ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity / Creative thinking) บางทีก็เรียก "ความคิดริเริ่ม" (Originality)  บางทีก็เรียก "ความคิดหลายทิศทาง" (Divergent Thinking)

ถ้าเราถามว่า "จงแสดงวิธีคิดเลขข้อนี้มาให้มากวิธีที่สุดเท่าที่จะมากได้"  หรือ  "ให้คิดวิธีทดลองมาให้มากวิธีที่สุดเท่าที่จะมากได้"  หรือ "ให้ใช้ชื่อที่กำหนดให้ เขียนเรียงความมาให้มากเรื่องที่สุดเท่าที่จะมากได้" ฯลฯ  ก็จะได้ "จำนวนคำตอบหลายคำตอบ"

"จำนวนคำตอบ" ยิ่งมากเท่าไร  ก็จะยิ่งได้คำตอบที่ "แปลก ใหม่" เสมอ  จำนวนคำตอบที่น้อยๆ จะมีโอกาสได้คำตอบแปลๆใหม่ น้อยมาก หรือไม่มีเลย

"จำนวนคำตอบ" กับ "คำตอบใหม่" จะมีสหสัมพันธ์กันสูงยิ่ง

แต่จำนวนคำตอบ จะเกิดจาก "ความคิดหลายทิศทาง" หรือ Divergent Thinking

นั่นคือ ความคิดหลายทิศทาง จะทำให้ได้ "คำตอบใหม่" หรือ "คำตอบริเริ่ม"  หรือ "คิดริเริ่ม"

ดังนั้น เราจะพูดว่า "คิดริเริ่ม"  หรือ "จำนวนคำตอบ" หรือ "คิดหลายทิศทาง"  ต่างก็หมายถึงความสามารถเดียวกันคือ "ความคิดสร้างสรรค์" ก็ได้ครับ

คนที่เก่งทางศิลปะ  ก็จะ "คิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ"  คนที่ถนัดทางคณิตศาสตร์ก็จะ "คิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์"  คนที่ถนัดทางวิทยาศาสตร์ก็จะ "คิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์"  ถ้าเขาเก่งทางแพทย์  เก่งทางเกษตร  เขาก็จะ "คิดสร้างสรรค์ทางแพทย์  ทางเกษตร"  ฯลฯ  ถนัดทางไหน  ก็คิดสร้างสรรค์ทางนั้น

เมื่อเขา "สร้างสิ่งใหม่" ขึ้นมาแล้ว  เขาก็จะ "วิจัย" (R) และ "พัฒนา" (D) ทำให้ได้สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ  เป็น "สินค้า" ใหม่ๆ มากมาย

R & D จึงต้องพึ่งพวกเขา

R & D ต้องพึ่ง CREATIVE THINKER !