GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย” (Unity in Diversity) แ

แม้ว่าความเจริญทางวิทยาการและเทคโนโลยี่จะทำให้มนุษย์มีความเจริญตามๆกันมาจนเกือบจะเหมือนๆกันไปหมด แต่ขณะเดียวกันโลกยุคปัจจุบันก็เป็นโลกแห่งความแตกต่าง, หลากหลาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามระหว่างเชื้อชาติและศาสนาในขณะนี้

1.      เอกภาพท่ามกลางความหลากหลาย ( Unity in Diversity ) แม้ว่าความเจริญทางวิทยาการและเทคโนโลยี่จะทำให้มนุษย์มีความเจริญตามๆกันมาจนเกือบจะเหมือนๆกันไปหมด แต่ขณะเดียวกันโลกยุคปัจจุบันก็เป็นโลกแห่งความแตกต่าง, หลากหลาย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ความขัดแย้งและสงครามระหว่างเชื้อชาติและศาสนาในขณะนี้

2.      ความหลากหลาย ( Diversity ) ในปัจจุบันเรามีความหลากหลายต่างๆที่สำคัญอันเป็นจุดอ่อนไหวต่อความขัดแย้ง เช่น

2.1 ความเชื่อในศาสนา แม้แต่ในศาสนาเดียวกันก็ยังมีความแตกต่างระหว่างนิกาย เช่น หินยาน-มหายานในศาสนาพุทธ, สุหนี่-ชีอะห์ ในศาสนาอิสลาม, โปรแตสแตนท์-โรมันคาธอลิก ในศาสานาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีลิทธิต่างๆ เช่น โยเรห์, พลังจักรวาล, โอมชินรีเกียว  

2.2  การเมืองการปกครอง ประชาธิปไตย-สังคมนิยม-คอมมิวนิสต์-เผด็จการ ความแตกต่างนี้มักเป็นเหตุสู่สงครามแย่งชิงดินแดน, เรียกร้องเอกราช, การรุกราน, ก่อการร้าย

2.3  ระบบเศรษฐกิจ ทุนนิยม, ตลาดการค้าเสรี, ผูกขาด, รัฐวิสาหกิจ, สังคมนิยม มักนำไปสู่การกีดกันทางการค้า ปลา

     ใหญ่กินปลาเล็ก เพื่อผลประโยชน์ของตนเองให้มากที่สุดเป็นที่ตั้ง 

2.4  เชื้อชาติสีผิว ความแตกต่างนี้ถูกมองในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยยกตัวเองว่าเป็นชาติพันธุ์ที่เหนือกว่า นำ

     ไปสู่ความพยายามทำลายล้างเผ่าพันธุ์ที่ตนรังเกียจ

2.5   วิถีการดำเนินชีวิต คนในสังคมเมืองใหญ่เมืองหลวง มีการดำเนินชีวิตที่ต่างจากสังคมชนบทที่มองว่าด้อยพัฒนา แต่กลับเป็นสังคมที่ยังเอื้ออาทรต่อกันมากกว่าคนในเมืองใหญ่ที่ต่างคนต่างอยู่   

2.6  ค่านิยมที่แตกต่าง ปัจจุบันคนให้ความสำคัญค่านิยมต่อความเจริญทางวัตถุมากกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น ยอมเสียตัวเพื่อแลกกับมือถือ, ได้เสียก่อนแต่งเป็นเรื่องธรรมดา, มีชู้ กิ๊ก เป็นเรื่องที่ใครก็ทำกัน, เน้นเสรีภาพส่วนตัวมากจนกล้าเปิดเผยว่าตนเป็นเกย์, ตุ๊ด, เพศที่สาม

2.7    วิสัยทัศน์ที่แตกต่าง ทุกยุคทุกสมัย เรามักจะเผชิญกับวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน ในแง่อนุรักษ์นิยมกับสมัยใหม่นิยม ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์พยายามรักษาระบบระเบียบประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนาน กลุ่มสมัยใหม่นิยมก็พยายามจะเปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ สิ่งที่น่าสังเกต คือ บางครั้งคนที่อายุมากกลับมีวิสัยทัศน์แบบสมัยใหม่ คนที่อายุน้อยกลับกลายเป็นพวกอนุรักษ์นิยมไปได้เหมือนกัน 2.8    ความต้องการที่ไม่เหมือนกัน แต่ละคนย่อมต้องการสิ่งที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเงินทอง, ชื่อเสียง, การยอมรับ ขณะที่บางคนต้องการเพียงความสุขในใจที่ได้ทำในสิ่งที่ดีและถูกต้องเพื่อคนอื่น 

2.9  วิธีการที่นำไปสู่จุดหมาย ต่างคนต่างใช้วิธีการที่ต่างกันในการทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ หลายครั้งทีเดียวที่เราต่าง 

     ขัดแย้งเรื่องวิธีการที่แตกต่าง แม้ว่าจะเห็นด้วยกันในจุดมุ่งหมายเดียวกันก็ตาม

     2.10 การสื่อสารที่ต่างกัน แต่ละคนมีทักษะในการสื่อสารต่อผู้อื่นที่ไม่เหมือนกัน บางคนมีความรู้มากแต่สื่อสารแล้วคน

            อื่นสับสนเข้าใจผิด บางคนพูดเข้าใจดีแต่ข้างในคิดร้าย บางคนพูดจาแข็งกระด้างแต่มาจากความจริงใจ     3.      เอกภาพ (Unity) คือ ความสมานฉันท์สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก่อให้เกิดเอกลักษณ์และพลังแห่งความร่วมมือ จึงขอเสนอแนวทางในการสร้างเอกภาพท่ามกลางความขัดแย้ง ดังนี้

3.1    มุ่งเน้นเป้าหมายเดียวกัน โดยหลีกเลี่ยงการโต้แย้งเรื่องความแตกต่าง พยายาม รักษาจุดร่วม สงวนจุดต่าง โดยย้ำเน้น สิ่งที่เหมือนกัน เป็นตัวเชื่อมให้เกิดเอกภาพ เช่น ความเป็นคนเหมือนกัน, เกิดเป็นคนไทยเหมือนกัน, ทำงานที่เดียวกัน, กินข้าวหม้อเดียวกัน กระตุ้นให้เกิดความตระหนักว่าเราไม่ต่างกันมาก

3.2    เรียนรู้จากธรรมชาติ เพื่อช่วยในการยอมรับความแตกต่างหลากหลายว่าเป็นสีสันของชีวิต มองว่าเป็นสิ่งที่เสริมสร้างให้เกิดความสวยงามตามธรรมชาติ เช่น รุ้งมี 7 สี, สัตว์มีหลายชนิด, อวัยวะในร่างกายคนเรามีต่างๆกันภายใต้ร่างกายเดียวกัน เพื่อให้เกิดความตระหนักว่าแต่ละสิ่งแม้ว่าต่างกัน แต่ก็มีความสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกัน 

3.3     ปลูกฝังค่านิยมแห่งการยอมรับนับถือคนอื่นที่มีศักดิ์สรีของความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันตั้งแต่เด็ก หลีกเลี่ยง

      การแบ่งชั้นวรรณะหรือการดูถูกดูหมิ่นคนอื่นที่เกิดมาต่างกัน, ด้อยกว่า, มีโอกาสน้อยกว่า

3.4     เรียนรู้ที่จะยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างไม่มีอคติ เปิดใจให้กว้าง เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล พยายามฟังดูว่าความคิดเห็นของผู้นั้นจะนำไปสู่จุดมุ่งหมายได้อย่างไร แม้ว่าจะแตกต่างไปจากความคิดเห็นของเรา

3.5     เน้นการอบรมสั่งสอนให้คนเห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ปลูกฝังความมีวินัย,การเสียสละเพื่อส่วนรวม ขจัดความเห็นแก่ตัว แม้ว่าจะอยู่ในกระแสแห่งการแข่งขัน ตั้งแต่สอบเข้าอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ไปถึงการสมัครเข้าทำงาน, เลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่ง

3.6    เรียนรู้ที่จะพยายามเข้าใจคนอื่นที่มีปมด้วยในเรื่องใดๆก็ตาม แม้เขาพยายามแสดงปมเด่นที่จะลบปมด้อยที่มีอยู่ เรียนรู้ที่จะให้กำลังใจ ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น ส่งเสริมข้อดีของเขา และช่วยเขาพัฒนา/ปรับตัวกับปมด้อยเหล่านั้นอย่างไม่ขมขื่น 

3.7    ฝึกฝนให้มองโลกมองคนในแง่ดี โดยใช้ความจริงใจบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้ที่จะไวต่อคนประเภทหน้าเนื้อใจเสีย, หน้าไหว้หลังหลอก, คดในข้องอในกระดูก เพื่อเราไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนเหล่านี้

3.8    สร้างค่านิยมและระบบการทำงานร่วมกันเป็นทีม มากกว่าการติดยึดกับคนๆเดียว เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบร่วมกัน ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ

3.9    เรียนรู้ในการให้อภัย ให้โอกาสคนที่ทำผิดพลาด เมื่อเขาสารภาพผิดคิดกลับตัวให้เขามีโอกาสแก้ตัวใหม่ ได้เริ่มต้น

      ทำสิ่งที่ดีให้สังคมต่อไป ตามภาษิตว่า ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม

3.10 เรียนรู้ที่จะร่วมมือกันบนพื้นฐานแห่งด้วยความรักความเข้าใจ,การให้เกียรติกันและกัน มากกว่าเรื่องของผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนใดๆที่เป็นแรงจูงใจให้มาร่วมกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): มิตรภาพ
หมายเลขบันทึก: 76278
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)