำให้ลงแขก  ตอนแรกออกปากไว้ประมาณ 10 คน  คำนวณดูแล้ว  ครึ่งวันไม่เสร็จแน่  ตัดสินใจจ้างเครื่องจักรเกี่ยวนวดข้าว ไร่ละ 700 บาท  ชั่วโมงเศษๆ เป็นอันเสร็จ  วันนี้(7 มี.ค.50) ต้องขนข้าวเปลือกกลับบ้านประมาณ 200 ถังครับ  เช้า-เย็น วันละ 2 เที่ยว  กว่าจะหมดก็ 3-4 วันแหละ

      กลางเดือนมี.ค.50 ออกไปขุดต้นกะพ้อมาตกแต่งบ้านครับ ได้มากอหนึ่ง  ทดลองชำไว้ใต้ต้นส้มโอก่อน  หากแข็งแรงแล้วค่อยย้ายออกมาที่สนาม

๙ พ.ค.๕๐  ขุดต้นเหรงไว้ต้นหนึ่ง  จะล้อมมาปลูกที่สวนหน้าบ้าน  ขุดไว้แล้วยังไม่ได้ย้ายเลย  กะว่าจะทิ้งไว้ให้รากที่ถูกตัดออกงอกเพิ่มให้แข็งแรงอีกหน่อย

         ปาล์มน้ำพุ ๒ ทะลายเพาะไว้  จนถึง ๑๕  พ.ค. ๕๐  เริ่มงอกแล้ว  ท่าทางงอกเยอะมากๆ  จะปลูกไว้เยอะๆ  ใครมีต้นไม้อื่นมาแลกก็ได้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำนา ทำสวน ผลผลิตการเกษตร

คำสำคัญ (Tags)#จัดสวน#ทำนาทำสวน#ต้นไม้พื้นบ้าน#พืชท้องถิ่น

หมายเลขบันทึก: 76670, เขียน: 06 Feb 2007 @ 16:29 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 17:47 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 28, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง


ความเห็น (28)

ภาพมันไม่แสดงนะค่ะ  ไม่ทราบว่าได้ใส่ไฟล์ใน gotoknow ก่อนนำมาใส่ในบันทึกหรือไม่ค่ะ

ดูท่าทางคุณชนันท์จะสบายใจจัง มีความสุขในการทำงานในสิ่งที่รัก  ยินดีด้วยค่ะ 

       หลังจากคุณมะปรางเปรี้ยวแจ้งว่าไม่เห็นภาพ  ตอนแรกสงสัยภาพจะโตไปหน่อย  เลยลดขนาดภาพลงอีกแต่ก็ยังไม่แสดงเหมือนเดิม  กว่าจะปิ๊ง ก็เกือบสี่โมงเย็นแน่ะ  ปัญหาอยู่ที่ไฟล์ภาพระบุ "ไม่แสดงภาพต่อผู้อื่น" ครับ  เมื่อแก้ไขตรงนั้นแล้วลองเปิดแบบไม่แสดงตนดู  เปิดได้และเห็นภาพหมดแล้วครับ  ขอบคุณคุณมะปรางเปรี้ยวที่ Feedback ให้ทราบครับ 

      

อันแน่....ชวนไปเที่ยวบ้าน ชวนใครบ้างเอ่ย ถ้าจะยกไปกันทั้งสำนักฯ จะว่ากระไรจ๊ะ

 

อิจฉาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ตะวัน ยิ้มแฉ่ง
IP: xxx.12.74.5
เขียนเมื่อ 

      เห็นด้วยกับคุณ librarian-c   รับไหวเปล่าเจ้า...

ตั้งใจไปเยี่ยมชมแล้วครั้งนึง มีไม้ให้ฟรีติดมือมาให้ด้วย แต่...

เจ้าของไม่อยู่   เลยให้คนอื่นไป

อิจฉาพอๆกับ คุณสายลมแสงแดดนะ

ก็ชวนไปเที่ยว  แล้วให้ URL ก็เท่ากับจองตั๋วเครื่องบินให้แล้ว เร็วกว่าอีกมั๊งครับ
คำภีร์
IP: xxx.91.18.192
เขียนเมื่อ 

สวยน่าเที่ยวมาก 

anita
เขียนเมื่อ 

น่ารัก น่าอยู่ น่าไปมักมาก.....

ขอบคุณครับ - ถ้ามีโอกาสเชิญนะครับ  / แต่ต้องทำใจว่าเป็นบรรยากาศชนบทนะครับ  ยิ่งถ้าชอบต้นไม้ - เศรษฐกิจพอเพียง คุยกันได้ยาวครับ แต่ถ้าไม่นัดหมาย หาตัวยากครับ  เพราะนอกเวลาทำงานปกติ อยู่ทุ่ง/อยู่สวนครับ
คิดถึงบ้าน
IP: xxx.173.62.212
เขียนเมื่อ 

น่าอยู่รู้สึกอบอุ่น

เห็นแล้วคิดถึงแม่

สุทัศน์
IP: xxx.157.235.5
เขียนเมื่อ 

บ้านน่าอยู่มากครับ ผมอยู่นราธิวาสนี่เอง กำลังจะซื้อที่ปลูกบ้าน แต่กว่าจะสร้างได้คงอีกราว 2 ปี เลยอยากจัดสวนและจัดสรรพื้นที่ไว้ก่อนแล้วค่อยสร้างบ้านทีหลัง ยังไงต้องขอคำแนะนำแล้วละครับ ขอบคุณครับ

ตอบคุณสุทัศน์ บ้านของผมสร้างในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พ.ศ 2540 - 2541 เข้าไปศึกษารายละเอียดที่นี่ครับ

สุทัศน์
IP: xxx.157.235.5
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับคุณชนันท์ ผมได้ความรู้มากเลยครับ สำหรับผมตอนนี้ยังไม่มีแบบบ้านที่แน่นอน เปิดดูไปเรื่อยครับ แต่ผมชอบบ้านที่มีบริเวณ ตอนนี้กำลังจะซื้อที่ประมาณ 2ไร่ครับราคาราว 350000 บาท แต่ผมจะทำสัญญากับผู้ขายแบบสัญญาจะซื้อจะขาย โดยจ่ายเงินงวดแรกก่อนครึ่งหนึ่ง แล้วจะกำหนดจ่ายงวดที่สองต่อไป ไม่ทราบว่าคุณชนันท์มีข้อแนะนำอะไรบ้างครับ

ยังไงถ้าไม่รบกวนจนเกินไป อยากให้คุณชนันท์ช่วยอธิบายการเขียนแบบบ้านให้ด้วยครับ เผื่อว่าจะทำให้ผมสามารถเขียนแบบคร่าวๆ ได้บ้าง

ขอบคุณครับ

ตอบ คุณสุทัศน์

     ต้องขออภัยที่ตอบช้าครับ  ช่วงที่งานเยอะก็ไม่ได้เข้ามาดูครับ

      1) กรณีทำสัญญาแบบจะซื้อจะขาย โดยจ่ายเงินงวดแรกก่อนครึ่งหนึ่ง  จ่ายงวดที่สองต่อไป วิธีการแบบนี้ถ้าคนขายซื่อสัตย์ ก็ไม่มีปัญหา  แต่ถ้าเขาเบี้ยว  เรายุ่งยากครับ  เข้าทำนองอ้อยเข้าปากช้างนะครับ  แล้วถ้าภายหลังเขาไยอมขายขึ้นมาแล้วก็ไม่ยอมโอนให้ด้วย ยิ่งปวดหัวหนักครับ  กัดฟันหาตังค์ให้ครบ  แล้วผ่อนหนี้กับธนาคารหรือสหกรณ์แล้วโอนให้เรียบร้อยจะดีกว่าครับ  การทำสัญญาจะซื้อจะขายควรจะทำเพื่อมัดจำเล็กน้อย เพื่อจองเท่านั้น เช่น จองเพื่อจะซื้อที่ดิน 3 แสน ในราคาจอง 5,000 บาท  ไม่ควรทำแบบผ่อนส่ง

 

2) การเขียนแบบบ้าน

  • ร่างแบบตามที่เราต้องการให้ช่างเขียนแบบดู ว่าเราต้องการลักษณะบ้านแบบไหน  ถ้าร่างไม่เป็นเอารูปแบบบ้านที่เราชอบให้ช่างดูได้เลย  ตรงไหนเราไม่ชอบเราก็บอกว่าให้เปลี่ยนไปเป็นแบบไหนก็ว่ากันไป แล้วให้ช่างสเก็ตซ์แบบให้ดูก่อน  แล้วอย่าลืมบอกงบที่มีด้วย  ไม่งั้นเขียนแบบบ้านสวยหรู ถูกใจ  แต่ตังค์ไม่พอ
  • ถ้าถูกใจและเหมาะกับตังค์ ก็ให้ร่างแบบแปลนก่อน  เพื่อให้เห็นว่าห้องนอน ห้องรับแขก ครัว ฯลฯ อยู่ตรงตำแหน่งที่ถูกหลัก ถูกใจ  (บางคนดูฮวงจุ้ยด้วย) ถ้าถูกใจก็ให้เขียนแบบได้เลย  และให้ช่างเขียนแบบ ส่งแบบให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างให้เรียบร้อยก่อนทำพิมพ์เขียว  ตรงนี้สำคัญเพราะช่างเขียนแบบอาจจะไม่มีความรู้ทางวิศวกรรมพอ  ส่วนมากช่างเขียนแบบจะประมาณ(กะ)เอา  ซึ่งอันตรายครับ  โครงสร้างอาจวิกฤติได้(คือพังในภายหลัง)
  • แบบต้องครอบคลุม 1)รูปผังตามที่ดินของเรา เพื่อระบุว่าจะสร้างตรงไหนของ 2 ไร่นั้น  2)รูปแปลนพื้น 3)รูปด้านข้างทุกด้าน 4)ส่วนขยายต่างๆ โดยเฉพาะเสา คาน ที่สำคัญ คือ รายการประกอบแบบ ที่ไม่ต้องวาดรูปแต่บรรยายไว้ครับ
  • เพราะฉะนั้น  เมื่อได้พิมพ์เขียว  ต้อง 1)แบบถูกใจ 2)คำนวณโครงสร้างให้เรียบร้อย 3)รายการประกอบแบบครอบคลุมตามต้องการ

ตอบได้ประมาณร้อยละ 10 ของรายละเอียดครับ

jar
IP: xxx.90.92.251
เขียนเมื่อ 

น่าอยู่ครับ

สวัสดีค่ะ

บ้านน่าอยู่นะคะ บรรยากาศดีค่ะ

(^___^)

ไม่ได้เข้ามาหลายวัน มีแขกมาเยี่ยมบ้านเพิ่มขึ้นเยอะ บันทึกครั้งก่อน 3000 คนเศษ วันนี้ 5324 คน ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

อยากมีบ้านสวย ๆ เหมือนอาจารย์บ้าง

นก
IP: xxx.42.69.27
เขียนเมื่อ 

บ้านน่าอยู่มากเลยค่ะ กำลังคิดจะสร้างบ้านในสวนเหมือนกันค่ะ

ตอบเด็กนาเระ กะ นก ลองเข้าไปดูเคล็ดลับการสร้างบ้านที่นี่ครับ

นก
IP: xxx.42.103.82
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะสำหรับเคล็ดลับการสร้างบ้านอ่านแล้วได้ประโยชน์มากเลยค่ะ

ไม่ได้เข้ามาดูนาน วันนี้มีเพื่อนเข้ามาเยี่ยม 7040 คน แล้ว ช่วงวันที่บันทึกนี้ (29 ต.ค 52) สวนที่บ้านต้นไม้สมบูรณ์ขึ้นเยอะ ขยายพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ ยังมีพื้นที่และต้นไม้ที่ชำไว้อีกเยอะ แต่จะพยายามไม่ให้แน่นมากจนอึดอัด สนามหญ้าจะโปร่งสบายที่สุดครับ

เยี่ยมชม
IP: xxx.122.132.232
เขียนเมื่อ 

รู้สึกดีจังเลยคะ ไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือข้อความดูเจ้าของบ้านจะมีชีวิตความเป็นอยู่ ที่ใครอีกหลายคนอยากมีวิถีชีวิตแบบนี้บ้างจัง บ้านก็สวย อยู่กับธรรมชาติ และเป็นธรรมชาติที่เลี้ยงชีวิตคนในบ้านได้สบายไม่ต้องกลัวอด บ้านเดิมของเราก็อยู่ต่างจังหวัด มีทุกอย่างพร้อมในการกินอยู่ ปลูกข้าวกินเอง มีผลไม้ให้กินตามฤดูแบบไม่มีขาด มีพืชผักให้ทำอาหารอยู่รอบบ้าน มีรั้วกินได้แทนสวนสวยเวลามีเพื่อนบ้านมาหาก็จะได้ของกินกลับไปเป็นของฝาก มีสมุนไพรที่สามารถนำมารักษาตัวได้หลายชนิด(แต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เพราะคนในบ้านแข็งแรง) พอนึกถึงชีวิตเดิม ๆ ที่จากมาก็คิดถึงจับใจ และคิดว่าถ้าตอนนี้เลือกได้ อยากกลับไปอยู่วิถีแบบพอเพียงเช่นเดิม ขอบคุณเจ้าของบ้านที่ทำให้ รู้สึกอบอุ่นใจอีกครั้งที่ได้เห็นความเป็นจริงของชีวิต ว่าจริง ๆ แล้วชีวิตเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า การที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแบบไม่มีขอบเขต ชีวิตที่อยู่แบบพอเพียง อย่างที่พ่อของพวกเราบอก นั้นมีความสุขจริง ๆ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

วันที่บันทึกนี้มีเพื่อนเข้ามาเยี่ยม 7435 คน ครับ ขอบคุณผู้เยี่ยมชม ที่สะท้อนความรู้สึกดีๆ ต่อวิถีชนบท ทุกวันนี้เราแสวงหา/ไขว่คว้า กันจนลืมความสุขที่แท้จริง ช่วงหนึ่งของชีวิตเห็นอนาคตข้างหน้าที่จะต้องไขว่คว้า แล้วเราก็ปีนอย่างทุลักทุเลเพื่อเอามาให้ได้ เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง มีอะไรหลายๆ อย่างเข้ามาทำให้เรารู้สึกว่าความสุขที่แท้จริงคือ 1) การได้กินของดีที่ปราศจากสารพิษ ไม่ใช่ของดีราคาแพง ของดีที่ว่าคือข้าวที่ปลูกและสีกินเอง ไม่ต้องคลุกยาฆ่าแมลงกันมอด  ผักบนรั้วรอบบ้านเช่นตำลึง พริก ตะไคร้ ขิง ข่า  บ้างเป็นผักจากชายทุ่งชายคลอง เช่น ยอดจิก ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักกาดนกเขา ยอดขรี ดอกบอนจีน  บ้างเป็นผักจากป่ายางพารา เช่นยอดผักหวานบ้าน ผลลูกชุมไกรซึ่งแกงเลียงเวลาขบดังเผาะกรอบหวานอร่อยอย่าบอกใครเชียว   ผลไม้ที่ปลูกอย่างละสี่ซ้าหาต้น ออกผลไม่ซ้ำเวลาให้ได้กินเกือบตลอดปี  อย่างน้อยมะพร้าว4 ต้น ให้ผลอ่อนมีกินทั้งปี  เพราะรู้ว่าน้ำมะพร้วอ่อนมีประโยชน์ไง  มังคุด เงาะ ส้มโอ แก้วมังกร  สับปะรด  ของสดๆ ตามฤดูกาล  ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกไว้เพื่อกินเอง  มีผิดพลาดในการตัดสินใจนิดหน่อยที่วางแผนใช้พื้นที่ไปประมาณ 2 งาน ปลูกส้มโอ 16 ต้น  มีปีแรกปีเดียวที่ให้ผลผลิตประมาณ 500 ผล  หลังจากนั้นโดนแมลงวันทองเจาะเน่าเกือบหมด  ไม่เหลือขายซักปีเดียว  เพียงแต่เหลือจากแมลงเจาะพอมีกิน  เคยตัดสินใจว่าจะโค่นทิ้ง บังเอิญวันหนึ่งปลูกชำพันธุ์ไม้ไว้เยอะ จึงได้ใช้ประโยชน์ของร่มเงาต้นส้มโอทำเป็นเรือนเพาะชำหลังคาธรรมชาติ ไม่ต้องคลุมซาแรน ไม่ต้องทำเสา ไม่ต้องซ่อมซาแรนที่ขาดเลยเว้นไว้ใช้ประโยชน์ร่มเงาเป็นเรือนเพาะชำ   2) การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีอากาศบริสุทธิ  ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองที่มีสังคมล้วนแข่งขัน  ท่ามกลางควันพิษ  ทุกวันนี้ระบบสาธารณูปโภคที่เมืองใหญ่มี  ชนบทก็มีทุกอย่างครับ  ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์  อินเตอร์เน็ต ถนนของกรมทางหลวงชนบทที่ราดยางตลอดทั้งสาย เมื่อขับรถออกจากทางหลวงชนบท 4 ก.ม. มาขึ้นทางหลวงแผ่นดิน 4 เลนอีก 20 ก.ม. ขับรถมาทำงานด้วยเวลาเพียง 20 นาทีก็ถึงที่ทำงานครับ 3) มีสิ่งอำนวยสุขภาพที่ดี  การได้ออกกำลังกายทุกวัน เพราะแต่ละวันจะต้องง่วนอยู่กับนา และสวน ทั้งสวนยางและสวยสวย  กลางวันออกไปทำนาทำสวนนอกบ้านเป็นส่วนใหญ่ เสร็จจากนาจากสวนแบ่งเวลาบางส่วนทำสวนสวยไว้บำรุงหัวใจให้ชุ่มฉ่ำเมื่อเห็นไม้ดอกไม้ประดับงามตา  โชคดีที่ข้างๆ บ้านอีก 2 ครอบครัว รสนิยมเหมือนๆ กัน เลยคุยกันได้  แลกเปลี่ยนพันธุ์ไม้กันบ้าง หาพันธุ์ไม้ใหม่ๆ มาเผื่อแผ่กันบ้าง  ไม้ที่เขาเบื่อกำลังจะขุดทิ้ง เห็นว่ายังสวยก็ย้ายมาอยู่ที่สวนของเรา  หรือไม่ก็เขาบอกให้เราไปขุดเอาบ้าง  เลยได้สวนสวยอย่างที่เห็นครับ  การมีโรงพยาบาลที่ดีที่สุดของภาคใต้อยู่ใกล้ๆ ใช้เวลาขับรถเพียงชั่วโมงเศษ ทำให้การรับบริการสาธารณสุขที่ดีเมื่อครอบครัวและญาติมิตรป่วยไข้จึงเป็นความไว้วางใจได้จากสถานพยาบาลที่ดีที่สุดก็ว่าได้   4) การได้รับอาหารสมองที่ดี เพราะสถานศึกษาดีๆ อยู่ไม่ไกล ทั้งโรงเรียนสาธิตเพื่อให้ลูกเรียนในระดับมัธยมศึกษา  หรือการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง ด้วยการเดินทางเพียงชั่วโมงเดียว  เพราะการคมนาคมที่สะดวก ลูกหลานได้มีโอกาสเลือกเรียนหนังสือได้จากหลายสถาบันใกล้ๆ  หรือแม้แต่จะไปเรียนที่ไกลๆ ก็สามารถพูดคุยกันทางอินเตอร์เน็ตได้ทุกคืน  ด้วยความที่อินเตอร์เน็ตราคาไม่แพง  จึงเป็นแหล่งเรียนรู้ไร้พรมแดน  อยากรู้อะไรสามารถค้นคว้าได้ตลอดเวลาด้วยค่าเช่าคู่สาย 2 Mb ที่เดือนละ 360 บาท ราคาพอๆกับรับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งทุกวัน   ชีวิตคนเราถ้ามีพร้อม 4 อย่างนี้ คืออาหารดี  สิ่งแวดล้อมดี สุขภาพดีและได้รับการศึกษาที่ดี  ผมว่าน่าจะมีความสุขได้ครับ  อ้อ ! อีกอย่าง ต้องไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัวด้วยนะครับ  เพราะหนี้สินที่ล้นพ้นตัวเป็นปัจจัยบั่ทอนสุขภาพจิต  สมดังคำที่ว่า ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐครับ  ด้วยปัจจัยสิ่งแวดล้อมชนบทที่ดีกว่าในเมือง แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกับในเมือง  อยากจะเชิญชวนใครก็ได้ที่มีโอกาส  ออกไปอยู่นอกเมืองกันเถอะครับ  ขอสนับสนุนผู้เยี่ยมชมที่แสดงความคิดเห็นไว้ด้านบนครับ  อย่าซื้อบ้านจัดสรรชานเมือง ให้หาซื้อที่

อร
IP: xxx.26.20.97
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ อรเป็นคนบ้านนอกค่ะในวัยเด็กอยากจะทำกับข้าวก็เพืยงออกไปนอกบ้านเท่านั้น เพราะบ้านอรเมื่อก่อนอยู่ในโครงการพื้นที่สีเขียวของพ่อหลวง ผักปลอดสารพิษนั้นคือสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์ของหมู่บ้านที่อรอยู่สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดวัชพืชหรือแมลงเราไม่รู้จักเราใช้เพียงน้ำจากใบยาสูบและเม็ดของสะเดาที่แก่แล้วมาหมักก็ได้ยาที่ไล่แมลงที่มารบกวนพืชผักเป็นอย่างดี ส่วนปุ๋ยเราก็มีปุ๋ยหมักและขี้วัว ขี้ควาย ขี้ไก่ ขี้หมู พืชผักที่เราทานรดชาติหวานมาก ต้นก็อ่อนไม่แข็งแกร็นเหมือนสมัยนี้เวลาทานจะทราบทันทีว่าเขาใส่ปุ๋ยที่เป็นเคมี อยากทานอะไรก็ออกไปสวน สวนเราไม่มีก็ไปขอสวนข้าง ๆ บ้านก็ได้ เรามีอะไรก็แลกกัน ทำกับข้าวก็เอาไปแบ่งกันทาน หน้าลงแขกเป็นวันที่อรชอบที่สุดเพราะเราจะได้กินแกงไก่บ้านแสนอร่อย ช่วงงานบุญชาวบ้านก็จะพร้อมใจกันไปวัด ทำความสะอาด ฟังธรรม แต่..........ตอนนี้ไม่มีอีกแล้วผักปลอดสารพิษที่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัด พอพ่อเมือง ประกิต เทพชนะ ท่านย้ายไปชาวบ้านที่นำผักปลอดสารพิษ ไปขายที่หน้าศาลากลางก็โดนไล่ที่ ไม่ให้ขายผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านที่ทำไปขายตอนนี้ก็เรียกกันว่า otop ก็ไม่ได้ไปขาย ทั้งที่คำนี้จะเป็นสินค้าที่ราคาถูกแต่ตอนนี้ otop คือสินค้าที่แพงมาก ที่หมู่บ้านก็เปลี่ยนไปชาวบ้านไม่ทำนา ไม่ทำสวนปลอดสารพิษกันแล้ว ส่วนการลงแขกเกี่ยวข้าวไม่มีอีกแล้ว น้ำใจผู้คนก็หายไปพร้อมกับสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้า ยังคงเหลือก็เพียงการเข้าวัดทำบุญเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ (ยังดี)ตอนนี้อรก็มีครอบครัวแล้วกำลังปลูกบ้านและคิดว่าจะทำสวนในบ้านของตัวเองให้เป็นพืชผักสวนครัวที่เราสามารถทำเองได้ง่าย สอนให้ลูกรู้จักคำว่าพอเพียงตามพ่อหลวงของเรา และต่อไปภายภาคหน้าจะซื้อที่ไว้ทำสวนทานเอง ทำนาเพื่อมีข้าวไว้ทานเองเหมือนกันค่ะ

แต่ตอนนี้อรยังออกจากสายงานที่ทำอยู่ไม่ได้ อรเป็นผู้รับเหมาค่ะเอ่ยแค่นี้ทุกคนก็คงทราบว่าทำไมอรถึงอยากออกมาอยู่นอกเมือง ออกมาสู่ความเป็นจริง และความเป็นธรรม ธรรมะ สังคมตอนนี้ที่อรอยู่มันคือสีเทาค่ะ

ขอบคุณ คุณชนันท์มากค่ะดูบ้านคุณแล้วอรมีความสุขจังค่ะ อิจฉาคุณจริงจังเชียวค่ะ

ค้นหาตนเองให้เจอ แล้วทำในสิ่งที่รักที่ชอบ เพียงระวังอย่าให้กระทบคนอื่น ความสุขก็จะมาเองครับ สุข-ทุกข์อยู่ที่ใจ(เรา)ครับ ใช่ใครจะมาบงการได้

มีบ้าน และวิถีชีวิตที่น่าอิจฉาจริงๆ คะ คุณชนันท์

ขอให้ผลผลิตงอกงามนะคะ

      ช่วงวันที่ เม.ย-พค.54 ชีพจรลงเท้า สวนรกมาก 9 พ.ค. 54 กลับมาลุยตัดหญ้าตั้งแต่ 05.300 - 19.00 น. ภายในวันเดียวงานเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นอีก 5 วันปวดหลังปวดเอวอยู่ประมาณ 45 วัน ไม่คุ้มเลย วันหลังจะไม่ทำงานแบบนี้อีกแล้ว ทำไปเรื่อยๆดีกว่า แม้จะไหวก็ต้องพัก เพราะหักโหมแล้วผลตามมารุนแรงมาก ไม่คุ้มค่าเลย สู้ทำไปเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ เสร็จเป็นหย่อมๆ ดีกว่าเสร็จหมดแต่ระบมไปทั้งตัว

       ใครที่เกิดอาการเจ็บเอวปวดหลังหลังจากออกแรง อย่าตกใจครับ มันเกิดจากการที่กล้ามเนื้อไม่คลายตัว เมื่อใช้งานหนักๆ กล้ามเนื้อจะเครียดและส่งผลไปที่กล้ามเนื้อ เอ็นและกระดูก ถ้าไปหาหมอ เขาให้ยาคลายกล้ามเนื้อมากิน ถ้ากินยาคลายกล้ามเนื้อบ่อยๆจะกระทบกับกระเพาะอย่างรุนแรง  เป็นโรคกระเพาะรักษายากกว่าอีกครับ แล้วทรมานกว่าด้วย   บางคนพอปวดเมื่อยก็เข้านวดแผนโบราณ ก็เสียตังค์เปล่าครับ เพราะหมอนวดให้จะไม่หายหรอกครับ ที่ดีที่สุดคือพักการใช้กล้ามเนื้อชั่วคราวแล้วมันจะผ่อนคลายและหายไปเอง  เหตุการณ์ทั้งหมดที่เล่ามานี่ผมลองมาหมดแล้วครับ สังเกตดูถ้าทำงานหนักวันเสาร์-อาทิตย์  จะปวดหลังวันพุธ-พฤหัส  คือหลังจากวันทำงานหนักประมาณ 3-5 วัน  ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็จะไม่เป็นไร  ดังนั้นถ้าทำงานหนัก บ่อยๆ ร่างกายก็จะคลายตัวและยืดหยุ่นไปเอง แต่ถ้านานๆ ที อย่าหักโหมเด็ดขาด  เหมือนกับการวิ่งออกกำลังกายไงครับ  ไม่เคยซ้อมมาก่อน อยู่ๆวิ่งแบบ 100 เมตร เลย รับรองกล้ามเนื้อฉีก  แต่ถ้าค่อยๆ ซ้อมมาก่อนแล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณและคุณภาพขึ้นวันละนิด  ผลลัพธ์ก็จะดีเอง  ทำงานก็เช่นเดียวกัน อยู่ๆ ไปยกของหนักไม่ได้ ต้องวอร์มเพื่อยืดหยุ่นกล้ามเนื้อก่อน

       ลองใช้วิธีที่ผมว่า รับรองหายจากอาการปวดหลัง ปวดเอว