รับผิดชอบชีวิตคน

          ฉันเข้าไปเรียนหมอได้สมใจพ่อและแม่แล้ว  แต่จะถามว่าสมใจฉันไหม  ไม่หรอกค่ะฉันยังไม่รู้จักอาชีพนี้ดีเท่าไหร่เลย  จะว่าไปแล้ว อาชีพอื่นๆก็แทบไม่รู้จัก ทำงานแบงค์มันทำอะไรกันมั่งนะ สถาปนิกทำอะไร  ผู้พิพากษาหละ  รู้แต่ว่าถูกกรอกหูเกือบทุกวันว่าต้องเรียนหมอ  พ่อก็บอกว่าต้องเรียนหมอแทบจะทุกวันจนบางครั้งมีรำคาญกันบ้าง  อาจารย์ที่ รร.ก็บอกว่าคะแนนอย่างนี้เธอควรเรียนหมอ  เอาก็เอาก็ตอนนั้นยังไม่รู้จะเป็นอะไรดี  อยากเป็นวิศวกรเพราะคิดว่าเท่ดี  ไม่ได้รู้เลยว่า เค้าทำงานยังไงกันนะ           

          ปีหนึ่งถึงปีสาม  เรียนอยู่ในตำรากะอาจารย์น้อยใหญ่ทั้งหลาย  อันมีกระต่าย ฉลาม กบ  แมลงสาบ    ตอนจับกระต่ายลงถังแล้วต้องปิดฝาใส่ยาสลบให้มันดมนั้น  ฉันรู้สึกหดหู่เหมือนกันนะ  แต่ก็ต้องทำค่ะ  เพราะไม่งั้นเรียนกายวิภาคกระต่ายไม่ได้  พอถึงอาจารย์ใหญ่เป็นการเรียนกายวิภาคของคนจริงๆแต่เป็นคนตาย ก็สนุกดีค่ะ พอเวลาชินแล้วเราก็กินของขบเคี้ยวจิ้มกินข้างๆอาจารย์ใหญ่กันได้  ช่วงปีหนึ่งถึงสามนี่จะสนุกมากแม้จะเรียนหนัก  แต่เรายังไม่ได้เจอกับ คนไข้จริงๆ  ยังไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใคร

<p>             ปี4 ละ  เริ่มรู้ถึงการต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่จะมารักษากับเราแล้วค่ะ  วันๆนึงเวียนเข้าเวียนออกซักประวัติคนไข้จนสะอาด  คนไข้คงจะเบื่อหมอน้อยๆเหล่านี้เหมือนกันนะ  ถามอยู่ได้เวลานอนหลับอยู่บางทียังไปปลุกถามอาการเลย 555 เพราะว่าลืมถาม หัดตรวจร่างกายกับผู้ป่วยจริงๆ จนบางครั้งสงสารคนไข้จังเลยต้องมาโดนหมอน้อยๆคลำตับจนเจ็บตับกันไปบ้าง หรือโดนเคาะปอดจนเอือมระอาต้องแกล้งทำเป็นหลับกันมั่ง งานหลักของเหล่านักศึกษาแพทย์ปี 4และ 5 คือทำแล็บ(lab)ค่ะ นับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว  ย้อมสีสไลด์ดูเชื้อต่างๆที่เอามาจากคนไข้  เก็บอุจจาระปัสสาวะคนไข้เอาไปตรวจ เหนื่อยพอดูเลยค่ะ  แต่ยังไม่ค่อยผูกพันกับคนไข้เท่าไรนัก เพราะไม่ได้เป็นคนรักษาเอง  ตอนปี5 ก็คล้ายๆกับปี4 แหละค่ะ แต่คอยคุมน้องปี4 อีกทีนึง แจกแล็บให้ทำกัน  ได้เขียนใบออร์เดอร์สั่งยาบ้าง  เขียนใบส่งตรวจบ้าง ตอนปี5 นี่ค่อนข้างจะว่าง</p><p>                 ตอนผ่านวิชาสูตินรีเวช  ฉันรู้ตัวเองเลยว่าไม่ไหว ฉันไม่เหมาะกับแผนกนี้เอาเสียเลย  ตอนทำคลอดยังสนุกสนานดี  แต่พอการคลอดมีปัญหา ฉันรู้เลยว่า มันวิกฤติมากเพราะต้องดูแลถึงสองชีวิต แถมถ้าเป็นแฝดยิ่งหลายชีวิตเข้าไปอีก  ที่ทนไม่ไหวเลยคือการที่ต้องเอาเด็กออกเนื่องจากภาวะจำเป็นต่างๆเช่นแม่อาจมีโรคบางอย่างที่ต้องหยุดการตั้งครรภ์ ฉันยังจำภาพเด็กอายุ 12-16 อาทิตย์ได้มั๊ง  ออกมานอนขยับแขนขา หัวใจเต้น แล้วก็ค่อยๆเสียชีวิตไป   ฉันยืนดูจนเค้าเก็บร่างเด็กคนนั้นไป คืนนั้นฉันนอนนึกถึงภาพนั้นแทบจะนอนไม่ หลับเลย</p><p>                เรียนหมอนี่ จะค่อนข้างเบาตอนปีหนึ่ง ปีสามและปีห้าค่ะ  หมายถึงว่าเทียบกะปี 2,4 และ 6 นะคะ แต่จริงๆแล้วไม่มีปีไหนที่สบายหรอกค่ะ </p><p>                ขึ้นปี 6 ซะที ดีใจจัง ใกล้จะจบแล้วสิ  ในใจฉันเริ่มระส่ำระสายเพราะปีนี้ต้องหัดตัดสินใจด้วยตัวเองแล้ว  จากเดิมที่ผ่านมา มีรุ่นพี่คุ้มกะลาหัวตลอด  ฉันเริ่มจากการฝึกแผนกศัลยกรรมที่ต่างจังหวัด  วันที่สามของการอยู่แผนกนี้ ขณะที่พวกเรากำลังราวด์วอร์ดกัน จนถึงเตียงผู้ป่วยท้ายๆละ ขณะที่เรากำลังคุยซักถามอาการ  เป็นลุงอายุประมาณ 60 น่าจะได้ แกนั่งอยู่บนเตียง ตอบคำถามพวกเราไปเรื่อยๆ  อยู่ๆก็ตาเหลือกหงายหลังตึงลงไป  หยุดหายใจไปเสียเฉยๆ  </p><p>                 พี่หมอแพทย์ประจำบ้านปี3 รีบๆใส่ท่อช่วยหายใจปั๊มหัวใจ  แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตคนไข้กลับมาได้  แกเส้นเลือดแดงหลักแตกที่บริเวณช่องอก (rupture aortic aneurysm) เฮ้อคนเรา บทจะตายก็ตายง่ายดายจริงๆ  ฉันเริ่มสำนึกว่า  ความตายมันใกล้ตัวจริงๆดูสิ พูดคุยกันอยู่แท้ๆหงายหลังตึงลงไปตายเลย  ฉันเห็นความตายล้อมรอบตัวเองแทบทุกวัน  เวลาอยู่เวรกลางคืน  ต้องวิ่งไปปั๊มช่วยชีวิตคนไข้เป็นประจำ  จนเริ่มชินชา</p><p>               มีคนไข้ผู้หญิงคนหนึ่งของแผนกศัลยกรรมอายุประมาณ 40  มารักษาด้วยเรื่องนิ่วในไตข้างซ้าย  มันอุดที่กรวยไต  จนไตข้างนี้บวมน้ำ  รอการตรวจไตด้วยอัลตร้าซาวด์อยู่  คนไข้เยอะมากๆค่ะ คิวตรวจเลยยาวมากจนอยู่มาวันนึงแกเริ่มมีไข้  ปวดท้องด้านซ้าย  พี่หมอแพทย์ประจำบ้านให้ฉันรีบไปขอตรวจemergency ได้ผลตรวจมาคิดว่าคงมีหนองที่ไตข้างซ้าย  ต้องรีบผ่าตัดด่วนก่อนเข้าห้องผ่าตัด คนไข้กระวนกระวายใจมาก พูดกับฉันซ้ำๆว่า "หมอฉันจะตายไหม  ฉันยังตายไม่ได้นะลูกฉันยังเล็กอยู่ " ฉันได้แต่ปลอบใจแกว่าไม่หรอกๆ ป้าต้องรอดๆ ป้าไม่ตายหรอก.........  </p><p>               ฉันไม่ได้เข้าห้องผ่าตัดคนไข้รายนี้  เพราะต้องคอยรับคนไข้ที่วอร์ด อีกประมาณสองชม.ถัดมาพยาบาลบอกฉันว่าคนไข้คนนี้เสียชีวิตบนเตียงผ่าตัด</p><p>                  ฉันรู้สึกผิดกับคนไข้รายนี้มาก  นอนแทบไม่หลับ คิดวนเวียนตลอดเกิดอะไรขึ้น  พวกเราทำการรักษาช้าไปหรือเปล่า  เค้ามาตั้งหลายวันแล้วแต่ได้มารักษาในวันนี้  ฉันคิดโทษโน่นโทษนี่ไปต่างๆนานา คนยังไม่อยากตายแต่ก็ต้องตาย  เค้าจะโกรธฉันไหมที่บอกเค้าว่าไม่ตายหรอก แต่เค้าก็ตาย ฉันมารู้ตัวเองทีหลังว่า เศร้ากะคนไข้รายนี้นานหลายปีเลย </p><p>                   ในชีวิตการเรียนหมอและเป็นหมอมานานหลายปี ฉันพบการเกิดแก่เจ็บตายวนเวียนรอบๆชีวิตตลอด   จนมีคำถามในใจตัวเองเสมอๆว่า  คนเราเกิดมาทำไมกันนะ........  </p><p></p>