ผมถามสหายเอไอ ChatGPT ในโทรศัพท์มือถือ ว่า หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต ของ มอ. วิทยาเขตตรัง มีลักษณะพิเศษอย่างไรบ้าง จึงเป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมสูงมาก   ได้รับคำตอบดังนี้

 

ChatGPT

หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์ ของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง มีจุดแข็งที่ค่อนข้าง “แตกต่าง” จากคณะสถาปัตย์ในเมืองใหญ่ เพราะเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง “สถาปัตยกรรม–ภูมิอากาศ–ชุมชน–ความยั่งยืน” อย่างชัดเจน

จุดแข็งสำคัญมีดังนี้

1. เด่นด้าน Tropical Architecture และ Sustainable Architecture    หลักสูตรประกาศชัดว่าให้ความสำคัญกับ สถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้น (Tropical Architecture)    Green Architecture, Sustainable Architecture, Vernacular Architecture,  Community Architecture     ซึ่งสอดคล้องกับบริบทภาคใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้    จุดนี้สำคัญมาก เพราะโลกอนาคตกำลังให้ความสำคัญกับ climate adaptation, energy efficiency, low-carbon design, ecological urbanism    จึงเป็นหลักสูตรที่ “ทันอนาคต” ในเชิงแนวคิด

2. เน้นภูมิปัญญาท้องถิ่น + วิถีชีวิตจริง    หลักสูตรไม่ได้มองสถาปัตยกรรมเป็นเพียงงาน aesthetic หรือ iconic building แต่เชื่อมกับ วิถีชีวิตชุมชน  วัฒนธรรมท้องถิ่น  ภูมิปัญญาพื้นบ้าน  สภาพภูมิอากาศจริง  การใช้วัสดุจริง     นี่เป็นแนวทางที่ใกล้กับแนวคิด “human-centered architecture” และ “place-based design”    ในโลกสถาปัตยกรรมร่วมสมัย แนวนี้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นการออกแบบที่ตอบ “ชีวิตมนุษย์” มากกว่าเพียงตอบ “ภาพลักษณ์อาคาร”

3. ขนาดวิทยาเขตเล็ก ทำให้การเรียน studio ค่อนข้างใกล้ชิด    สถาปัตย์เป็นศาสตร์ที่เรียนผ่าน studio critique และการทำงานกับอาจารย์อย่างเข้มข้น   จุดเด่นของวิทยาเขตตรังคือ จำนวนนักศึกษาไม่ใหญ่มาก  ความสัมพันธ์อาจารย์–นักศึกษาค่อนข้างใกล้   มีโอกาสได้รับ feedback รายบุคคลมากกว่าในบางคณะใหญ่     สิ่งนี้สำคัญต่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และ identity ทางการออกแบบ

4. สภาพแวดล้อมของตรังเหมาะกับการเรียนรู้ “architecture from reality”    จังหวัดตรังและภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีทั้ง เมืองเก่า  ชุมชนชายทะเล  สถาปัตยกรรมจีน–มลายู  สภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น   ระบบนิเวศชายฝั่ง  การท่องเที่ยว  ปัญหาสิ่งแวดล้อมจริง     นักศึกษาจึงได้เรียนจาก “ของจริง” มากกว่าเรียนผ่าน simulation อย่างเดียว    นี่ทำให้แนวคิดเรื่อง contextual design แข็งแรง

5. เชื่อมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์และงานข้ามสาขา    หลักสูตรระบุถึง startup,  creative economy,  งานออกแบบประยุกต์,  งานอสังหาริมทรัพย์,  งานวัสดุนวัตกรรม,  งานภาพยนตร์/สื่อสร้างสรรค์      แสดงว่าหลักสูตรพยายามมอง beyond traditional architect career    ซึ่งสอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่สถาปนิกจำนวนมากทำงานข้ามศาสตร์ เช่น service design,  urban experience,  sustainability consulting,  spatial storytelling,  community innovation

6. มี “อัตลักษณ์” ชัดกว่าหลักสูตรทั่วไปบางแห่ง    หลายคณะสถาปัตย์ในไทยมีลักษณะ broad-based เหมือนกันค่อนข้างมาก    แต่ ม.อ. ตรัง มี positioning ชัดในเรื่อง tropicality,  ecology,  locality,  sustainability,  community     จึงมีโอกาสสร้าง “signature” ทางวิชาการได้ดี โดยเฉพาะในยุค climate crisis ซึ่งโลกต้องการสถาปัตยกรรมที่ “อยู่ได้จริง ใช้พลังงานต่ำ และเคารพบริบท”

ถ้ามองเชิงลึก

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักศึกษาที่สนใจ architecture เพื่อสังคม,  ecological design,  การออกแบบเพื่อความยั่งยืน,  การทำงานกับชุมชน,  การออกแบบในภูมิอากาศร้อนชื้น,  Southeast Asian architecture     มากกว่าคนที่อยากเน้นสาย iconic architecture, luxury commercial architecture,  high-end urban branding เพียงอย่างเดียว

กล่าวอีกแบบคือ แนวคิดของหลักสูตรดูใกล้กับ “architecture for living systems” มากกว่า “architecture as object” 

 

นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้   เพื่อประโยชน์ในการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยไทย

วิจารณ์ พานิช

๒๓ พ.ค. ๖๙

ห้อง ๑๔๒๘ โรงแรมแคนทารี ฮิลล์ส  เชียงใหม่