นาย (8)

หนังสือ “หมาน้อยธรรมดา” โดย เทพ สุนทรศารทูล เขียนว่า “เคยมีนายเป็นผู้หญิงบ้างไหม ถ้าไม่มีก็ดีแล้ว ถ้ามีก็จงระวังให้มาก เพราะนายผู้หญิงไม่เหมือนนายผู้ชาย ….” จำได้แค่นี้เพราะผ่านมาเกือบ 40 ปี แต่ยอมรับว่า “นายผู้หญิงไม่เหมือนนายผู้ชาย” การมีผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ชาย แค่เรียนรู้ว่ากินกาแฟแบบไหน สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือไม่ ก็พอเอาตัวรอดได้ นายกินเหล้าสูบบุหรี่ดูแลไม่ยาก ผอ.กิจจา เก่งการไถ จากชุมพร เคยบอก

ถ้ามีนายเป็นผู้หญิงต้องระมัดระวังที่สุด เพราะธรรมชาติของผู้หญิงละเอียดอ่อน สายตาเฉียบคม พบเห็นความผิดพลาดได้ง่าย และหากทำให้ไม่พอใจ คดีจะไม่มีอายุความ สามารถรื้อฟื้นขึ้นพิจารณาใหม่ได้เสมอ วิทยายุทธที่จะอยู่รอดปลอดภัยใช้ได้ คือ การรักษาระยะห่างให้พอเหมาะพอควร “อยู่ใกล้นายใช้หนัก อยู่ไกลนักนายว่าหนึ เจ็บไข้นายไม่ช่วย นายร่ำรวยอย่างนี้ก็มี” การพูดการคุยก็เอาเท่าที่จำเป็น พูดมากก็ผิดมาก ต้องศึกษาจากคนใกล้ตัวว่าอะไรไม่ชอบ และอะไรชอบ ส่วนการเตรียมการขั้นพื้นฐานต้องคิดขั้นตอนตั้งแต่พบหน้า เดินทาง กินข้าว ตรวจงานและส่งกลับ ควรคิดแผนสำรองไว้บ้าง รถที่ไปรับสภาพต้องดี ไม่จอดเสียให้ขายหน้า สะอาด มีน้ำดื่ม กระดาษเช็ดมือ ผ้าเย็น ไว้รับรอง ถ้าเดินทางไกลหรือตรวจราชการนาน ๆ ควรสำรองผลไม้ชนิดที่ปอกเปลือกกินเองได้ ไม่ควรใช้แบบที่ปอกมาสำเร็จแล้ว เพราะนายบางคนมองว่าสกปรก มีนมกล่องแช่เย็นและขนมขบเคี้ยวตามสมควร ต้องมีข้อมูลห้องน้ำสะอาด ในสถานีบริการน้ำมันบนเส้นทาง หากนายพักค้าง ควรเลือกที่พักที่สะอาด สะดวก สบาย จัดทีมไปตรวจสอบล่วงหน้า ถึงห้องพัก ห้องน้ำ ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดเท้า บ่อยครั้งที่โรงแรมบกพร่อง รีสอร์ทแบบจังเกิ้ลพึงหลีกเลี่ยง การจะทำอย่างนี้ได้ต้องมีทีมงานที่เข้มแข็ง ต้องฝึกภาคปฏิบัติ พาลูกน้องไปกินที่หรู ๆ บ้าง ไม่นานก็ช่ำชอง แต่อย่าลืมจ่ายสตางค์เองด้วย

ผมมีนายเป็นผู้หญิงมาแล้ว 3 คน คนแรกไม่ได้คุ้นเคยนัก เพราะผมเป็นผู้น้อยเกินไป ท่านเป็นรองปลัดกระทรวง พูดจาโผงผาง ใจถึงพึ่งได้ ไปไหนมีลูกน้องมารับเหมือนขบวนแห่ขันหมาก ชอบทานไข่เจียวหมูสับและน้ำพริกเผา เคยได้ยินเพื่อนรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า เคยเข้าไปหา เพื่อขอย้ายกลับบ้าน เหตุผล พ่อแม่แก่แล้ว ท่านถามว่าคุณอายุเท่าไหร่ เขาบอกว่า 45 ปี ท่านก็ว่า ธรรมดา คุณ 45 พ่อแม่ก็ต้องแก่ พ่อแม่คนอื่นก็ต้องแก่ ถ้าให้ย้ายด้วยเหตุพ่อแม่แก่ได้ ต่อไปจะไม่มีคนทำงาน ต้องเลือกเอาจะทำงาน แล้วหาคนดูแลพ่อแม่ หรือออกจากงานไปดูแลพ่อแม่ ชัดเจนพี่เณรบูรณ์

คนที่สองเป็นหญิงเก่งหญิงเหล็ก มีความจำเป็นเลิศ โดยเฉพาะเรื่องคน เห็นหน้าเรียกชื่อได้ รู้จักผลงานก่อนรู้จักตัว ได้ต้อนรับท่านครั้งแรกในเดือนกันยายน 2546 เป็นปลัดกระทรวง กำลังจะโยกมาเป็นเลขาธิการ กพฐ ในเดือนตุลาคม แม้จะมืดค่ำก็ไปตามจุดนัดหมายที่กำหนดไว้ คนต้อนรับก็ไม่หนี เพราะอยากเห็นอยากคุยด้วย โรงเรียนสุดท้าย กำลังจะขึ้นรถกลับ ผอ. รร. มาเชิญไปดูคอกหมูสาธิต ขากลับในรถท่านว่า หญ้าก็รก ยุงก็มาก สกปรกรุงรัง น่าย้ายออกไปไว้โรงเรียนอื่น เป็นอุทาหรณ์ต่อไปนายไม่เรียกอย่าขาน

ท่านเป็นคนมีน้ำใจ ไม่มีการต้อนรับครั้งใดที่จะยอมให้ลูกน้องเสียเงิน จะให้เงินมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เราเสียไป หลายคนว่า ท่านมีเงินมากก็จ่ายได้ ผมว่าอยู่ที่ใจ เจอครู นักเรียนลำบากท่านก็ช่วย จนผมรู้สึกว่าพานายมาเสียสตางค์

เวลามีปัญหาการบริหารงาน จะมีโทรศัพท์สายตรงมาสอบถามและแนะนำวิธีแก้ปัญหา ความห่างเหินก็จะคลาย กลายเป็นความอุ่นใจ โทรไปหาจะรับสายด้วยตัวเองทุกครั้ง น้ำเสียงร่าเริง แต่ถ้าโกรธในเรื่องงานขึ้นมา อธิบายไม่ทันเหมือนกัน ท่านเคยมอบหมายงานหนักๆ ให้ผมแก้ปัญหาหลายเรื่อง เช่น ที่เพชรบุรี ปัตตานี เสร็จงานท่านก็ให้รางวัล คือ ทำงานใหม่ชิ้นต่อไป เป็นนายคนหนึ่งที่เต็มใจ ดีใจทุกครั้ง ถ้ามีโอกาสได้ดูแล ต้อนรับ มีคราวหนึ่งท่านไปราชการที่เขต 2 หลังสวน ผมอยู่เขต 1 ชุมพรข้ามเขตไปรับ กลุ่มประท้วงพันธมิตร ปิดสนามบินสุราษฎร์ธานี กลับไม่ได้ ท่านว่าต้องกลับให้ทันประชุมเช้า เขตเจ้าภาพก็หมดหนทาง ผมอาสาเตรียมรถตู้ไปส่ง แต่ต้องใช้ตำรวจทางหลวงนำขบวนจึงจะปลอดภัย แต่วันนี้ตำรวจทางหลวงในพื้นที่ถูกเรียก อารักขาผู้ใหญ่หมด โชคช่วยเลขานุการของผม นายมาโนชญ์ นาคธรณิศวร์ มีเพื่อนเป็นนายเวร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง จึงจัดรถนำขบวนส่งต่อกันไปจนสุดถนนพระราม 2 ที่ดาวคะนอง นับได้ 11 คัน ถึงเวลา ตี 4 พอดี คงทันประชุมเช้า

ทำงานกับท่านมา 2 รอบ รอบแรก 2546-2547 รอบที่ 2 2549-2552 ผมมีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่ราชการ รางวัลที่ท่านให้กับผมในปี 2552 คือ ส่งผมไปเรียนหลักสูตร นักปกครองระดับสูง (นปส. รุ่นที่ 53) ของกระทรวงมหาดไทย พร้อมค่าใช้จ่ายเกือบ 3 แสนบาท ทำให้มีรุ่น มีเพื่อนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี รองปลัดกระทรวง รองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนัก ในหลายกระทรวง

แม้ความจำของท่านจะดีเยี่ยม แต่ท่านก็ลืมไปเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ ลืมให้ 2 ขั้นผม แต่ดูแล้วคงจะลืมจริง ๆ

อีกท่านเป็น เลขาธิการ กพฐ คนที่ 3 เคยทำงานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พูดน้อย เวลาประชุมมีแต่เนื้อ ไม่มีน้ำ มีคราวหนึ่งนักการเมืองระดับรัฐมนตรีมาพูดตำหนิ ผอ.เขต และสพฐ. ชนิดที่ไกลความจริงในที่ประชุม ท่านเลขาฯ เข้ามาใกล้โต๊ะผม ท่านว่า ทนฟังเขาด่าอยู่ได้ ดึงสายไมค์ทิ้งไปก็หมดเรื่อง พูดได้ตรงใจ แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม ผู้บรรยายก็ชิงจบเสียก่อน เป็นเลขาธิการที่ทำให้ผมได้ ซี 9 ในวัย 47 ปี แม้ต้องสู้คดีในศาลปกครอง แต่ก็ผ่านไปได้ หลังชนะคดีท่านถามว่า เธออยู่ชุมพร นานแล้วนะ บ้านอยู่ไหน ผมรีบตอบ นนทบุรี ครับ ท่านว่าเดี๋ยวจัดการให้ พอคำสั่งย้ายออกไม่มีชื่อผม พบหน้ากันท่านว่า ลืมไปเลย ท่านเกษียณแล้วยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับท่านในคณะกรรมการ ชพค. ท่านว่าวันไหนเธอไม่เข้าประชุมบอกด้วย ฉันจะได้ไม่เข้า ไม่อยากเสี่ยง ติดคุกตอนแก่

ทฤษฎีนายผู้หญิงให้ระวัง มีทั้งผิดและถูก เท่าที่ผมมีประสบการณ์ ถ้าเราเป็นคนทำงาน นายผู้หญิงจะเห็นผลงานเรามากกว่านายผู้ชาย การดูแลต้อนรับทำได้ง่าย เพราะไม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ร้องรำทำเพลง และสุดท้ายเข้านอนเร็ว

ขณะที่นายผู้ชายถ้าทำให้เกิดภาพทางบวกต่อกันสักครั้ง ผิดนิดผิดหน่อยก็ไม่ว่ากัน เพราะถูกใจไปแล้ว เช่นครั้งหนึ่งผมหาเสื้อยืดตัวสำคัญที่นายลืมไว้ในสนามกอล์ฟและส่งไปให้ทางไปรษณีย์ ทุกครั้งที่พบกันท่านจะขอบคุณเรื่องเสื้อตัวนี้ และบอกใครต่อใครว่าผมเก่ง พอเขาสนับสนุนว่าผมทำงานดี ท่านว่าไม่ใช่เรื่องงาน แต่หาเสื้อของท่านที่หายเจอ สรุปลูกน้องเลือกนายไม่ได้และนายก็เลือกลูกน้องไม่ได้ ถ้าเอาใจใส่ใจทำอะไรก็สำเร็จ ยังรัก เคารพ ระลึกถึงทุกท่านเสมอครับ