"จะไม่พูดว่ามันยาก จะไม่ทำอาการที่เป็นเหตุให้ตัวเองท้อถอย หดหู่ หมดกำลังใจ"

มันจะไปยากอะไร   ก็เราจะเอามันเสียอย่าง  ถึงมันจะยากสักแค่  ก็ไม่เกินความเพียรพยายาม ดังนั้นเราไม่ควรไปพูด หรือแสดงอาการให้ตัวเองหมดกำลังใจ.

ข้อเสียที่พบของตัวเองที่พบเห็นก็มักจะเป็นการไม่อดทนด้านคำพูดอีกแล้ว   ไม่ได้เป็นคนพูดมากนะคะ    แต่ว่าก็อยู่กันสองคน   อยู่ที่ทำงานก็ไม่ได้พูดกับใครมากนัก     เมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ กังวลใจขึ้นมาก็พูดกับคนที่เราคิดว่าพูดได้     แต่ที่ไหนได้กลับถูกตำหนิทุกครั้ง    แต่เราก็ไม่เคยโกรธ หรือเกลียดเขาเลย     แต่กลับขอบคุณทุกครั้งสำหรับการให้ความรู้  และทำให้เราได้เห็นข้อเสียของตัวเอง  เพื่อปรับปรุงต่อไป

เหตุเริ่มเรื่องมาจาก   การสอบภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อนี่ล่ะ   ก็เรามันไม่เก่งภาษาอังกฤษเอาเลยนี่  ทักษะการพูด ฟัง ใช้ไม่ได้เอาเลย  ยิ่งตอนนี้แม้แต่การเขียนก็ไม่ได้เลย  เพราะไม่ได้ใช้มันมานานแล้ว    แต่คราวนี้พอมันมีความจำเป็นต้องใช้มัน  ก็มีเหตุให้อ้างโน่น อ้างนี่  งานยุ่งบ้างล่ะ  ต้องรีบทำงานตามมอบหมายบ้างล่ะ    ไม่ได้ใส่ใจกับการเตรียมตัวสอบเลย    .... แต่พอจะสอบก็พูดว่า  ยากจัง  ไม่เอาแล้ว     คำพูดนี่ออกไปเมื่อเขาได้ยินเข้าก็เลยกลายเป็นเรื่องราวเลย

เราก็ต้องตอบคำถามยื่นยาว  เพื่อแก้ใจ แก้ความคิด   หลายครั้งก็ตกใจ ทำผิดอีกแล้วเรา    การซักไซ้จากสามีทำให้เราเกรงๆ ทุกครั้ง  แต่ยังโชคดีที่เขายังให้อภัยเรา

กว่าจะแก้ใจ แก้ความคิดได้ในขณะนั้น   แต่มันไม่ได้หมายถึงการปรับแก้นิสัยที่มันนอนเนื่องอยู่ในตนเอง    เราก็เลยจำเป็นที่จะต้องนำเหตุที่เกิดขึ้นนี้มาบันทึก  และ ก็ต้องพูดรายงานกับตัวเองทุกวัน เพื่อให้เกิดความจำที่จะไม่ลืม และจะได้ระลึกได้เสมอ  เพื่อจะได้เป็นนิสัยที่ติดตัวต่อไป