ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาที่ไม่ได้เติบโตมาจากวัด มักจะมีข้อขัดแย้งกับฝ่ายที่มาจากวัดเสมอว่า ชอบลากคำเข้าไปในวัด หมายถึง มักจะวิเคราะห์ว่าคำนั้นๆ มาจากภาษาบาลีสันสกฤต...

ดังที่เคยได้ยินว่า เคยมีการถกเถียงกันว่า คำว่า ข้าวโพด เขียนไม่ถูก ที่จริงจะต้องเขียนว่า ข้าวโพชฌ์ หมายถึง ข้าวที่พระโพธิสัตว์กินในครั้งสุดท้ายก่อนที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เพราะคำว่า โพชฌ์ แปลว่า ตรัสรู้ ...ดังนี้ เป็นต้น...

และยังมีอีกหลายคำที่นักบาลีมักจะนำมาวิเคราะห์เล่นสนุกตามนัยบาลี โดยไม่ยืนยันว่าเป็นบาลีจริงหรือไม่ เพียงแต่อวดอ้างพูมรู้ ความเป็นนักคิด นักเชี่ยวชาญภาษาเท่านั้น.. บางคำที่น่าสนใจก็มีผู้จดจำและเล่าต่อๆ กันมาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าความคิด... ซึ่งวันนี้ ผู้เขียนก็ขอเสนอคำว่า ตาย ...เพื่อให้เห็นตัวอย่าง

นักบาลีบอกว่า ตาย มาจาก ติ (แปลว่า สาม) เป็นบทหน้า ผสมกับ อิ รากศัพท์ (แปลว่า ไป) แปลง อิ เป็น อาย  นั่นคือ ติ+อาย (อิ) = ตาย ...โดยสำเร็จมาจากการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้..

ติณณํ ภวานํ อญฺญตรํ อิโตติ ตาโย ผู้ใดไปแล้วสู่ภพใดภพหนึ่งในบรรดาภพทั้งสาม ดังนั้น ผู้นั้น ชื่อว่า ตาย (ผู้ไปแล้วสู่ภพใดภพหนึ่ง)

อธิบายว่า คนเราเมื่อตายไปแล้ว ด้วยอำนาจกรรมจะไปสู่ กามภพ รูปภพ หรือ อรูปภพ ภพใดภพหนึ่ง โดยประการฉะนี้

หมายเหตุ

กามภพ คือ สถานที่อยู่ของผู้ยังข้องอยู่ในกาม ไม่ว่าจะเป็น สัตว์เดรัจฉาน สัตว์นรก มนุษย์ หรือเทวดาชั้นต่างๆ ที่จัดเป็นกามภพทั้งหมด

รูปภพ คือ พรหมผู้ได้รูปฌาน

อรูปภพ คือ พรหมผู้ได้อรูปฌาน