เมื่อวันพุธที่ผ่านมาตัดสินใจเสี่ยงให้เงินแก่ผู้ป่วยไปพันกว่าบาท...ทำใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า..ถ้าได้คืนกลับมาก็ถือว่ายิ่งกว่ากำไรแต่ถ้าไม่ได้คืนมาก็ไม่เสียดายแต่อาจจะเสียความเชื่อมั่นไปบ้าง...เริ่มมาจากคนไข้รายนี้เขามีอาชีพเก็บของเก่าขายและเขามีรถเข็นซาเล้งเก่าๆอยู่คันหนึ่งเมื่อสองวันก่อนรถซาเล้งถูกขโมยไป..ผู้ป่วยรายนี้ก็เสียใจมากตัดสินใจไปหาเพื่อนสนิทที่เขาเคยฝากเงินไว้(แต่ไม่มีใบเสร็จ/หลักฐานว่าฝากไว้เท่าไหร่)เพื่อขอเงินคืนบางส่วนจะไปซื้อหารถมาใช้ใหม่แต่เพื่อนก็ปฏิเสธบอกไม่มีเงินภรรยาเพื่อนเอาเงินไปใช้หมดแล้ว...ผู้ป่วยมีลุงหรืออาอีกคนหนึ่งก็ไปหาแต่เขาไม่ต้อนรับแถมยังปล่อยหมาและสาดน้ำไล่ผู้ป่วยออกมาจากบ้าน..ผู้ป่วยจึงเสียใจและรู้สึกหมดหวังตัดสินใจกินสารหนูเข้าไปเพื่อนบ้านสังเกตเห็นเข้าจึงได้พามารักษาที่โรงพยาบาลช่วยชีวิตไว้..ตลอดระยะเวลาที่สอบถามพูดคุยผู้ป่วยเศร้าซึมมากๆ...บ่นหมดอาลัยตายอยากเกือบตลอดเวลา

...ฉันถามว่าเพราะอะไรจึงคิดว่าตอนนี้ตัวเองหมดสิ้นหนทางไปแล้วล่ะ..เขาก็บอกว่าเพราะไม่มีใครเลยที่จะช่วยเหลือให้เขาเริ่มต้นทำมาหากินได้อีกแล้ว..ไม่มีใครแม้กระทั่งญาติและเพื่อนสนิทที่จะช่วยเหลือ

..ฉันเลยถามว่าถ้ามีคนเขาอยากช่วยจะรับโอกาสไหม.

..ผู้ป่วยก็บอกว่า..ใครมันจะช่วยเหลือคนติดเอดส์ติดยาอย่างผม..

.ฉันก็เลยบอกไปว่าเป็นฉันเองแต่ขอแลกกับการให้เขาลองลุกขึ้นสู้ใหม่ดูอีกครั้งเขาจะรับปากสู้ดูอีกครั้งหนึ่งได้ไหม

ผู้ป่วยหยุดร้องไห้และหันมามองหน้าฉันว่าพูดจริงหรือเล่น

ผู้ป่วยรายนี้ฉันไม่คุ้นนักแต่รู้จากน้องๆที่คลินิกยาเสพติดว่าค่อนข้างซื่อและขยันทำมาหากินแต่เขาเชื่อใจเพื่อนอยู่คนหนึ่งหาเงินได้เท่าไหร่ก็จะเอาไปฝากเขาไว้ป้านิตย์ก็เคยเตือนเขาให้รอบคอบระมัดระวังและรู้จักเก็บเงินไว้เองบ้างแต่เขาก็กลับโกรธหาว่าป้านิตย์ดูถูกเพื่อนของเขา...

ผู้ป่วยถามฉันว่าพี่ไม่รู้จักผมแต่พี่ก็ยังคิดที่ช่วยเหลือผม..ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะยังมีใครที่เขาจะเห็นใจหรือเห็นค่าในตัวผมอีกแล้ว...

ฉันก็เลยบอกไปว่าเขายังมีเพื่อนที่ในคลินิกยาเสพติดแห่งนี้..มีพี่ๆเจ้าหน้าที่ที่เป็นห่วงนะ...ผู้ป่วยก็มีสีหน้าแจ่มใสประกอบขณะนั้นมีคนไข้ยาเสพติดอีกสองสามคนเดินมาหาและทักถามผู้ป่วยว่ามีอะไรเป็นอะไรผู้ป่วยก็เล่าเรื่องให้ฟังเหมือนอย่างที่เล่าให้ฉันฟังไปก่อนหน้านั้น  เพื่อนผู้ป่วยต่างก็แสดงความโมโหคนที่ขโมยรถไปและปลอบใจผู้ป่วยบางคนให้เงินห้าสิบบาทบอกว่ามีตังค์ช่วยได้แค่นี้ผู้ป่วยก็ขอบใจและมีสีหน้าดีขึ้นกว่าตอนแรกๆ...

ฉันรู้ว่าเขาต้องการจะขอเงินประมาณสองพันในการซื้อรถซาเล้งแต่ฉันอยากให้เขาลองขวนขวายด้วยตนเองเพิ่มเติมอีกจึงให้ไปพันกว่าบาทขาดอีกเล็กน้อยให้เขาไปหาเองซึ่งผู้ป่วยมีท่าทีดีใจแต่ก็ยังสงสัยว่าฉันไม่กลัวเขาโกงหรือ...ฉันบอกว่าชีวิตเขามีคุณค่ามากกว่าเงินพันกว่าบาทที่ฉันจะเสียไปในครั้งนี้...ผู้ป่วยบอกว่าเขาไม่เอาเงินฉันไปฟรีๆแต่อยากที่จะขอยืมและสัญญาว่าจะเอามาคืนให้แก่ฉันอย่างแน่นอน...ฉันบอกว่าฉันเชื่อว่าเขาทำได้...และก็สอนเขาไปว่าเสียเงินทองข้าวของยังพอสร้างใหม่ได้แต่อย่าเสียศรัทธาหรือกำลังใจ...

เป็นเกมส์วัดใจที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรจึงเลือกที่จะลองทำเช่นนี้...แต่ฉันคิดว่าการให้โอกาสคนที่เขารู้สึกว่าตัวขาดแคลนโอกาสหรือสิ้นหวังนั้นเป็นสิ่งสำคัญ...