เมื่อวานนี้(24 ม.ค. 50) ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “KM Workshop : KM นำไปสู่ LO ที่ยั่งยืนทำอย่างไร ร่วมกับทีมงานชาว MSU-KM ทุกท่าน โดยในรายละเอียดด้านต่างๆ ของงาน สามารถอ่านได้จาก อ.Panda , คุณอ้อ และการรายงานสดของ อ.หมอJJ ค่ะ (มี 4 บันทึกค่ะ)

            ความประทับใจในการเข้าร่วมในครั้งนี้มีมากมายค่ะ ซึ่งทำให้รู้สึกเสียดายแทนหลายๆท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากติดภารกิจที่ต้องเข้าชี้แจงกับทางกพร.ที่เข้ามาประเมิน มมส. พอดี
            ภาคเช้า หลังจากที่ อธิการบดีมมส.ได้กล่าวเปิดงาน และบรรยายพิเศษ เรียบร้อยแล้ว (ซึ่งดิฉันไม่มีโอกาสได้นั่งฟังค่ะ เพราะกำลังปฏิบัติงานอย่างหนัก คือการลำเลียงและทำความสะอาดเก้าอี้เข้ามาเพิ่มในห้องประชุมค่ะ) ก็เป็นการบรรยายของอาจารย์ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ซึ่งดิฉันสามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • KM มี 2 แบบคือ Format KM กับ Natural KM
  • หากทำ Natural KM จะค้นพบใน 7 วันคือ
              - ค้นพบตัวเอง ทั้งด้านดีและไม่ดี เมื่อพบแล้วต้องตัดด้านที่ไม่ดีออกไป
              - ทำแล้วจะมีความสุข มีความปิติ ถ้าไม่มีความสุขไม่ใช่Natural KM  
              - และต้องมี share vission
  • หัวใจของ LO-KM คือ สติ

            ภาคบ่าย เป็นการทำ workshop กันแล้วค่ะ ซึ่งในช่วงแรกของภาคบ่ายนี้ อ.ดร.วรภัทร์ จะนำผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนให้เข้าใจถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนาเสียก่อน(จริงๆแล้วอาจารย์กล่าวมาโดยตลอดตั้งแต่ภาคเช้าแล้วค่ะ) ซึ่งดิฉันสามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว
  • สติเกิด ปัญญาเกิด
  • การเปลี่ยนแปลงใดๆต้องเริ่มจากตนเองก่อน
  • LO - KM คือ ต้องดูที่วัฒนธรรมขององค์การนั้น

           จากนั้นจะเป็นการเปิดภาพยนต์ให้ชมค่ะ ความจริงต้องเรียกว่าเป็นรายการรายการหนึ่งที่ฉายทาง UBC ค่ะ ชื่อรายการว่า Little Angel ซึ่งในรายการนี้จะเป็นการนำเอาครอบครัวที่คิดว่าลูกมีปัญหามาทำการศึกษาโดยการถ่ายบันทึกVDO ไว้เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ และมีผู้เชี่ยวชาญคือจิตแพทย์เด็กมาทำการวิเคราะห์ค่ะและทำให้ดิฉันประทับใจมากค่ะ แต่จะขอนำมาเล่าให้ฟังครั้งต่อไปนะค่ะ

             สรุปแล้ววันนั้น อ.ดร.วรภัทร์ ได้นำความรู้ ที่มีอยู่มาถ่ายทอดให้พวกเราชาว มมส.อย่างเต็มที่เลยค่ะ ทั้งจากการสอน การพาทำ และแนะนำตัวอย่าง ซึ่งดิฉันได้มีโอกาสสนทนากับ อ.ทวีสิน(ของเรียกเป็นอาจารย์นะค่ะ) ท่านได้กล่าวชื่นชม อ.วรภัทร์ไว้ว่า ความรู้ที่ได้รับจาก อ.ดร.วรภัทร์เป็นความรู้ที่ผ่านการ"ยุ่ย"แล้ว ซึ่งจะต่างจากความรู้ที่ผ่านการ"ย่อ" ซึ่งตรงนี้ดิฉันเป็นด้วยอย่างมากเลยค่ะ

แล้วพบกันใหม่ในบันทึกต่อไปค่ะ