วันก่อนฟังข่าวเรื่องการแข่งขันดื่มน้ำ (น้ำเปล่า) เพื่อชิงรางวัลในต่างประเทศ ที่เป็นข่าวเพราะว่าหลังการแข่งขันนั้น คนที่ได้รองชนะเลิศ เกิดตายขึ้นมากระทันหัน
ในข่าวพูดว่า น้ำเป็นพิษ (Water intoxication)

ผู้อ่านข่าวเข้าใจว่าคนที่ตายนั้นได้รับน้ำดื่มที่บรรจุในแกลลอนซึ่งน้ำนั้น
มีพิษ ส่วนคนอื่นๆ ได้น้ำที่บรรจุในแกลลอนที่ไม่มีพิษจึงไม่เกิดปัญหาอะไร 

ฟังแล้วคิดว่าท่านผู้ฟังอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

ความจริงน้ำเป็นพิษในที่นี้หมายถึงร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดอันตราย อาจถึงเสียชีวิตได้เหมือนในกรณีนี้ 
หรือในกรณีเมื่อ 30 กว่าปีก่อน สมัยผมเข้าปีหนึ่ง มีรุ่นพี่คณะหนึ่ง ให้รุ่นน้องแข่งกันดื่มน้ำอัดลม ผลปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนเหมือนกัน 
ในการผ่าตัดบางชนิดในสมัยก่อน เช่นผ่าตัดต่อมลูกหมาก ศัลยแพทย์ต้องส่องกล้องเข้าไปทำการผ่าตัด จึงต้องใส่น้ำเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเพื่อคอยล้างเลือดทำให้สามารถมองเห็นบริเวณผ่าตัดได้ชัด ก็ใช้น้ำกลั่นในการล้าง ซึ่งก็พบว่ามีน้ำส่วนหนึ่งซึมเข้าไปในร่างกายผู้ป่วยจนทำให้เกิดน้ำเป็นพิษได้เช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้ใช้น้ำกลั่นแล้ว
หรืออย่างในกรณีจมน้ำ (น้ำจืด) ถ้าก่อนจมน้ำมีการกลืนหรือสำลักน้ำไปมากก็อาจทำให้เกิดน้ำเป็นพิษได้ 

น้ำที่มีปริมาณมากจะซึมออกนอกหลอดเลือด หากซึมเข้าไปอยู่ที่ปอดก็ทำให้ปอดบวมน้ำ หายใจไม่ได้ ทำให้หัวใจล้มเหลวตามมา ถ้าน้ำไปอยู่ในสมองมากก็ทำให้สมองบวม หมดสติ หรือชักได้ น้ำที่เกินนี้ยังทำให้เลือดเจือจางลง เกิดเลือดออกผิดปกติได้ ฯลฯ 

จะเห็นว่าน้ำที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายซึ่งขาดไม่ได้ แต่ถ้าหากได้รับในปริมาณมากๆ ก็เป็นอันตรายจนทำให้เสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน  

เรื่องนี้เพียงแต่จะบอกว่า แม้แต่ธรรมชาติก็พยายามที่จะสอนเราเรื่องความพอดี

ผมก็พยายามบอกตัวเองเหมือนกันว่า...พอดี ...พอดี ...หรือ พอกันที