เนื่องด้วยข้อคิดเห็นของ ดร. แสวง รวยสูงเนิน  จากบันทึกก่อนหน้านี้บันทึก การเรียนรู้จากภายใน (Inside out) ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น   ทำให้ผมต้องเขียนรายละเอียดเพื่อแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม ตามประสบการณ์ที่ผมได้เรียนรู้จากกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน   


  <p></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ภาพ : เด็กชายหญิงบนดอยกำลังดูรถยนต์ของเล่นคันเล็กๆ ของเล่นแปลกใหม่ที่พวกเขาไม่ค่อยได้เห็นบ่อยครั้งนัก บนดอยสูง</p> ……………………………………. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บันทึกก่อนผมได้เขียนเกี่ยวกับ กระบวนการเรียนรู้ผ่านการวิจัยเพื่อท้องถิ่น เน้นการเรียนรู้ในท้องถิ่น เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาที่เป็นการพึ่งตนเองของท้องถิ่น สรุปความได้ว่า การเรียนรู้ตนเองเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะการรู้ตนเอง นำพาไปสู่การเติมเต็ม การแก้ปัญหาท้องถิ่นได้อย่างสอดคล้องกับสภาวการณ์ แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะชุมชนไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว การรวมอยู่เป็นสังคมจำเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารในระบบเปิด ปัจจัยต่างๆข้างนอกย่อมมีผลอย่างมากกับการเป็นไปของชุมชน…และนำมาซึ่งความอ่อนแอของชุนได้ เมื่อรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  กระแสโลกาภิวัฒน์ที่เชี่ยวกราก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นักพัฒนาและพี่เลี้ยงโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น ตระหนักในส่วนของ กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนอย่างเข้มข้น และเป็นธรรมชาติ และขณะเดียวกันก็เรียนรู้การเป็นไปของโลกเคียงคู่กันไป</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรียนรู้ตนเอง เรียนรู้โลก เพื่อการสร้างสรรค์ปัญญาในการพัฒนาท้องถิ่น  เพื่อการอยู่รอดของท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ความรู้ข้างนอก …การทำความเข้าใจอย่างละเอียด ทำให้ท้องถิ่นสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างทันท่วงทีและอย่างชาญฉลาด แทนที่กระแสที่รุนแรงจะมาทำให้ชุมชนอ่อนแอ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นบทเรียนเพื่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หากเอาเป้าหมายสุดท้าย (Ultimate goal) ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น อันได้แก่ การเสริมพลังอำนาจของชุมชน (Empowerment) เราต้องวิเคราะห์อีกว่า ชุมชนท้องถิ่นของเรานี้มีทุนเดิม หรือ ศักยภาพใดบ้างที่เป็นการเสริมพลังอำนาจของชุมชนได้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากประสบการณ์ที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้งานพัฒนาผ่านงานวิจัยชุมชน  พบว่า อย่างน้อยมี ๔ ระบบใหญ่ มีอิทธิพลต่อการสร้างเสริมพลังอำนาจชุมชน ได้แก่ ระบบชุมชน ระบบทรัพยากร ระบบความรู้  และ ระบบเหนือชุมชน  จากนั้นเป็นส่วนของ กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม (Participatory Learning Process) จะสามารถเข้าไปฟื้นฟู ยกระดับ และพัฒนาระบบชุมชน ระบบทรัพยากร ระบบความรู้ชุมชน ได้ระดับหนึ่ง แม้ว่า ระบบเหนือชุมชน อาจไม่ได้สั่นสะเทือนอะไรมากมาย แต่หากมีงานวิจัยในพื้นที่มากพอ น่าจะเกิดแรงผลักในการเคลื่อนนโยบายระดับชาติบางเรื่องได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>รายละเอียด ทั้ง ๔ ระบบใหญ่ ที่จะเป็นตัวกำหนด พลังอำนาจชุมชน มีดังนี้  </p><p>๑.     ระบบชุมชน เป็นระบบคุณค่า ความเชื่อ และการจัดความสัมพันธ์ของชุมชน ที่มีลักษณะเฉพาะถิ่น ที่เป็นเครื่องโยงใยสายสัมพันธ์ของคนไว้ด้วยกัน หรือที่เรียกว่า วัฒนธรรม นั่นเอง เช่น ระบบเครือญาติ ระบบอุปถัมภ์ ระบบผู้นำ ความเชื่อในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติเป็นต้น </p><p></p><p>๒.    ระบบทรัพยากร วิถีชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทนั้นอิงอยู่กับทรัพยากร ในฐานะเป็นฐานการผลิต เป็นที่มาของปัจจัย ๔ เช่น ดิน น้ำ ป่า ที่เชื่อมโยงไปสู่แหล่งอาหารธรรมชาติ ทั้งด้านพืช และด้านสัตว์ที่สัมพันธ์ กระบวนทัศน์ ของชุมชนมีต่อทรัพยากรเหล่านี้ด้วย </p><p></p><p>๓.    ระบบความรู้ ในการดำรงชีพ ภายใต้บริบทของระบบชุมชน และระบบทรัพยากรที่มีอยู่ ชุมชนได้เรียนรู้ที่จะอยู่รอดให้ได้ จึงมี การจัดการ ทั้งทรัพยากรและความสัมพันธ์ของคน จนในที่สุดความสามารถในการจัดการได้กลายเป็น องค์ความรู้ของชุมชนนั้น ที่มีอยู่ในทุกชุมชน </p><p></p><p>๔.    ระบบเหนือชุมชน เป็นระบบเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นระดับชาติ จังหวัด อำเภอ ตำบล และแปรออกมาเป็นรูปนโยบายของรัฐ เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในรูปของแผนงาน โรงการผ่านงานพัฒนาที่ของรัฐส่งลงมาอย่างรวดเร็วตามโครงสร้างแนวดิ่ง สัมพันธ์กับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ที่ส่วนใหญ่มาในแนวซ้ำเติมชุมชน ตามบันทึกที่ อ.ดร.แสวง รวยสูงเนิน  ท่านได้เขียนไว้   </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จาก ๔ ระบบ พบว่า ๓ ระบบแรก ถูกลดค่าลงมาก เนื่องการกระบวนทัศน์การพัฒนาแบบเดิม กลับให้ความสนใจระบบที่ ๔ มาก(ระบบเหนือชุมชน) เพราะสัมพันธ์กับระบบผลประโยชน์และความรวดเร็ว กรอบเวลาที่จำกัด และหลายๆเหตุผล เป็น Outside in ที่ชุมชน และนักพัฒนาต้องระมัดระวังให้ดี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การทำความเข้าใจในภาพรวมของการเสริมพลังชุมชนทุกระบบ จึงเป็นที่มาของการเข้าใจตนเองของชุมชน ที่คนเหนือเรียก ฮู้คิง เป็น Inside Out และ Outside In ที่ประสานสอดคล้อง สมดุล นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เราได้ใช้กระบวนการเรียนรู้นี้แรกเริ่มกับชุมชน ผ่านกระบวนการพัฒนา กรณีธนาคารอาหารชุมชน(Food Bank) ปี ๒๕๔๘  เพื่อคิดแผนงาน โครงการ ที่สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาท้องถิ่นที่หลากหลายและหลากกลุ่มชาติพันธุ์  และกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การวิจัยที่มีชุมชนเป็นฐาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"><hr></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอบคุณภาพจาก : ลานนาโฟโต้คลับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>