<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในปัจจุบัน เรากำลังมีปัญหาวิกฤติการขาดความรู้ที่ถูกต้อง แม้ความรู้และภูมิปัญญาเดิมที่เคยเป็นประโยชน์ ก็ยังกลับกลายเป็นโทษไปก็มี</p><p>  ในอดีต เรายกย่องการตัดไม้ ถางป่า ที่สามารถเปลี่ยนแปลง ระบบป่าไม้ ที่เป็น พิษ ในยุคอดีต เช่น ไข้ป่า สัตว์ร้ายต่างๆ และความห่างไกลจากความเจริญ มาเป็น สิ่งที่สะดวก ต่อการทำงาน และ ทรัพยากร ในการผลิตอาหาร ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม ได้มากขึ้น   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่เมื่อเราใช้ภูมิปัญญาเรื่องนี้ผสมเข้ากับเทคโนโลยี และความรู้จากโลกตะวันตกในเขตอบอุ่น เราก็ทำให้ระบบนิเวศถึงแก่กาล ล่มสลาย ได้ในระยะเวลาอันสั้น เพียงไม่เกิน ๕๐ ปี จากความ อุดมสมบูรณ์ กลายเป็นความ เสื่อมโทรม ทีทำให้เราต้องดิ้นรนหา เทคโนโลยี ต่างๆมาแก้ไข แต่ก็เห็นมีแต่ซ้ำเติมให้หนักมากขึ้นไปอีก ตลอดเวลา</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การดิ้นรนของเราและเกษตรกรก็ไม่คลาดสายตาของผู้หวังดี แต่ประสงค์ร้าย อย่างนักธุรกิจที่ค้าขาย สารพิษ และ เทคโนโลยีที่เป็นพิษ รวมทั้งการกระพือโหมของภาคราชการในการสนับสนุนการใช้ความรู้ที่ เป็นพิษ จึงทำให้เรากำลังใช้ ความเป็นพิษ อย่าง เมามัน ขาดความยั้งคิด ขาดความรู้ หรือ ไม่มีเวลาที่จะคิด ไม่คิดที่จะเรียนรู้ คิดแต่จะรับรู้ เอาแต่ความรู้ที่เป็นพิษ ไปใช้อย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการเสพ ยาบ้า ที่ต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายทนไม่ไหว แล้วก็ปล่อยให้แตกดับไปตามครรลอง ของระบบการใช้สารพิษ และความรู้ที่เป็นพิษ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อฤดูฝนที่แล้ว มีโศกนาฏกรรม ที่อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา พ่อจันทร์ทีประทุมภา ปราชญ์ชาวบ้านแห่งเมืองย่าโม ได้เล่าให้ผมฟังว่า มีการใช้ยาคุมหญ้าในแปลงนาหว่าน แต่บังเอิญฝนตกหนักท่วมเมล็ดข้าวตายหมด เจ้าของนาก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนเป็นนาดำทันที โดยการไปขอกล้าญาติพี่น้องมาดำนาที่ขังน้ำนั้นในวันรุ่งขึ้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><div style="text-align: center"></div></p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผลปรากฏว่ามีญาติไปช่วยดำนา ๕ คน กับแรงงานในครัวเรือนอีก ๓</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พอดำไปได้สักพัก คนที่ดำนาก็มีอาการแพ้ยา แล้วไปนอนพักที่กระท่อม (เถียงนา) แล้วตายไป ๒ ที่เหลือไปตายที่โรงพยาบาลอีก ๕ หมดกันทั้งกลุ่ม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่คนฟังหรือรู้ก็ยังคิดว่า คนทั้ง ๘ ที่ตายด้วยสารพิษนั้น ไม่ฉลาด ใช้ไม่เป็น ก็เลยต้องสังเวยชีวิตไป</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วคนที่ไม่ตายทันทีแบบนั้นล่ะ เขาจะจับปลาแถวๆนาที่สะสมสารพิษ แต่ยังไม่ตายไปรับประทานกันหรือไม่ หรือข้าวที่เขาปลูกเพื่อบริโภคเหลือขาย จะดูดซับเอาสารพิษไปไว้ในข้าว มากน้อยเพียงไร</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมเคยไปสัมภาษณ์เกษตรกรที่ทำนาปีละ ๓ ครั้ง เขตภาคเหนือตอนล่าง ผมถามเขาว่า การที่เขาใช้สารพิษมากๆในการปลูกข้าวนั้นเขาไม่กลัวหรือ เขาตอบว่า เขาจะไม่ทานข้าวที่เขาปลูกเอง แต่จะขายทั้งหมด ผมถามต่อว่า แล้วเอาข้าวที่ไหนทาน เขาบอกว่า ซื้อมาจากตลาด ผมก็ถามต่อว่า แล้วทำไมไม่กลัวข้าวที่มาจากตลาด เขาบอกว่า สารพิษที่ใช้คงจะจางๆไปแล้ว ไม่น่าจะเป็นพิษมากเหมือนข้าวที่เขาปลูกขายเอง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ผมฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขาคิดเช่นนั้น เขาขี้เกียจ หรือเขาไม่มีทางออกจริงๆ หรือเขากำลังทนอยู่กับความรู้ที่เป็นพิษกันแน่</p>  ฟังแล้วเศร้าๆทั้งนั้นเลยครับ กับความรู้ที่เป็นพิษ เทคโนโลยีที่เป็นพิษ และสารพิษในระบบชีวิตเรา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อไหร่เราจะหนีได้ หรือ แม้แต่ตายก็ยังต้องเผชิญ ความเป็นพิษ ต่อไปเช่นเดิม</p>  เฮ้อ………เหนื่อย จริงๆ