สนามหลวงพื้นที่แห่งโอกาสและตลาดแรงงาน  

     สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน(องค์กรสาธารณประโชน์) ทำงานในพื้นที่สนามหลวงมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนได้พบเห็นภาพที่งดงาม โอกาสที่หลายคนมองข้ามผ่าน และแทบไม่น่าเชื่อสนามหลวงเป็นพื้นที่ทางสังคมที่ไม่มีที่ไหนในโลกนี้จะเสมอเหมือนอีกแล้ว 

     คนไร้บ้าน คนเร่ร่อน ที่สนามหลวงมีมากมายหลายคน และมากมายหลายประเภท แต่ คนทำงานของภาครัฐกลับมองเห็นเพียง คนเสียสติ คนบ้า ที่อาศัยอยู่ที่สนามหลวง ซึ่งก็น่าแปลกใจที่คนของรับมองคนดีดี เป็นคนบ้าไปได้ การลงกวาดล้างกวาดจับทุกครั้งที่มีงานสำคัญ ๆ งานใหญ่ ๆ ที่ล่าสุด คืองานของ คู่สมรสคณะรัฐมนตรี ที่ใช้เม็ดเงินละลายแม่น้ำไปจำนวนไม่น้อย คะเนด้วยสายตา น่าจะกว่า 50 ล้านบาท เพื่อจัดงานเพียงวันเดียว แต่ก่อนหน้าวันงานย้อนขึ้นไป สามสี่วัน การกวาดล้างกวาดจับคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน ในสนามหลวง ที่มองเห็นแล้วให้น่าสลดใจกับพฤติกรรมของคนของรัฐที่ ทำราวกับสนามหลวงเป็นป่าซาฟารี ??  

     และเมื่อจับคนไร้บ้าน คนเร่ร่อน จากสนามหลวงไปแล้ว ก็ ไม่มีการแยกประเภทความเดือดร้อน เอาไปกองอยู่รวมกัน ที่ สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ที่เสียงสะท้อนจากคนที่ได้รับการช่วยเหลือออกมา คือ การเอาคนดีดี สติสมประกอบ ไม่อยู่รวมกับคนเสียสติ คนมีสติไม่สมประกอบ ซึ่งไม่แน่ใจว่า คนของรัฐคิดได้อย่างไร หรือว่า เป็นการคิดที่ง่ายต่อการบริหารจัดการ ?  

     คนสนามหลวง น่าจะได้รับโอกาสที่ รัฐเป็นผู้เข้ามาบริหาร เข้ามาจัดสรร สิ่งแรก ๆ ที่น่าจะทำได้ คือ จัดสรร พื้นที่ให้ได้พักพิงตามอัตตภาพ ในพื้นที่สนามหลวง โดยสร้างข้อตกลงร่วมกัน ในการดูแลสองสามเรื่อง ได้แก่ ความสะอาดเรียบร้อย  ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งหากใคร สามารถทำได้ตามข้อตกลง ตามเวลาที่กำหนด ก็ เข้าสู่การให้ความช่วยเหลือในระดับที่สูงขึ้นต่อไป ซึ่งมาตรการ การให้ความช่วยเหลือในขั้นต่อมือ ก็คือ การเปิดให้สนามหลวง เป็นเหมือนตลาดนัดแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานมีฝีมือราคายุติธรรม หรือ แรงงานก่อสร้างที่มีค่าตอบแทนสมเหตุสมผล โดยรัฐ เป็นผู้ลงมาบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนหลอกหรือเอาเปรียบจาก นายจ้างที่จะเข้ามาประสานงานหาแรงงานไปทำงาน 

     รัฐควรจะมองและคิด และริเริ่มการทำงานแบบนอกกรอบ อย่ามองเพียงกรอบและกฎหมายที่มีอยู่ในมือ เพราะการทำงานกับโอกาสของคนนั้น ไม่สามารถมองผ่านสายตาของนักกฎหมายได้เพียงอย่างเดียว แต่หากต้องมองด้วยสายตาของคน ที่เป็นเพื่อร่วมประเทศเดียวกันเข้าไปด้วย การทำงานเพื่อเสริมพลังและให้โอกาสคนยากไร้ คนไร้บ้าน คนเร่ร่อน จึงจะทำได้อย่างมีแสงที่ปลายทางอย่างแท้จริง