หากแต่ความรู้ ไม่ใช้จุดจบของบทเรียน แต่คือ การเริ่มต้นของการลงมือทำ
ครูที่ดี อาจไม่ได้มีคำถาม "สอนอะไรไปแล้วบ้าง" แต่คำถามที่ดังก้องในใจคือ "เด็กทำอะไรมากขึ้นแล้วบ้าง"
ห้องเรียนที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้ คือ ห้องที่มี "ความตั้งใจ" ของครูอยู่ในทุกคำถามของบทเรียน

เป้าหมายของครู คือ ไม่ได้สอนแค่ให้เด็กรู้ แต่พาเด็กให้ถึงระดับการคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และประเมินตนเองได้
ครูอาจต้องคอยสังเกตุ ว่านักเรียนของเราอยู่ขั้นตอนไหนของการเรียนรู้ และต้องการให้ไปถึงขั้นไหน
เปรียบขั้นตอนของ Bloom's Taxonomy เหมือนแผนที่การเรียนรู้
คุณครูที่เข้าใจการใช้งานของ Bloom's Taxonomy คือครูที่สามารถออกแบบความคิดของเด็ก ให้เดินหน้าต่อไปได้อีกหลายขั้น
1. ขั้นตอนการจำ-เข้าใจ
เด็กที่ตอบได้ เป็นคนเดียวกับเด็กที่นำความรู้มาใช้ในสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนได้หรือไม่
การสอนให้เด็กเป็นนักจำที่ดี อาจยังไม่ไช่การสอนให้เป็น "นักคิดที่แท้" (การรู้จริง หรือรู้เพียงเพื่อสอบผ่าน อาจไม่ใช่นิยามเดียวกัน)
2. ขั้นตอนการนำไปประยุกต์ใช้
การเชื่อมโยงบทเรียนกับสถานการณ์รอบตัวของเด็ก ให้เด็กได้ฝึกคิดและตัดสินใจ ไม่ใช่แค่การทำตามขั้นตอน
ต้องมีการแปลงความรู้ สู่การลงมือทำ ใช้ชุดคำถามแบบ การกระตุ้นเชิงนำไปใช้ (Application-Based Thinking)
3. ขั้นตอนการคิดวิเคราะห์ และประเมินผล
เด็กที่รู้เยอะ ไม่เท่ากับเด็กที่คิดเป็น เพราะในชีวิตจริง ไม่มีคำตอบเดียว
โลกในยุคปัจจุบัน ต้องการคนที่กล้าใช้ดุลยพินิจของตนเองบนพื้นฐานข้อมูลที่หลากมิติ
โดยการให้พื้นที่คิดต่างโดยมีเหตุผล ปลูก การเป็นเจ้าของความคิด ให้กับเด็ก
4. ขั้นตอนการคิดสร้างสรรค์
เด็กไม่ได้อยากเรียนแค่เพื่อรู้ เขาอยากใช้สิ่งที่รู้ เพื่อสร้างบางอย่างที่เป็นของเขาเอง
3 เงื่อนไข ที่ทำให้กิจกรรมสร้างได้ผล
4.1 ให้โจทย์ที่เปิดกว้างมากพอ
4.2 ให้พื้นที่ล้มเหลวแล้วลองใหม่
4.3 ให้เด็กได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนกัน