ความเห็น 707288

บ้านในสวน

เขียนเมื่อ 

ตอบ คุณสุทัศน์

     ต้องขออภัยที่ตอบช้าครับ  ช่วงที่งานเยอะก็ไม่ได้เข้ามาดูครับ

      1) กรณีทำสัญญาแบบจะซื้อจะขาย โดยจ่ายเงินงวดแรกก่อนครึ่งหนึ่ง  จ่ายงวดที่สองต่อไป วิธีการแบบนี้ถ้าคนขายซื่อสัตย์ ก็ไม่มีปัญหา  แต่ถ้าเขาเบี้ยว  เรายุ่งยากครับ  เข้าทำนองอ้อยเข้าปากช้างนะครับ  แล้วถ้าภายหลังเขาไยอมขายขึ้นมาแล้วก็ไม่ยอมโอนให้ด้วย ยิ่งปวดหัวหนักครับ  กัดฟันหาตังค์ให้ครบ  แล้วผ่อนหนี้กับธนาคารหรือสหกรณ์แล้วโอนให้เรียบร้อยจะดีกว่าครับ  การทำสัญญาจะซื้อจะขายควรจะทำเพื่อมัดจำเล็กน้อย เพื่อจองเท่านั้น เช่น จองเพื่อจะซื้อที่ดิน 3 แสน ในราคาจอง 5,000 บาท  ไม่ควรทำแบบผ่อนส่ง

 

2) การเขียนแบบบ้าน

  • ร่างแบบตามที่เราต้องการให้ช่างเขียนแบบดู ว่าเราต้องการลักษณะบ้านแบบไหน  ถ้าร่างไม่เป็นเอารูปแบบบ้านที่เราชอบให้ช่างดูได้เลย  ตรงไหนเราไม่ชอบเราก็บอกว่าให้เปลี่ยนไปเป็นแบบไหนก็ว่ากันไป แล้วให้ช่างสเก็ตซ์แบบให้ดูก่อน  แล้วอย่าลืมบอกงบที่มีด้วย  ไม่งั้นเขียนแบบบ้านสวยหรู ถูกใจ  แต่ตังค์ไม่พอ
  • ถ้าถูกใจและเหมาะกับตังค์ ก็ให้ร่างแบบแปลนก่อน  เพื่อให้เห็นว่าห้องนอน ห้องรับแขก ครัว ฯลฯ อยู่ตรงตำแหน่งที่ถูกหลัก ถูกใจ  (บางคนดูฮวงจุ้ยด้วย) ถ้าถูกใจก็ให้เขียนแบบได้เลย  และให้ช่างเขียนแบบ ส่งแบบให้วิศวกรคำนวณโครงสร้างให้เรียบร้อยก่อนทำพิมพ์เขียว  ตรงนี้สำคัญเพราะช่างเขียนแบบอาจจะไม่มีความรู้ทางวิศวกรรมพอ  ส่วนมากช่างเขียนแบบจะประมาณ(กะ)เอา  ซึ่งอันตรายครับ  โครงสร้างอาจวิกฤติได้(คือพังในภายหลัง)
  • แบบต้องครอบคลุม 1)รูปผังตามที่ดินของเรา เพื่อระบุว่าจะสร้างตรงไหนของ 2 ไร่นั้น  2)รูปแปลนพื้น 3)รูปด้านข้างทุกด้าน 4)ส่วนขยายต่างๆ โดยเฉพาะเสา คาน ที่สำคัญ คือ รายการประกอบแบบ ที่ไม่ต้องวาดรูปแต่บรรยายไว้ครับ
  • เพราะฉะนั้น  เมื่อได้พิมพ์เขียว  ต้อง 1)แบบถูกใจ 2)คำนวณโครงสร้างให้เรียบร้อย 3)รายการประกอบแบบครอบคลุมตามต้องการ

ตอบได้ประมาณร้อยละ 10 ของรายละเอียดครับ