ช่วงก่อน 11 โมงของวันนี้ (19 พ.ย.2548) ฝนก็ตกพรำ ๆ ขณะขับรถมาหาดใหญ่ อีก 17 กม.จะถึงหาดใหญ่ ก็ต้องขับช้า ๆ ค่อย ๆ คลาน คิดว่าน่าจะมีอุบัติเหตุข้างหน้า แต่ยังมองไม่เห็น เนื่องจากตำแหน่งที่ผมขับอยู่เป็นถนนลาดชันขาลง เมื่อขึ้นไปถึงจุดสูงของถนนก็มองเห็นเป็นรถพ่วง 18 ล้อ ขวางถนนอยู่ แต่ช่องจราจรด้านขวามือยังพอไปได้

     ผมขับไปถึงที่จุดรถพ่วงจอดเสียอยู่ก็ไม่เห็นร่องรอยความเสียหาย หรือคนบาดเจ็บ หากว่ามีคนบาดเจ็บ ในรถผมจะพร้อมเสมอสำหรับการช่วยเหลือ (โดยป้องกันตัวเองด้วย) เรื่องนี้ควรจะไปแสดงตัวกับตำรวจที่อำนวยการอยู่ด้วยถ้ามี เพราะเขาจะได้รู้ว่าควรมอบส่วนใหนให้เราช่วยเหลือในฐานะที่เราพอจะรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

     แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพียงรถเสีย แต่จอดเสียที่เกือบกลางถนน เอียงขยับไปทางช่องเลนซ้าย ทำให้ช่องเลนซ้ายใช้การไม่ได้ ก็เห็นว่าได้มีการนำท่อนไม้มาวางขวางล้อทั้งหมดไว้แล้วกันรถไถล เนื่องจากถนนเป็นช่วงลาดเอียงขาขึ้น

     เมื่อมาถึงที่หมายแล้ว ผมก็รีบกดปุ่มเครื่องบันทึกเสียง digital MP3 ขึ้น เพื่อบันทึกเหตุการณ์ไว้ และนึกถึงตอนที่พ่อสอนให้ผมขับรถยนต์ว่าต้องระวังอะไรบ้างเวลาขับรถเมื่อฝนตก เท่าที่จำอยู่ คือ

          1. ฝนตกพรำ ๆ หรือตกใหม่ ขี้ดินขี้โคลนจะไม่ถูกชะออกไป ถนนจะลื่นเป็นพิเศษ ต้องระวังเป็นพิเศษทั้งรถเขาและรถเรา แต่หลังจากฝนตกหนัก ถนนจะสะอาด (กรณีถนนราดยาง) แต่ยังไงก็ต้องระวังเหมือนเดิม ข้อนี้จริงผมขับรถบ่อย ๆ ก็จะเห็นอุบัติเหตุช่วงนี้เยอะกว่า

          2. เปิดไฟหน้าเมื่อฝนตก โดยไม่ต้องดูว่าคนอื่นเขาจะเปิดไหม

          3. ควบคุมอุณหภูมิในรถให้ดี โดยดูจากฝ้าที่เกิดขึ้นที่กระจกรถ

          4. ใช้เกียร์ต่ำ ขับช้า ๆ อย่าใช้แตรโดยไม่จำเป็น เพราะถ้ารถมอเตอร์ไชด์คนอื่นเขาตกใจ เขาจะเสียหลักล้มได้

          5. ระวังมอเตอร์ไชด์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะหากเห็นเขากางร่วม หรือใส่เสื้อฝน

          6. ถ้าน้ำฉีดจากรถไปโดนเราเวลาเราเดิน หรือขับมอเตอร์ไชด์อยู่ เราจะไม่พอใจ ที่เขาไม่ระวัง ฉะนั้นเราก็ต้องระวังอย่าให้น้ำฉีดจากรถเราไปโดนเขา

          7. การช่วยเหลือคนอื่นมีข้อควรระวังคือ ระวังอุบัติเหตุซ้ำกับเรา ระวังเขาจะหาว่าเราเป็นคู่กรณี และระวังการถูกทำร้ายจากญาติหากคนบาดเจ็บบ้านอยู่ละแวกนั้น ซึ่งเราจะไม่มีสิทธิรู้เลย จะต้องทำอย่างไรพ่อบอกไม่ได้ เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจในแต่ละคราว แต่ข้อควรระวังนี้ล้วนเคยเกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีกมานักต่อนัก

     บางครั้งคำสอนของพ่อแม่เราไม่ค่อยนึกให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่พอมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นลองทบทวนดูดี ๆ จะพบว่าท่านสอนมาแล้วทั้งนั้น ก็เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิตเราจริง ๆ นี่ครับ