จากที่ได้เล่าภัยทางโทรศัพท์ ไว้แล้ว ในบันทึกนี้ขอแวะมาแจ้งข่าวเพิ่มเติมค่ะ
เมื่อวาน เพื่อน ๆ ในที่ทำงานตัดสินใจให้พี่คนนี้ กลับไปย้อนรอยแก๊งต้มตุ๋นนี้ โดยให้โทรติดต่อกลับไปยังเบอร์ที่ทิ้งไว้ให้
ปรากฎว่า ไม่มีสัญญาณตอบรับ จวบจนกระทั่งเวลา 15.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันเลยกับวันแรกที่แก๊งต้มตุ๋นติดต่อกลับมา
พี่เขาก็เลยทำเป็นถามความคืบหน้าว่าได้มีการโอนเงินมารึยัง เพราะวันนี้ทั้งวันพี่เขามีประชุม ไม่ได้ไปเช็คยอดเงินที่ธนาคารอีกเลย
เขาก็เลยเริ่มต้นวิธีการเหมือนเดิมเลย โดยแจ้งว่าจะตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ให้อีกที แล้วอีก 15 นาที จะโทรติดต่อกลับมา
และแล้ว 15.30 น. ซึ่งเป็นเวลาธนาคารปิดทำการ เขาก็โทรติดต่อกลับมาอีกครั้ง และบอกให้เธอไปเช็คยอดเงินที่ตู้ ATM โดยให้เธอทำตามขั้นตอนข้างต้นใหม่ เหมือนเดิมทุกประการ
คราวนี้ เธอตัดสินใจทำตามที่เขาแนะนำทุกประการ เพียงเพื่อจะให้ได้หลักฐานเป็นใบสลิปโอนเงิน โดยในคราวนี้ เขาเปลี่ยนรหัสตัวเลขที่เธอจะต้องโอน จากเดิม 9552 เป็น 955202 (เนื่องจากจำนวนเงินจะต้องเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง ไม่งั้นก็คงไม่ได้ยอดเงินที่มันต้องการ เห็นความฉลาดของกลุ่มนี้รึยังค่ะ)
เธอตัดสินใจกดตัวเลข 0100 นั่นย่อมแสดงว่า เธอโอนเงินให้พวกนี้ ไปเพียง 1 บาท บวกค่าโอน 25 บาท รวมเป็นเงิน 26 และในที่สุดเธอก็ได้ใบสลิปทำรายการออกมา
ตอนนี้เธอได้หลักฐานเลขที่บัญชี และชื่อเจ้าของบัญชี เธอตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้จัดการธนาคารฟัง เขาบอกเธอว่า พวกนี้ มันทำงานกันเป็นขบวนการ ถึงแม้เราจะได้ทั้งเลขที่บัญชี และชื่อเจ้าของบัญชีแล้วก็ตาม แต่สุดท้าย เจ้าของบัญชี ก็คือใครก็ไม่รู้ ที่พวกนี้ จ้างให้มาเปิดบัญชีให้ แล้วมันเป็นฝ่ายถือบัตร ATM ไว้ เพราะสุดท้ายคนที่ถูกเอาผิด ก็จะไม่ใช่คนที่กระทำผิด ซึ่งถ้าพี่เขาตัดสินใจจะเอาเรื่อง ก็คงจะต้องไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่โรงพัก
เธอเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เธอตัดสินใจโอนเงินไปให้มันแล้ว 1 บาท เมื่อคืนมันโทรมากวนประสาทเธอทั้งคืนเลย แต่เธอไม่รับสาย ไม่รู้ว่า มันจะโทรมาต่อว่า จำนวนเงินที่เธอโอนไปให้หรือไม่
เช้านี้ (24 ม.ค.50 ) วันที่ 3 แล้ว มันยังโทรมาตอแยเธออีก ถามว่า เธอได้รับเงินโอนแล้วหรือยัง เธอตอบว่า ยัง มันก็รับปากว่า จะตรวจสอบให้อีกครั้ง
นี่ 3 วัน แล้ว ขบวนการนี้ ยังไม่ยอมเลิกรา ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะจบลงแบบไหน รอลุ้นกันอยู่ค่ะ ที่แน่ ๆ ตอนนี้ พี่คนนี้ เธอไปถอนเงินส่วนที่เหลือออกจากบัญชีเธอหมดแล้วค่ะ
อยากรู้จังใครต้นความคิดย้อนรอย คุณแป๊ดรึเปล่าคะ อืม.....ถ้าใช่น่ากลัวแทน.....คุณซะมี.....อิอิ.....ล้อเล่น...
จะรอฟังความคืบหน้านะคะ มีประโยชน์มากค่ะ
คุณ somporn ค่ะ
แหม จะให้เสียชื่อพลพรรครักคุณกฤษณา ได้อย่างไรหละคะ จิงป่าว
พวกเขาเหล่านี้ทำเป็นขบวนการหรือเปล่า ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์วิบูลย์ที่อยู่คณะเภสัชฯโดนทำนองนี้ด้วยนะ น่าจะหารือกันดู แล้วหากลยุทธ์ย้อนรอยหาตัวคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้มาลงโทษ พี่อัมพรเป็นห่วงนักศึกษามาก นักศึกษาจะรู้เท่าทันหรือเปล่าหากเกิดกับนักศึกษา นี่เกิดกับผู้ที่มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก (ไม่ได้ว่าแก่นะ) เลยทำให้ มัน ประสาทเสีย
เรียนทุกท่าน
ที่นำมาเล่านี้ เพื่อที่จะได้เป็นประสบการณ์ให้แต่ละท่านช่วยกันระแวดระวังภัย ส่วนการจะดำเนินการใด ๆ ต่อหรือไม่ อันนี้ ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายค่ะ
ขอบคุณค่ะ…คุณรัตติยาสำหรับ “พลพรรครักคุณกฤษณา”…ฟังแล้วชื่นใจชมัดเลย..อุ๊ย!…ตัวลอยแล้วค่ะ…ขอบคุณค่ะ…..ดิฉันออกจะเป็นห่วงเพื่อนๆคือดิฉันค่อนข้างจะขี้ขลาดเรื่องแบบนี้ค่ะ..กลัวไปหมด…เกรงว่าจะมีอันตรายกับท่านที่โดนหลอกน่ะค่ะ…ขอให้ผ่านปัญหาและมีทางออกที่ดีด้วยดีนะคะ…เอาใจช่วยค่ะ…และระวังตัวด้วยก็แล้วกัน…เป็นห่วงจริงๆค่ะ
เชื่อแล้วหละคะว่า
ที่ไหนมี คุณหมอสมบูรณ์ ที่นั่น ย่อมมี คุณกฤษณา
เพราะเราคู่กัน
ดิฉันรู้ว่าจี้ใครได้หรือไม่ค่ะ…..เก่งไหมคะ….เพื่อนใครหน้อ…
อิจฉาจัง ถ้าเป็นดิฉัน วิธีการที่จะให้เพื่อน ๆ ไม่ว่าคุณไมโต หรือ คุณเมตตา ตามมาอ่านบันทึกที่ดิฉันได้อ่าน คงมีวิธีการเดียวคือ ไปเข้าฝัน หรือไม่ก็ จุดธูป มั๊งค่ะ
ขอชื่นชม ความกล้าหาญในการโอนเงิน ๑ บาทมากครับ
ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ
ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้จัดการแบงค์ถึงไม่ดำเนินการให้…ทั้งๆทีเวลาเปิดบัญชี ทางธนาคารขอหลักฐานอะไรไว้เยอะแยะ……ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆที่พวก 18 มงกุฏ ใช้ตัวเอง (ธนาคาร) เป็นเครื่องมือหลอกลวงชาวบ้าน……