GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เล่าสู่กันฟัง

ค่าเสื่อมราคา

การคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร      

สินทรัพย์ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ดังนั้นมูลค่าของสินทรัพย์ที่ซื้อมาใหม่ๆ กับสินทรัพย์ที่ใช้งานไปแล้วจึงมีค่าไม่เท่ากัน ผลแตกต่างของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีผลทำให้มูลค่าสินทรัพย์เหล่านั้นลดลง เรียกว่า ค่าเสื่อมราคา ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นฐานปรับมูลค่าของสินทรัพย์ให้มีราคาใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงที่สุด(ราคาตลาด) ปัจจัยในการคำนวณค่าเสื่อมราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการคือ

1.  อายุประโยชน์ ( Economic life หรือ Service life) เกิดขึ้นจากการคาดคะเนโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยปกติมักจะคาดคะเนเป็นระยะเวลาในการใช้งาน เช่น จำนวนชั่วโมง จำนวนเดือน หรือ จำนวนปี หรืออาจวัดเป็นจำนวนผลผลิต เช่น ตัน  ไมล์  กล่อง เป็นต้น

2.  ฐานในการคำนวณค่าเสื่อมราคา ( Depreciation Base) หมายถึงราคาทุน (Acquisition Cost) ของสินทรัพย์ หากคาดว่ามีราคาซาก ( Salvage value) ที่จะขายได้ หลังเลิกใช้ให้นำมาหักออกจากราคาทุนของสินทรัพย์ เพื่อให้ได้มูลค่าของสินทรัพย์ที่จะใช้อย่างแท้จริง

                 3.  วิธีการคำนวณค่าเสื่อมราคา ( Depreciation Method) เป็นปัจจัยที่ควรเลือกให้เหมาะสมกับ สินทรัพย์นั้น โดยต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้งาน และลักษณะความเสื่อมค่าของสินทรัพย์

ประเภทการคำนวณค่าเสื่อมราคา

1.  วิธีคิดค่าเสื่อมราคาสำหรับสินทรัพย์รายชิ้น เป็นสินทรัพย์ที่ระบุราคาทุนได้แน่นอน ราคาทุนค่อนข้างสูง อายุการใช้งานนาน ได้แก่ อาคาร เครื่องจักร เครื่องใช้สำนักงาน เป็นต้น

มีวิธีการคำนวณดังนี้.-

1.1 วิธีเส้นตรง ( Straight – line method) แบ่งราคาทุนออกเป็นค่าเสื่อมราคาในอัตรา เท่าๆ กัน ทุกปี เหมาะกับสินทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์สม่ำเสมอตลอดปี เช่น อาคารสำนักงาน เครื่องตกแต่ง เครื่องใช้สำนักงาน เป็นต้น

1.2 วิธีชั่วโมงทำงาน ( Working – hours  method) กำหนดขึ้นจากการใช้เฉลี่ยตามเวลา เป็นชั่วโมง  ถือว่าผลประโยชน์ที่รับจากการใช้สินทรัพย์แต่ละปีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการใช้สินทรัพย์ เช่น เครื่องจักร เป็นต้น (อัตราค่าเสื่อมราคา =  ราคาทุนสินทรัพย์ / จำนวนชั่วโมงที่คาดว่าจะใช้ได้ทั้งสิ้น เช่น 5 บาท ต่อ ชั่วโมง ถ้าใช้เครื่องจักร 1,000 ชั่วโมง ค่าเสื่อมราคา คือ 5,000 บาท )

1.3  วิธีคำนวณตามผลผลิต (Productive - output method) คล้ายกับวิธีชั่วโมงทำงาน แต่จะใช้จำนวนผลผลิต หรือ จำนวนสินค้าที่จะได้รับจากการใช้สินทรัพย์แทนชั่วโมงทำงาน  

   1.4 วิธียอดคงเหลือลดลง (Declining balance method) ถือว่าสินทรัพย์ที่ซื้อเข้ามาใหม่จะมีประสิทธิภาพใช้งานได้สูงกว่าในช่วงเวลาหลัง ดังนั้นค่าเสื่อมราคาในปีแรกๆ ของการใช้งานควรจะมีจำนวนสูง อาจเนื่องจากราคาตลาดลดลงอย่างมาก เช่นรถยนต์ เป็นต้น ได้จากการนำอัตราร้อยละที่คงที่คูณกับมูลค่าคงเหลือตามบัญชี  (Book value)  ของสินทรัพย์  หรือ อัตราเป็นสองเท่าของวิธีเส้นตรง

ปีที่         ค่าเสื่อมราคา                     ราคาซาก          ค่าเสื่อมราคาสะสม            

1             20% 100,000  =  20,000         -                           20,000

            20% 80,000    =  16,000         -                           36,000

3             20% 64,000    =  12,800         -                           48,800

4             20% 51,200    =  10,240         -                           59,040

5             20% 40,960    =    8,192       32,768                  67,232

1.5 วิธีผลรวมของจำนวนปี (Sum of the year digit  method) เป็นวิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาให้มีจำนวนลดลงอย่างสม่ำเสมอ โดยลดลงไปตามส่วนของอายุงานที่เหลือ ต่อ ผลรวมของจำนวนปีที่ใช้งานคูณด้วยราคาทุนหักราคาซาก (ถ้ามี)

ปีที่              อายุใช้งานที่เหลือ          อัตราส่วน                     ค่าเสื่อมราคา1                      5                                       5/15                             5/15*112,500

                                                                                                       =  37,500

2                       4                                      4/15                                  30,000

3                       3                                      3/15                                  22,500

4                       2                                      2/15                                  15,000

5                       1                                      1/15                                    7,500

                          15                                                                           112,500

           1.6 วิธีดอกเบี้ย  (Interest or annuity method) ปรับแนวคิดมาจากมูลค่าปัจจุบัน (Present value) ดังนั้นค่าเสื่อมราคาในแต่ละปีควรวัดด้วยมูลค่าปัจจุบัน โดยเมื่อใช้ตารางมูลค่าปัจจุบันแล้วจะได้ค่าเสื่อมราคาแต่ละปี

 2.  วิธีคิดค่าเสื่อมราคาเป็นรายกลุ่ม ใช้กับสินทรัพย์ขนาดเล็กที่ซื้อเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก    มีลักษณะเหมือนกัน ราคาทุนเท่ากัน ข้อเท็จจริงความเสื่อมของสินทรัพย์ย่อมไม่เท่ากันทุกชิ้นขึ้นกับการใช้งานจริง แต่เพื่อความสะดวกในการคิดค่าเสื่อมราคา จึงนิยมใช้วิธีคิดค่าเสื่อมราคารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน หรืออัตราค่าเสื่อมราคาเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงการใช้งานที่ต่างกัน

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 75485
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 4
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (4)

ขอบคุณมากครับ เพราะคำนี้ใช้กับ QA มากพอสมควรครับ "ค่าเสื่อมราคา"

แนะนำให้ปรับชื่อเรื่องบันทึก จาก "เล่าสู่กันฟัง" เป็น การคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร   ค่ะ

เป็นบันทึกที่มีประโยชน์มากค่ะ และบันทึกได้เรียบร้อยสวยงามน่าอ่านทีเดียว  : )

ในเรื่องการคิดค่าเสื่อมราคา ในบริษัทหนึ่งเราสามารถเลือกใช้หลายวิธีเพื่อคำนวณค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่แตกต่างกันได้ใช่มั้ยคะ

 และถ้าหากต้องการใช้วิธีเดียวเช่นวิธีเส้นตรงในทุกๆการคำนวณของสินทรัพย์ทุกชนิดได้มั้ยคะ

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ สำหรับข้อมูล เป็นประโยชน์มากจริงๆเพราะตอนนี้กำลังอยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี