การปฏิรูปการศึกษา ๗ ปี ที่ผ่านมามีหลักการให้แล้วไม่ค่อยทำกัน ที่ทำก็ทำกันอย่างกระพร่องกระแพร่งและกระโผลกกระเผลก
วันนี้วันเสาร์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๙ ตั้งแต่ ๐๘.๐๐ น. เป็นต้นไป ผมได้เข้าสัมมนาเรื่อง ทิศทางการบริหารการศึกษาไทยในอนาคต ณ ห้องบอลล์รูม โรงแรมรามา การ์เด็นท์ กทม. โดยมีศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ ผมจึงเก็บความสาระที่รมต.ศธ ได้พูดในส่วนที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเปิดประเด็นให้ แสดงความคิดเห็นกันต่อไปได้แก่
๑. การปฏิรูปการศึกษา ๗ ปี ที่ผ่านมามีหลักการให้แล้วไม่ค่อยทำกัน ที่ทำก็ทำกันอย่างกระพร่องกระแพร่งและกระโผลกกระเผลก ตัวอย่างอาชีวะศึกษาก็เป็นเรือนร่างที่ไร้วิญญาณ รูปแบบใหม่ๆอาชีวะศึกษายังไม่ออก การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อนก็ยังเรียกว่าการศึกษานอกโรงเรียนอยู่นั่นแหละทั้ง ๆ ที่การศึกษานอกโรงเรียนไม่มีแล้ว เอาไปพักไว้ที่สำนักงานปลัด และได้ให้ไปแก้เป็นการศึกษานอกระบบและอัธยาศัยแล้ว ทางการศึกษาเอกชนก็เป็นส่วนสำคัญแต่พรบ.ก็ยังไม่ออก นี่เป็นตัวอย่างที่ระบบรองรับเอกภาพก็ยังไม่ทำเป็นส่วนใหญ่
๒. การกระจายอำนาจไปเขตพื้นที่ กับสถานศึกษา เขียนไว้ชัดไม่มีอะไรชัดไปกว่านี้แล้ว ให้กระจายไป ๔ ด้าน และกำหนดไว้ว่าหลักเกณฑ์การกระจายอำนาจให้เป็นไปตามกฏกระทรวง มัวแต่ตีความเลยไม่ทำอะไรเลย กลายเป็นกฏกระทรวงหวงอำนาจ เรื่องนี้ได้ตั้งคณะกฏหมายที่รู้การปฏิรูปร่างเรียบร้อยแล้ว เมื่อผ่านการตรวจสอบจากกฤษฎีกาและจะปฏิบัติได้ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้
๓. มีปัญหากับท้องถิ่นเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการขั้นตอนการกระจายอำนาจ ถ้าอปท.มีสิทธิ์จัดการศึกษาทุกประเภท มีทั้งสิทธิ์และส่วน จำเป็นแล้วหรือต้องใช้วิธีเดียวโดยการถ่ายโอน มีวิธีอื่นอีกตั้งร้อยวิธี การถ่ายโอนโรงเรียนมีปัญหาและมิได้เพิ่มโอกาสทางการศึกษา
๔. นักบริหารอย่าคิดแบบแผ่นเสียงตกร่อง อย่าคิดเอาความคิดของตนเองมาเป็นข้อจำกัด คิดให้กว้างไกล กล้าคิดกล้าทำจะมีอะไรมาอีกเยอะ
๕. การศึกษา ๑๒ ปี ฟรีจริงหรือเป็นการผลักภาระสู่ผู้ปกครอง
๖. รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแห่งความจริง ไม่ใช่รัฐบาลแห่งความฝัน ต้องหันมา Back to the basic.

เห็นด้วยกับเนื้อหาข้างบนว่า กศน.ไม่จำเป็นที่จะถ่ายโอนไปท้องถิ่นเลย ทางรัฐบาลควรจะหาวิธีดำเนินการแก้ไขที่ดีกว่านี้ จะได้Happyกันทั้ง 2 ฝ่าย
แวะมาอ่าน รู้สึกว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนได้เลย จะหาความมั่นคงอันใดได้เล่าสำหรับชาวกศน.
Back to the basic แล้วจะไปในทิศทางไหนกันหล่ะนี่
ความเปลี่ยนแปลงย่อมมีปัญหาตามมา
ก็ว่ากันไปตามที่อำนาจจะยังคงอยู่ แต่น้องๆ หนูๆ ครูรากหญ้า ชาวบ้าน ชาวนา ลุง ป้า น้า ระอากับปัญหา……….
อิสรภาพ ของ กศน.คือความหวังและโอกาสทางการศึกษาของประชาชน ปรัชญาการจัดการศึกษานอกโรงเรียนยึดเอาชุมชนเป็นฐาน(Community based approach) เพื่อสร้างเครื่อข่ายการเรียนรู้ในชุมชน กระบวนการที่ใช้เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับความรู้จากประสบการณ์ (Experience knowledge) การอำนวยประโยชน์และสร้างความก้าวหน้าให้กับประชาชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยที่ยังรอคอยโอกาสยังมีอยู่มาก นั่นคือ ทิศทางการบริหารการศึกษาไทยในอนาคต
การศึกษาไทยทุกวันนี้ คงอยู่บนพื้นฐานของความไม่แน่นอน และเมื่อไหร่ความแน่นอนถึงจะเกิดขึ้นสักที
จุดที่ต่ำที่สุดของมนุษย์ที่ทุกคนมีโอกาสประสบเป็นได้ทั้งจุดจบและบทเรียนที่ดี
วันนี้คงต้องนำปัญหามาเป็นบทเรียนเพื่อแก้ไขในส่วนที่ขาด หรือด้อยจากเดิมโดยการพัฒนาและหาทิศทางการบริหารการศึกษาไทยเพื่ออนาคตที่ดี ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความล้มเหลวนะคะ เป้าหมายที่จะพัฒนาเป็นจุดสำคัญยิ่ง ดังนั้นควรแก้ปัญหาด้วยความเหมาะสมกับหน่วยงานนั้นๆ ด้วย ไม่แก้ไขเชิงบังคับควบคู่กับทางออกที่ดีที่สุด เพื่อจะประสบความสำเร็จในการบริหารการศึกษาไทยในอนาคตที่ดียิ่ง
นโยบายการศึกษาของประเทศอย่างไร เราชาว กศน.ก็จัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย ให้เต็มที่เต็มกำลังความสามารถแด่ผู้ที่พลาดและขาดโอกาสทางการศึกษาต่อไป