GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิธีคำนวณรายได้ (ค่าตัว) ของคุณเอง : ชำแหละโฆษณาเชิญชวนทำธุรกิจ.....!!!!!!

คุณต้องทำธุรกิจของตัวเอง ไม่มีใครร่ำรวยจากการทำงานให้คนอื่น
ณัฐฐิยา เป็นพนักงานบริษัท ทำงานฝ่ายบุคคล และปีนี้เธอเป็นพนักงานดีเด่นของบริษัท

วันหนึ่ง เธอได้รับมอบหมายให้คำนวณเงินเดือนให้กับพนักงานทั่วไป เธอก็ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ซึ่งเธอทำเป็นประจำทุกเดือนเป็นปกติและทำเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่มีคนหนึ่งที่เธอไม่เคยคิดที่จะทำเลย

นั่นคือ ตัวเธอเอง
แล้ววันหนึ่งเองเธอก็ลองคิดเล่นๆเพราะว่าเธอได้รับบางสิ่งบางอย่างที่เพื่อนส่งมาให้จาก


1 เดือน มี 4 สัปดาห์
1 สัปดาห์มี 7 วัน
1 วันมี 24 ชั่วโมง

กิจวัตรทุกวันที่เธอทำคือ ตื่นนอน 6.00 น.
เข้าทำงาน 9.00 -17.00 น. กลับถึงบ้าน 20.00 น.
ทำงาน จ-ศ 5 วัน/ สัปดาห์
สิ้นเดือนรับเงินเดือน 25,000 บาท(มั่นคงทุกๆเดือน)

 
วิธีคำนวณ

ทำงานวันละ 8 ช.ม./วัน (เป็นอย่างน้อย) ทำงาน 5 วัน/ Wks
เวลาที่ใช้ในการทำงาน 8 x 5 x 4 (ไม่รวมเดินทาง) เท่ากับ 160 ช.ม./เดือน
เงินเดือน 25,000 บาท/เดือน
 

25,000 บาท/เดือน เท่ากับ156.25 บาท/ ช.ม.
160 ช.ม./เดือน

สรุป ชีวิตเธออยู่นอกบ้าน เพื่อทำงานให้คนอื่น เสียเวลาไป อย่างน้อย 12 ช.ม./ วัน เพื่อรับงานเงินเดือน 25,000 บาท ช.ม.ละ 156.25 บาท คุณทราบไหมคะว่าหลังจากที่เธอคำนวณเสร็จ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ

เธออึ้ง และ น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว แต่เธอเห็น สัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้เธอทำงานให้กับนายจ้างฟรีๆ เพราะค่าตัวเธอถูกกว่า รองเท้าที่เธอใส่ด้วยซ้ำ (199บาท) วันรุ่งขึ้นเธอเดินเข้าไปหาผู้จัดการ พร้อมซองขาว เพราะเธอเข้าใจกับคำว่า

"คุณต้องทำธุรกิจของตัวเอง ไม่มีใครร่ำรวยจากการทำงานให้คนอื่น" ที่เพื่อนเธอส่งมาให้เธอ


แล้วคุณล่ะคะ เคยคิดที่จะคำนวณค่าตัวของตัวคุณเองบ้างมั๊ย .....ว่างๆลองดูนะคะ
โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเท่านั้น  คลิ๊ก......







ข้อความที่ยกมานั้น นำมาจากอีเมล์ที่ส่งต่อกันมาถึงนายบอน ซึ่งคล้ายๆกับเมล์ที่ส่งมาเชิญชวนร่วมธุรกิจอื่นๆอีกหลายฉบับ ซึ่งนายบอนก็ลบทิ้งไป

มีเพื่อนหลายคนสนใจเมล์ในลักษณะนี้ และติดต่อไปยังที่อยู่ที่ให้มา เข้าร่วมธุรกิจกับผู้ชักชวน เพื่อนบางคนล้มลุกคลุกคลาน แต่บางคนมีรายได้ที่ดีกว่าเดิม...

คนที่มีรายได้ดีกว่าเดิมเพราะได้งานใหม่ ไม่ใช่งานจากการไปร่วมธุรกิจกับผู้ชักชวนนะครับ แต่เป็นการค้นพบตัวเอง และมีกิจการของตัวเองขึ้น


จากวิธีการคำนวณดังข้อความที่ยกมาข้างต้น คงทำให้ผู้อ่านหลายท่าน สามารถที่จะคำนวณค่าตัวต่อชั่วโมงในการทำงานของคุณเองได้ ว่าคุณทำงานได้ค่าตัวชั่วโมงละกี่บาท


คุณคำนวณแล้ว มีความรู้สึกอึ้ง น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว และเห็นสัจธรรมอย่างข้อความที่ยกมาหรือเปล่าครับ




เธออึ้ง และ น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว แต่เธอเห็น สัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้เธอทำงานให้กับนายจ้างฟรีๆ เพราะค่าตัวเธอถูกกว่า รองเท้าที่เธอใส่ด้วยซ้ำ (199บาท) วันรุ่งขึ้นเธอเดินเข้าไปหาผู้จัดการ พร้อมซองขาว เพราะเธอเข้าใจกับคำว่า

ประเด็นชวนคิด


1. คนเราทุกคนมักจะสนใจเรื่องราวของตัวเองเป็นหลัก จากข้อความที่ยกมา “เธอได้รับมอบหมายให้คำนวณเงินเดือนให้กับพนักงานทั่วไป   แต่ไม่เคยคิดคำนวณเงินเดือนของตัวเองเลย”  ในความเป็นจริง หลายคนมีภาระค่าใช้จ่ายมากมาย  คนที่ทำงานได้เงินเดือนถึง 25,000 บาท คงไม่คิดไม่ได้แล้ว

2.จากข้อความที่ยกมา ที่ว่า ค่าตัวเธอ (156.25 บาท/ ช.ม.) ถูกกว่า รองเท้าที่เธอใส่ด้วยซ้ำ (199บาท) ข้อความที่โฆษณาชวนเชื่อมีหลักคิดที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง แม้แต่ผู้ใช้แรงงานที่กาฬสินธุ์ยังไม่คิดเปรียบเทียบเช่นนี้ มีแต่คิดเปรียบเทียบเงินเดือนกับคนอื่น ไม่มีใครเปรียบเทียบค่าแรงตัวเองกับราคารองเท้า

3. ตัวเลขเปรียบเทียบที่ยกมาใช้จูงใจ และข้อเสนอใหม่ที่ได้รับหลังทำการติดต่อไป จะทำให้ผู้สนใจร่วมธุรกิจเกิดความหวังครั้งใหม่ กับตัวเลขและค่าตัวที่สูงกว่าเดิม

4. หลายคนมีเป้าหมายของชีวิตอยู่ที่การหาเงินให้ได้มากๆ และคิดว่าความสุขจะตามมา  แต่เมื่อเดินไปสู่เส้นทางเหล่านั้นแล้ว รายได้ที่เพิ่มขึ้น และเป้าหมายการทำงานที่ต้องเป็นไปตามกราฟที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ  หลายคนจึงมีเป้าหมายอยู่ที่การทำตามเป้าหมายของเจ้าของธุรกิจนั้นมากกว่าเป้าหมายของตัวเอง

5. คนเราทำงานมากขึ้น หาเงินได้มากขึ้น แต่การมอบความรักและความอบอุ่นในครอบครัวกลับลดลง

6.จากข้อความที่ยกมา “....เธอเห็น สัจธรรมอย่างหนึ่งว่า ทุกวันนี้เธอทำงานให้กับนายจ้างฟรีๆ ......”  ความจริงแล้ว ไม่ฟรีนะครับ ถ้าทำงานอย่างเต็มที่ ย่อมจะได้รับทักษะ ประสบการณ์ในการทำงาน การตัดสินใจ การแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย

7. การทำธุรกิจของตัวเองนั้น ตัวคุณเองย่อมเป็นผู้คิดริเริ่ม ลงทุน ตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ข้อความที่หยิบยกมา เป็นกลยุทธการโฆษณา ที่โน้มน้าวด้วยข้อความ “คุณต้องทำธุรกิจของตัวเอง ไม่มีใครร่ำรวยจากการทำงานให้คนอื่น" แล้วข้อความตอนท้ายให้คลิกดูรายละเอียด

ข้อความก็บอกชัดเจนแล้วว่า ไม่มีใครร่ำรวยจากการทำงานให้คนอื่น จากการอ่านข้อความที่เชิญชวนให้คุณออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ภายใต้ธุรกิจใหญ่ของผู้ชักชวน...


เป็นการใช้ถ้อยคำสละสลวยที่เป็นการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมในธุรกิจของคนอื่นอย่างแนบเนียน... ที่ทำให้ผู้สนใจเกิดความรู้สึกว่า นี่คือธุรกิจของคุณเอง ทั้งๆที่เป็นธุรกิจของคนอื่น!!!!!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 76299
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

ชอบมากครับ วิเคราะห์ได้เป็นฉากๆเลย

บางคนเค้าทำงานไม่ได้หวังเงินเดือนด้วยซ้ำไปเนอะ ทำเพียงเพราะชอบ  ดีซะอีก ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ แถมได้เงินติดกระเป๋ากลับบ้านด้วย     

สวัสดีครับ madster
   ถ้าจะว่ากันตามสภาพสังคมในปัจจุบัน  ในยุคบริโภคนิยมคงจะนึกถึงเรื่องเงินเ็ป็นใหญ่ แต่หลายคนคำตอบไ่ม่ได้อยู่ที่เงินครับ
ไอ้ที่คำนวนเงินเดือนไม่ชอบหรอก ชอบวิธีคิดในตอนหลังมากกว่าครับ

ค่าแรงขั้นต่ำเขาคำนวนต่อวันน่ะ
ผู้หญิงคนนี้ได้เงินวันละ 1,248 บาท

เยอะกว่ากรรมกรแบกหามเงินเดือนขั้นต่ำ 6 คน

สงสารคนที่โดนหลอกไปเสียเงินให้พวกหน้าด้านพวกนั้นจริง ๆ 

สวัสดีครับ เจ้าชายน้อย
    หลายคนมักจะหลงเชื่อการคำนวณเงินเดือน แต่ไม่ได้คิดให้รอบคอบกัน
  บล็อกของคุณ..สวยนะครับ มีเรื่องน่าอ่านเยอะจริงๆ
 
สวัสดีครับ คุณ lsts
  เยี่ยมครับ แสดงว่า จับผิดข้อความจากเมล์นี้ได้อีก 1 ประเด็นแล้ว

ถ้าเรายังอยู่ในโลกของเงินเป็นสื่อกลาง การแลกเปลี่ยนละก็ หนีไม่พ้นคำว่า ออกแรงใช้สมองทำงานหรอก ไม่ว่าคุณจะทำให้คนอื่น หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ถ้าคุณตั้งโจทย์ชีวิตของตัวเอง และตอบได้มันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ยกตัวอย่างนะ

คุณตั้งโจทย์สิว่า งานอะไรที่ทำให้วิถีชีวิตเราดีขึ้น

ได้สิ่งที่คุณต้องการหรือเปล่า ถ้าได้ ก็ทำต่อไป ถ้าไม่ได้ ก็ลองมองหาดูใหม่ ไม่ยากเกินความสามารถหรอก

สวัสดีครับ คุณ เด็กเดินอะไหล่ จน เครียด มีกิ๊ก
  บางที่งานก็หายากนะครับ หลายคนต้องทนทำงานดีกว่าตกงาน ถ้าตกงานชีวิตจะยิ่งแย่มากกว่าเดิม

  งานอะไรที่ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น คำตอบคงอยู่ที่ความพอใจของแต่ละคน บางคนมองว่า งานช่างก่อสร้างไม่ดี แต่ช่างก่อสร้างบอกว่า นี่แหละดีแล้ว เพราะถ้าไม่ทำงานนี้ ก็ไม่รู้จะไปทำอะไรกิน

 ความต้องการของหลายคนก็ไม่เหมือนกันอีก เฮ้อ ปวดหัวครับ