ท้อใจ เกือบไม่เขียนบันทึกนี้แล้วครับ ว่าไปจวนจบ  ลงรูปเรียบร้อย 3 รูป จัดวางอะไรให้น่าอ่าน และแล้วเกิดอะไรไม่ทราบได้ ข้อมูลก็หายไปหมด ไม่ทันได้สั่ง บันทึก เป็นแบบเดียวกันมาแล้วถึง 2-3 ครั้ง  แต่ก็อดไม่ได้ครับ  ขอลองอีกรอบ

        การตระเวนเยี่ยม นักศึกษาตามโครงการพัฒนาผู้บริหารฯ ให้ได้รับวุฒิ ป.บัณฑิตการบริหารการศึกษา ซึ่งมาจากโรงเรียนใน กทม.และปริมณฑลนั้น ผมไปมาแล้ว 2 ครั้งคือในวันที่ 30 มค. 50  และล่าสุดก็ในวันที่ 1 กพ. ที่ผ่านมาครับ ไปมาแล้ว 8 โรงเรียน มีอะไรน่าสนใจมากมาย  เช่นในวันแรกได้พบกับโรงเรียนเล็กในพื้นที่แคบๆ แต่เขียวขจีอยู่ในวัดหัวลำโพง ชื่อโรงเรียนพุทธจักร มีความโดดเด่นมากมายหลายด้าน ชนิดน่าตามไปดู ที่นี่มีตัวป้อน คือนักเรียนที่ส่วนใหญ่มาจากชุมชนแออัดย่านคลองเตย  มีปัญหามากมายให้ครูและผู้บริหารได้สู้ แบบน่าชื่นชม  ขณะที่เราจบกิจกรรมวันนั้นที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่พญาไท โรงเรียนชั้นเยี่ยมที่มีตัวป้อนชั้นยอด เข้าสู่ระบบ  ต่างกันลิบลับครับ  แต่บุคลากรของทั้งสองโรงเรียนต่างก็ต้องเหนื่อยพอกัน เพียงแต่เหนื่อยคนละแบบเท่านั้นเอง

        แต่ที่จะนำมาฝากในวันนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นมาจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งครับ

      ป้ายโรงเรียนครับ 




      สังเกตดูที่นี่ ทั้งผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่ อยู่กันเหมือนครอบครัว  มีรอยยิ้ม และสีหน้าแววตา บ่งบอกถึงความสงบ  เยือกเย็นใจ  การต้อนรับพวกเราก็ทำกันเหมือนรับแขกเข้าบ้าน ไม่เหมือนที่ใดที่เคยพบมา  ครูที่เป็นนักศึกษาตามโครงการก็พูดหลายครั้งว่าอยู่ทำงานที่นี่อย่างมีความสุข ทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง  มีอะไรก็ช่วยกันเหมือนครอบครัว  เท่าที่สังเกต เด็กๆนักเรียนก็ดูจะมีความสุขกันดีมาก ภายในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและร่มรื่น ของโรงเรียน

                  เด็กๆ สดชื่น แจ่มใส ภายในโรงเรียน
 

 


                จุดเน้น ที่ เห็นชัด 

 

       โรงเรียนพิพัฒนา เป็นโรงเรียนเอกชนประเภทประถมศึกษาสังกัด สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นก่อนประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2506 โดยมี ร.ต.เสรี โอสถานุเคราะห์ เป็นผู้รับใบอนุญาต ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้การศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการและเป็นคนดี มีคุณธรรมประจำใจ และเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระจากรัฐบาลในด้านการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาและประถมศึกษา ซึ่งต่อมาใน วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ได้โอนกิจการให้กับบุตรสาว คือ นางสาวเกสรา โอสถานุเคราะห์ เป็นผู้รับใบอนุญาตและดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน 

       ตอนแรกผมชักสงสัยว่าทำไม  และเกิดอะไรขึ้นที่นี่ แต่แล้วก็สงสัยน้อยลงครับเมื่อสอบถามได้ความว่า ท่านผู้อำนวยการของโรงเรียนชื่อ ศาสตราจารย์กิตติคุณอำไพ  สุจริตกุล  และจากปรัชญาของโรงเรียนที่ว่า "ความรู้ ต้อง คู่คุณธรรม" ท่านผู้อำนวยการ ยังได้เคยรจนาบทกวีไว้อย่างมีความหมาย และน่าสนใจว่า ...

   เมื่อความรู้ ยอดเยี่ยม สูงเทียมเมฆ
แต่คุณธรรม ต่ำเฉก  ยอดหน้านั่น
อาจเสกสร้าง มิจฉา สารพัน
ด้วยจิตอัน ไร้อาย ในโลกา
 
   แม้คุณธรรม สูงเยี่ยม ถึงเทียมเมฆ
แต่ความรู้ ต่ำเฉก เพียงยอดหญ้า
ย่อมเป็นเหยื่อ ทรชน จนอุรา
ด้วยปัญญา อ่อนด้อย น่าน้อยใจ

   หากความรู้  สูงล้ำ คุณธรรมเลิศ
แสนประเสริฐ กอปรกิจ วินิจฉัย
จะพัฒนา ประชาราษฎร์ ทั้งชาติไทย
ต้องฝึกให้ ความรู้ คู่คุณธรรม

    
ชอบมั้ยครับ  เห็นด้วยมั้ยครับ  ถ้าชอบและเห็นด้วย ก็มาช่วยกันเถอะครับ  คนละไม้คนละมือ  ทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้ คำว่า ความรู้ คู่คุณธรรม  ปรากฏเป็นจริงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น.

( ภาพทั้งหมดถ่ายด้วยกล้อง ในโทรศัพท์มือถือ .. ทนๆดูหน่อยก็แล้วกันนะครับ )