ตอนเป็นเด็กจะเห็นแววเลยว่าเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะมีอุปนิสัยอย่างไร ตรงกันข้าม ผุ้ใหญ่บางคนที่เราเห็นอยู่ตอนนี้ เดาออกได้เลยว่าเมื่อตอนเล็กๆนั้นถูกอบรมเลี้ยงดูมาอย่างไรกันนี่
ครูอ้อยสอนในโรงเรียนประถมมาหลายปี รู้ เห็น เข้าใจสภาพปัญหาต่างๆมาพอสมควร แต่สภาพหนึ่งที่ครูอ้อยประสบพบเห็นมาในระยะนี้มี 2 เวอร์ชั่นคือ
เด็กก้าวร้าว กับ ผู้ใหญ่ก้าวร้าว
เด็กก้าวร้าว.......พยายามที่จะทำตัวเป็นมาเฟียคอยข่มเหงรุ่นน้องเพียงเพื่อประกาศว่า ตนเองเป็นใหญ่นะ อย่ามาใหญ่กว่าข้าฯนะ อย่ามาแหยม...หรือ...ข้ามเขตใหญ่กว่าตนเองได้
ผู้ใหญ่ก้าวร้าว.......พยายามทำตัวให้รู้ว่า ข้าฯมีอำนาจ ข้าฯมีกำลัง.....หรือ.....มีสิทธิที่จะทำให้คนอื่นกลัวในอำนาจนั้น ต้องการให้คนอื่นหงอ หลบหลีก ไม่อยากเกี่ยวข้อง ต้องการให้คนอื่นสยบหลบหลีก ไม่อาจที่จะเผยอหน้าขึ้นมาต่อรบต่อกลอนได้
เด็กก้าวร้าว........ทำเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีผู้ใหญ่อบรมสั่งสอน ไม่มีผู้ใหญ่ชี้นำในสิ่งที่ถูกต้อง เด็กคนนั้นจึงต้องประพฤติตนในทางที่ผิด นับว่าเป็นการหลงผิด หรือเห็นผิดเป็นชอบ...
ผู้ใหญ่ก้าวร้าว......ทำเพราะสันดานดิบที่มีอยู่ในตัวตน รู้อยู่ว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง ลุแก่อำนาจ ต้องการกำจัดคนที่ขวางทาง ต้องการทำลายล้างขบวนการที่เป็นอุปสรรค หากอำนาจตกไปอยู่ในคนแบบนี้ ที่ไหน ที่นั่น หาความสุขความเจริญ ไม่ได้เลย...
เด็กนักเรียนมีสังคมแบบนี้จริงๆ ครูต้องสอดส่องดูแลนักเรียนให้ทั่วถึง มิฉะนั้น จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว นักเรียนจะมีความประพฤติที่ไม่ดีติดตัวไป และจะเติบโตขึ้นมา เป็นผู้ใหญ่ที่ข่มเหงผู้อื่นให้สังคมไม่น่าอยู่ ไม่มีความสุข
ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่า..เด็กคนนี้มีพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่า
ความใกล้ชิด พูดคุย การสังเกต ลดตัวลงให้ใกล้เคียงกับนักเรียน พูดจาภาษาเดียวกัน เข้าใจพฤติกรรมแบบนี้ มีจิตวิทยา
แล้วจะรู้ว่า.......เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วจะข่มเหงคนอื่นหรือเปล่า
ผู้ใหญ่ก้าวร้าวนี่คุยด้วยเซ็งเลยครับ พูดด้วยธรรมดายังมาก้าวร้าวใส่อีก โดยเฉพาะบางคนก็อายุมากจนเราพูดอะไรไม่ได้ครับ เกรงใจ
ถ้าทุกคนน่ารักอย่างครูอ้อยก็ดีสิครับ :>
บางคนลุแก่อำนาจสิคะ ข่มเหงคนอื่นที่ไม่มีทางสู้ น่าละอายจริงๆ
สวัสดีค่ะ คุณ แผ่นดิน
ขอบคุณค่ะ