วิถีชีวิตของชาวไทยมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวเรื่องการสื่อสาร ชนบทมีการพัฒนาการสื่อสารที่สะดวกทันสมัย ในรูปแบบต่าง ๆ จดหมายที่เคยใช้ ก็ลดลงกลับมาใช้การสื่อสารทางอีเมล์ เหลือเพียงการอนุรักษ์ หรือแม้แต่โทรสารก็ไม่มีรูปแบบการโทรเลขแล้ว เรานิยมใช้โทรศัพท์สื่อเสียงและโต้ตอบกันอย่างง่ายดาย
แต่ในอีมุมหนึ่งข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ที่สังคมไทยพบสิ่งประหลาดใด ๆ ก็ตามจะมีประชาชนให้ความสนใจ ถือเป็นน่าภูมิใจที่คนไทยให้ความสนใจกับสิ่งดังกล่าว เมื่อพิจาณราโดยรวมพบว่า การสนใจส่วนใหญ่เกิดจากแรงจูงใจใฝ่รวยทางลัด ชักนำชีวิตที่พึ่งพาวาสนา ที่ไม่ สามารถอธิบายในเชิงประจักษ์ เรายังเห็นภาพแห่งความเชื่อศัทธาที่ไม่สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ หรือยุคสมัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่าวิถีชีวิตทางวิทยาศาสตร์ของสังคมไทยกลับเอาสิ่งที่ตนเองไม่สามารถอธิบายได้ผลักให้เป็นเรื่องของไสยศาสตร์ หรืออวิชา แล้วลดละที่จะศึกษาให้จัดเจน
เราคงได้พบข่าวชาวบ้านแตกตื่นเรื่องมะพร้าวประหลาด ออกช่อเป็นหัวพญานาค โอกาสที่จะเป็นไปได้ในความผิดปกติก็เป็นไปตามลักษณะทางพันธุกรรมของพืชชนิดนั้น ๆ หรือแม้แต่ภาพที่ลงหน้าหนังสือพิมพ์พบร่องรอยของพญานาคบนหลังคารถยนต์ ที่มีคราบฝุ่นรอยเท้าของสิ่งมีชีวิตขนาดความกว้าง 5-6 นิ้ว ผู้สนใจก็สรุปว่าน่าจะเป็นพญานาคจริง เพื่อให้จบ ไม่มีใครคิดจะพิสูจน์ว่าร่องรอยดังกล่าวน่าจะตรงกับสิ่งมีชิวิตอะไร ประสบการณ์ของผู้เขียนเคยพบเห็นรอยเท้าดังกล่าว ขนาดเช่นกัน กว้าง 5 นิ้ว ยาวประมาณ 120 เซนติเมตร ก็แปลกใจทำไมร่องรอยดังกล่าวมันมีความสมมาตร ทั้งซ้ายและขวาและคล้ายกับสิ่งมีชีวิตร้อยขาอย่างนั้น ผมสังเกตอยู่นานเพราะว่าตรงที่พบนั้นก่อนหน้านี้ 2 ชั่วโมงมันไม่มี พอสังเกตไปรอบ ๆ ก็พบว่า เด็กอายุประมาณ 10 -12 ปี กำลังเล่นกับผีเสื้อขนาดใหญ่ประมาณความกว้าง 5 นิ้วพอดี เห็นมันพยายามที่จะตะกายเพื่อที่จะบิน ภาพร่องรอยสอดคล้องการความถี่ของการกระพือปีกผีเสื้อที่จะพยายามบินขึ้นและเคลื่อนไท่ไปข้างหน้า ก็เลยร้องอ๋อ รอยที่พบผมได้คำเฉลยอย่างทันดาเห็น แล้วคนที่เขาไม่เจอคำเฉลยล่ะ ................ มันเหมือนปาฏิหารย์อย่างนั้นเลย เขาคงคิดว่าน่าจะเป็นสัตว์ในตำนาน
ถ้าสังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ก็จะเข้าใจว่าที่ที่เรายังไม่เคยพบเห็นนั้นอาจจะไม่เป็นอย่างที่ในตำนานเล่าเพื่อให้เชื่อตามวิถีเดิม ๆ อย่างแน่นอน
เราควรจะช่วยกันหาทางส่งเสริมวิธีและปลูกฝั่งค่านิยมเชิงวิทยาศาสตร์ ดังธรรมะ คือธรรมชาติ ธรรมชาติมีกฏและการดำเนินอย่างมีระเบียบแบบแผน ที่สามารถเกิดอย่างซ้ำ ๆ ตามลักษณะของธรรมชาติวิทยาศาสตร์ ผู้เข้าใจธรรมชาติ ก็เปรียบได้แก่ผู้ที่เข้าใจธรรมะ สอดคล้องกับคำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล อย่างอัลเบิร์ดไอสไตน์